วิธีทำดอทคอม (Witeetum.com)

สาระพัดวิธีที่คุณอาจไม่เคยรู้ และยังรอการพิสูจน์ (ซตพ.)

ก่อนเริ่มการแต่งหน้า มาดูเคล็ดลับ 3 ประการที่ทำให้คุณดูดีกันค่ะ
1. “You are what you do” คุณเป็นสิ่งที่คุณทำ ดังนั้นทำดีจิตใจให้สบาย ไร้ริ้วรอยกังวล
2. “You are what you eat” คุณเป็นสิ่งที่คุณทาน ทานอาหารดี ผักสอาดปลอดสารพิษ อย่าให้ผอมเกินไป
3. “You are what you think” คุณเป็นสิ่งที่คุณคิด คิดว่าคุณหน้าเด็ก เวลาคุณยิ้ม หน้าคุณก็จะดูเด็กไปด้วย

วิธีแต่งหน้ามีดังนี้
1. ลงมอยเจอไรเซอร์ บนหน้าผากค่อยๆแต้มทีละนิด ถ้าไม่พอแต้มใหม่ได้
2. แต้มแก้มขวา คาง แก้มซ้าย และเกลี่ยให้ทั่วๆหน้า
3. ต่อด้วยลงรองพื้น ซึ่งจะช่วยทำให้ผิวดูสว่าง (ถ้าจะใช้คอนซีลเลอร์ ก็แค่แต้มตามจุดเท่านั้นก็พอ)
4. ตามด้วยการลง Powder ปัดแก้มเลือกสีชมพูอมส้ม
5. สำหรับคนคิ้วไม่พอ ก็แต่งคิ้ว โดยปัดคิ้วก่อนเขียนให้เข้ากับรูปคิ้ว การเขียนคิ้วเลือกสีน้ำตาลจะช่วยทำให้หน้าดูสว่างขึ้น
(สำหรับคนที่ยอมสีผม ให้เลือกสีน้ำตาลเช่นกัน อย่าลืมเก็บผมให้เรียบร้อยด้วยนะ!)
6. ทาอายแชโดว์ (ถ้ายังแต่งไม่เก่งให้เลือกสีเดียวก่อน) ตามด้วย eye liner และการดัดขนตาดัดจากโคนขึ้นปลาย
7. ทาปากสีชมพูและเติมกลอสที่ปากล่าง

แค่นี้คุณก็สามารถแต่งหน้าให้ดูเด็กได้ง่ายๆ อย่าลืมยิ้มอย่างมีความสุขเวลาแต่งหน้านะคะ หน้าของคุณจะยิ่งดูเด็กขึ้น ^^

เครดิต:youtube

ป่าชายเลนคลองโคนป่าชายเลนคลองโคน

ป่าชายเลนคลองโคน

ป่าชายเลนคลองโคน

ล่องเรือชมธรรมชาติ ณ ศูนย์อนุรักษ์ป่าชายเลน คลองโคน จ.สมุทรสงคราม (คู่หูเดินทาง)

วันนี้เพื่อนร่วมทางขอเชิญชวนคุณผู้อ่าน ไปเที่ยวชมธรรมชาติของป่าชายเลนแบบใกล้ชิด ณ ศูนย์อนุรักษ์ป่าชายเลนคลองโคน จ.สมุทรสงคราม เป็นการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ แถมยังได้ทำประโยชน์เล็ก ๆ ให้กับโลกใบนี้ของเราอีกด้วย

ศูนย์อนุรักษ์ป่าชายเลนคลองโคลน ตั้งอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพมหานคร การเดินทางสะดวกมาก ใช้เส้นทางพระราม 2 – แม่กลอง เมื่อข้ามสะพานแม่น้ำแม่กลองมาไม่ไกลมากนัก เราจะเห็นปั๊ม ปตท. ให้เลี้ยวซ้ายเข้าซอยแล้วขับไปตามทางมีป้ายบอกทางอย่างชัดเจน

ป่าชายเลนคลองโคน

การเดินทางมาท่องเที่ยวที่นี่สร้างความประทับใจมากมายหลายอย่าง เพราะนอกจากธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์แล้ว ความน่ารักและน้ำใจไมตรีของชาวบ้านก็ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันเลยครับ โดยเราเริ่มต้นการผจญภัยโดยการล่องเรือชมระบบนิเวศน์ของป่าชายเลน ที่ชาวชุมชนร่วมใจกันพัฒนาฟื้นฟูผืนป่าชายเลนจากหลักสิบ สู่หลักร้อย และหลักหลาย ๆ พัน

ใน ปัจจุบันนี้ ระหว่างนั่งเรือเราก็จะได้ชมวิถีชีวิตของชาวบ้านริมน้ำ สัตว์น้ำอย่างปูก้ามดาบ ปูแสม ปลาอีจัง ปลาตีน ก็มีให้เห็นตามชายฝั่ง พันธุไม้ป่าชายเลน ที่รู้จักกันโดยทั่วไปได้แก่โกงกางใบใหญ่ โกงกางใบเล็ก แสมพังกาหัวสุม ลำพู ลำแพน จาก  ตะบูน โปรงแดงโปรงขาว แสมขาว ตาตุ่ม โพธิ์ทะเล ปอทะเล และเหงือกปลาหมอก็ยังมีให้เห็นครับ อีกจุดหนึ่งที่ไม่ควรพลาดคือการให้อาหารลิงแสม สัตว์ท้องถิ่นซึ่งมีความน่ารักแสนรู้เป็นอย่างมาก

ป่าชายเลนคลองโคน

เมื่อนั่งเรือเรื่อย ๆ ผ่านมายังปากน้ำก็จะได้พบเห็นวิถีการดำรงชีวิตของชาวบ้าน คือ การถีบกระดานเลนเก็บหอยแครง หอยตลับ ด้วยภูมิปัญญาของชาวบ้าน หากเราเหยียบลงบนเลนโดยตรงเลนก็จะดูดตัวเราลงไปประมาณต้นขา แต่หากเรานั่งบนกระดานเราก็สามารถถีบกระดานไปยังจุดไหนก็ได้ เพื่อหาหอยแครง จุดนี้นักท่องเที่ยวสามารถลงไปสัมผัสถึงโคลนดิน กลิ่นเลนได้อย่างแท้จริง บริเวณโดยรอบพื้นที่นี้ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ทำการประมงของชาวบ้าน อาทิ ทำฟาร์มหอยแมลงภู่ การลอยอวนจับกุ้ง การวางเบ็ดราว เป็นต้น

ป่าชายเลนคลองโคน

ในฝั่งทะเลอ่าวไทยจะพบวิถีชีวิตแบบนี้ได้ที่บ้านคลองโคลนเท่านั้น นั่งเรือออกไปไกลอีกสักหน่อย คนขับเรือจะพาไปรับลมเย็นกลางท้องทะเลที่ กระเตง (บ้านพักกลางทะเลที่เฝ้าฟาร์มหอย) ถ้าต้องการรับประทานอาหารทะเลสด ๆ บนนี้ก็สามารถแจ้งกับคนขับเรือได้ก่อน เพื่อจะได้จัดเตรียมมาให้พร้อมก่อนออกเดินทาง ขากลับแอบเสียวเล็กน้อยด้วยการโชว์ขับเรือบนเลน คนขับบอกว่าเวลาขับบนเลนนั้น ห้ามหยุดเรือเด็ดขาดไม่งั้นเรือจะโดนโคลนดูด แล้วพวกเราก็ต้องลงไปช่วยขุดเลนหาล่องน้ำ เพื่อให้เรือสามารถแล่นต่อไปได้ แต่โชคดีทริปนี้ของเราเรือแล่นได้โลด แถมมีสไลด์เรือโชว์สนุกสนานตื่นเต้นมากครับ

ป่าชายเลนคลองโคน

พอถึงจุดนี้พวกเราก็ต้องลงจากเรือมานั่งบนกระดานกันครับ เพราะก่อนกลับที่นี่เค้านิยมให้นักท่องเที่ยวได้มีส่วนร่ว มในการอนุรักษ์ป่าชายเลน ด้วยการให้ลงมือปลูกต้นลำพู โปรงแดงโปรงขาว เป็นที่ระลึกกันครับ เพียงเล็กน้อยคนละต้นสองต้น ก็ทำให้เรารู้สึกดีว่าเราได้เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยลดภาวะโลกร้อน

พอกลับมาถึงยังศูนย์ก็มีสถานที่อาบน้ำพร้อม มีของว่างและเครื่องดื่มไว้รับรอง หากใครสนใจจะพักค้างคืนบนกระเตง เพื่อหาประสบการณ์แปลกใหม่ที่นี่เค้าก็มีให้บริการ หรือถ้ามีเด็ก ๆ มาด้วยจะนอนโฮมสเตย์ของชาวบ้านหรือรีสอร์ทก็ได้จร้า

 

เครดิต: kapook

 วัสดุอุปกรณ์  วิธีทำโคมไฟสไตล์ญี่ปุ่น : กระดาษสา

1.เศษไม้ไผ่หรือไม้เสียบลูกชิ้น (ไม้เสียบลูกชิ้นมีขายตาม supermarket ทั่วไป ถูกมาก)
2.กระดาษสาสีขาว
3.ไม้บรรทัด ดินสอ ยางลบ กระดาษ A4 คืออุปกรณ์ที่จะเป็นต่อการร่างแบบ
4.คัตเตอร์หรือมีด ใช้เพื่อตัดไม้ให้ได้ขนาด
5.ปืนกาว พร้อมกาว มีขายทั่วไปตามร้านเครื่องเขียน
6.ขั้วหลอดไฟ มีขายตามร้าน อุปกรณ์ก่อสร้างทั่วไป
7.ปลั๊กไฟพร้อมสวิตซ์ (อันนี้ผมซื้อที่โฮมโปร)
8.หลอดตะเกียบสี Warmlight จำนวน watt ให้เลือกจากความพอใจของเราถ้าไม่ชอบส่วงมากก็เลือก watt น้อยๆ แนะนำให้ทางร้านลองหลอดไฟให้ดูจะได้เลือกถูก
9.แผ่นไม้ หรือกระดาษลูกฟูกอย่างหนา เราจะนำมาใช้เป็นฐานโคมไฟนั้นเองครับ
10.เลือยฉลุ ในกรณีที่เราใช้แผ่นไม้เป็นฐานเราก็ใช้เลื่อยฉลุนี้แหละครับ

โคมไฟสไตล์ญี่ปุ่น : กระดาษสา วิธีทำโคมไฟสไตล์ญี่ปุ่น : กระดาษสา วิธีทำ

ขั้นตอนการทำ l วิธีทำโคมไฟสไตล์ญี่ปุ่น : กระดาษสา

1. เขียนแบบที่ต้องการก่อน ขั้นตอนนี้ต้องใช้จินตนาการส่วนบุคคลหรือจะลอกแบบผมไปก็ได้น่ะครับ(แต่ไม่บอก Dimension ให้ คิดเอาเองน่ะจ๊ะ) มีข้อแนะนำนินึงว่าควรออกแบบให้โคมไปนี้มีความยาวด้านสูงมากกว่าด้านฐานน่ะครับ โคมไปจะได้ไม่ดูป๋อมๆ เอ้ย ป้อมๆ เตี้ยๆ ไม่สวยงาม

โคมไฟสไตล์ญี่ปุ่น : กระดาษสา วิธีทำโคมไฟสไตล์ญี่ปุ่น : กระดาษสา วิธีทำ

2.ตัดไม้ให้ได้ขนาดและวางเป็นกรอบด้านนอกก่อนดังภาพ และใช้ปืนกาวติดกาว ณ จุดต่อของไม้

โคมไฟสไตล์ญี่ปุ่น : กระดาษสา วิธีทำโคมไฟสไตล์ญี่ปุ่น : กระดาษสา วิธีทำ

3.วางไม้ที่เป็นลวดลายด้านในและใช้ปืนกาวติดประเวณรอยต่อเช่นเดิม

โคมไฟสไตล์ญี่ปุ่น : กระดาษสา วิธีทำโคมไฟสไตล์ญี่ปุ่น : กระดาษสา วิธีทำ

4.ตัดกระดาษสาให้ใหญ่กว่าขนาดจริงเล็กน้อยทำการติดกาวระหว่างกระดาษสากับกรอบไม้ไม่จะเป็นต้องใช้กาวเยอะมากให้ฉีดกาวตามบริเวณรอยต่อก็เพียงพอเราไม่จำเป็นต้องให้กระดาษสาติดแน่นหนามากนัก

โคมไฟสไตล์ญี่ปุ่น : กระดาษสา วิธีทำโคมไฟสไตล์ญี่ปุ่น : กระดาษสา วิธีทำ

5.ทำส่วนกรอบไม้นี่ซ้ำอีก 3 ชุดน่ะครับจะได้ครบด้านข้าง
6.เราจะมาตัดแผ่นไม้เป็นฐานกันน่ะครับ เราก็ใช้เลื่อยฉลุดังภาพ ทำการตัดไม้ให้เป็นฐานสี่เหลี่ยมจัตุรัสน่ะ
ครับ คือแต่ล่ะด้านเท่ากับความยาวฐานของกรอบไม้ด้านข้าง ที่เราทำไปเมือขั้นตอนที่ผ่านๆมา
และทำการติดฐานโคมไฟลงไปขันสกรูยึด (ขอโทษทีครับขั้นตอนนี้ไม่ได้ถ่ายรูปไว้)

โคมไฟสไตล์ญี่ปุ่น : กระดาษสา วิธีทำโคมไฟสไตล์ญี่ปุ่น : กระดาษสา วิธีทำ

นี่ครับคือหน้าตาของเลื่อยฉลุ

7.ทำส่วนของฝาปิดด้านบน อันนี้เราก็มาวาดแบบกัน แล้วก็ทำการติดไม้ติดกระดาษเหมือนขั้นตอนที่ผ่านมา

โคมไฟสไตล์ญี่ปุ่น : กระดาษสา วิธีทำโคมไฟสไตล์ญี่ปุ่น : กระดาษสา วิธีทำ

แอบโกงนิดนิง ในการตัดไม้เสียบลูกชิ้นใช้คืมตัดเร็วกว่าเยอะเลย

ส่วนฝาด้านบน

โคมไฟสไตล์ญี่ปุ่น : กระดาษสา วิธีทำโคมไฟสไตล์ญี่ปุ่น : กระดาษสา วิธีทำ

8.ทำการประกอบกรอบด้านข้าง ขั้นตอนนี้ถ้ามีคนช่วยจับจะดีมาก ใช้ปืนกาวฉีดลงไปบริเวณรอยต่อของด้านในทั้งสี่ด้าน เกือบลืมบอกไป เราจะให้ส่วนที่เป็นไม้อยู่ด้านนอกน่ะครับ และก็ฉีดกาวยึดกรอบไม้กับฐานทุกด้านด้วย

โคมไฟสไตล์ญี่ปุ่น : กระดาษสา วิธีทำโคมไฟสไตล์ญี่ปุ่น : กระดาษสา วิธีทำโคมไฟสไตล์ญี่ปุ่น : กระดาษสา วิธีทำ

9.ขั้นตอนสุดท้ายไม่มีอะไรมาก เราก็ใส่หลอดไฟลงไป และก็ทำการวางฝาด้านบนปิดแหมะลงไป ไม่ต้องฉีดกาวน่ะครับเดี๋ยวเราจะเปลี่ยนหลอดไฟไม่ได้ เสร็จเรียบร้อยแล้วเย้ๆๆ

โคมไฟสไตล์ญี่ปุ่น : กระดาษสา วิธีทำโคมไฟสไตล์ญี่ปุ่น : กระดาษสา วิธีทำ

ก่อนเปิดไฟ ก็ว่าสวยงามแล้ว

โคมไฟสไตล์ญี่ปุ่น : กระดาษสา วิธีทำโคมไฟสไตล์ญี่ปุ่น : กระดาษสา วิธีทำ

หลังเปิดไฟ สวยงามยิ่งกว่า

เครดิต: noregretway.blogspot.com

ดอกโบตั๋นได้รับการขนานนามว่าเป็นราชา แห่งดอกไม้ และใช้เป็นสัญญลักษณ์แห่งโชคชะตาของผู้หญิง หากพ่อแม่ที่ต้องการให้ลูกสาวของตนได้แต่งงานกับชายที่ดี และมีอนาคตก็ให้แขวนภาพดอกโบตั๋นภาพใหญๆเอาไว้ในห้องรับแขก ยิ่งภาพสวยเท่าใดก็ยิ่งโชคดีเท่านั้น(หรือจะจัดเป็นแจกันแล้วตั้งเอาไว้ใน ห้องรับแขกก็ได้

 

ถ้าเป็นสาวโสดที่ต้องการจะพบชายในฝันและ แต่งงานด้วยก็ให้แขวนเอาไว้ในห้องนอนก็ได้ แต่จะไม่ดีเท่ากับนอกห้อง และถ้าเป็นหญิงที่แต่งงานแล้วหากแขวน ภาพดอกโบตั๋นเอาไว้ภายในห้องนอนก็จะทำให้สามีของเธอเป็นคนเจ้าชู้ โดยเฉพาะหากชีวิตคู่ไม่ค่อยราบรื่นอยู่แล้ว

 

ถ้าต้องการให้ชีวิตคู่ราบรื่นมีแต่ความหวานชื่นก็ให้ แขวนภาพดอกโบตั๋นสวยๆเอาไว้ในห้องรับแขกจะได้ผลดีที่สุด

 

เครดิต: tlcthai