วิธีทำดอทคอม (Witeetum.com)

สาระพัดวิธีที่คุณอาจไม่เคยรู้ และยังรอการพิสูจน์ (ซตพ.)


เครดิตที่มา www.youtube.com

1. ค่าเดินทาง

สายการบินต้นทุนต่ำยังคงได้รับนิยม บางครั้งค่าตั๋วถูกกว่านั่งรถไฟหรู โดยมีหลายสายการบินให้เลือกแล้วแต่เส้นทาง ทั้งนี้ต้องเข้าใจว่ามีหลายราคา จึงควรสอบถามให้มากที่สุด หากวางแผนไปช่วงฤดูท่องเที่ยว ต้องจองตั๋วล่วงหน้าอย่างน้อยหนึ่งเดือน วิธีดีที่สุดคือหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ต ซึ่งมีทั้งการประมูลตั๋วและการเสนอขายราคาถูกทั้งจากสายการบินและเว็บข้อมูลการท่องเที่ยวต่างๆ

แน่นอนว่าอย่าลืมวิธีที่เราคุ้นเคย ชาติชาย ทางบรรจง (นามสมมุติ) ข้าราชการวัย 32 เข้าไปดูตั๋วเครื่องบินราคาพิเศษในเว็บไซต์หลายแห่งเมื่อวางแผนไปเที่ยวอุทยานแห่งชาติจิ่วจ้ายโกวในจีนช่วงต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา หลังหาข้อมูลได้ราคาต่ำสุด เขานำตัวเลขดังกล่าวไปต่อรองกับบริษัทตัวแทนขายตั๋ว วิธีนี้ทำให้เขาซื้อตั๋วเครื่องบินได้ราคาถูกกว่าปกติหลายพันบาท ดังนั้น อย่าด่วนตัดสินใจจนกว่าจะหาข้อมูลอย่างครอบคลุม ทั้งแบบออนไลน์ และสอบถามจากตัวแทนจำหน่าย เพราะทุกวันนี้ตลาดเป็นของผู้ซื้อ จึงมีตัวเลือกมากมายให้ตัดสินใจ

หากคุณมีเวลามากพอและไม่เร่งรีบ การเดินทางด้วยรถไฟหรือรถโดยสารยิ่งช่วยประหยัดมากขึ้น แต่อย่าลืมจองตั๋วล่วงหน้า หากชอบขับรถเที่ยว ร่วมโดยสารรถคันเดียวไปกับครอบครัวหรือเพื่อนฝูง แล้วช่วยกันจ่ายค่าน้ำมัน

2. ที่พัก

บ่อยครั้งที่ค่าโรงแรมเป็นค่าใช้จ่ายมากที่สุดของการเดินทางท่องเที่ยว เหตุนี้ �บ้านเยาวชน� จึงเป็นทางเลือกที่ดี เพราะไม่ จำกัดแค่นักเรียนนักศึกษา ไม่ว่าคุณอยู่ในวัยไหน คุณมีสิทธิ์ใช้บริการที่พักราคาถูก แต่จะได้ราคาถูกเป็นพิเศษหากอายุต่ำกว่า 18 ปี ยิ่งกว่านั้น หากคุณเป็นสมาชิกสมาคมบ้านเยาวชนแห่งประเทศไทย (yha.org) สามารถใช้บริการสถานที่พักราคาประหยัดทั่วโลกมากกว่า 7,000 แห่ง Hotels.com และ hostelworld.com ยังเป็นอีกทางเลือกของนักเดินทางแบกเป้ เช่นเดียวกับ �เพลงดาบแม่น้ำร้อยสาย� นักเขียนนักเดินทางชื่อดัง ซึ่งให้ข้อมูลว่า �ตลอด 20 ปีของการแบกเป้เที่ยว ดิฉันใช้บริการบ้านพักเยาวชนมากถึงร้อยละ 95 ของการพักอาศัยในต่างประเทศทั้งหมด ทั้งนี้เพราะราคาถูกมาก ประหยัดกว่าพักโรงแรมหลายสิบเท่า�

นอกจากนี้ยังมีเว็บไซต์ของ GlobalFree Loaders, The Hospitality Club, SERVAS International, Stay4Free, BeWelcome และ CouchSurfing ที่เป็นตัวกลางให้คุณติดต่อขอพักอาศัยกับครอบครัวในท้องถิ่นโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

วิธีการแสนง่าย เพียงกรอกรายละเอียดลงในเว็บไซต์เหล่านี้ จากนั้นรอเจ้าของบ้านติดต่อกลับ โอกาสจะมีมากขึ้นหากเสนอให้ ผู้อื่นพักอาศัยในบ้านคุณพร้อมความเอื้อเฟื้ออื่นๆ เช่น พาเที่ยวรอบเมือง ทั้งนี้คุณต้องเป็นคนเปิดกว้างยอมรับวัฒนธรรมอื่นๆอย่างเช่นอะเนส ซีเมนวาลา ผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบจากมุมไบ เขาพักอาศัยกับเจ้าของบ้านชาวตุรกีในนครอิสตันบูลหลายคืน โดยเจ้าของบ้านวางใจเขาถึงขนาดให้ถือกุญแจบ้าน

�แต่การทำเช่นนี้ไม่ได้หมายถึงการประหยัดเงินเพียงอย่างเดียว ต้องรู้จักตอบแทนบ้าง� สุดารัตน์ หาญวรเกียรติ ซึ่งทำงานอิสระด้านจัดงานกิจกรรมนอกสถานที่สำหรับบริษัท วัย 45 เล่าประสบการณ์ตอนแบก เป้ตะลอนเที่ยวทางตอนเหนือของประเทศปากีสถานเล่าให้ฟังว่า �ตอนนั้น ดิฉันไปเที่ยวเมืองกุลมิทซึ่งเป็นเมืองชนบทล้อมรอบด้วยภูเขาอยู่ตอนกลางของคาราโครัมไฮเวย์ เจ้าของบ้านชวนกินอาหารและให้อยู่ด้วย ดิฉันเห็นว่าเป็นครอบครัวที่อบอุ่น ทุกคนอัธยาศัยดีจึงตอบตกลง ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องเพราะประหยัดค่าที่พักพอสมควร ตลอดเวลาที่อยู่ด้วย ดิฉันซาบซึ้งน้ำใจมากจึงรับปากจะส่งภาพถ่ายไปให้พวกเขา และยินดีต้อนรับพวกเขาดุจญาติมิตรหากมาเที่ยวเมืองไทย�

3. อยู่บ้านคนอื่น

หากสะดวกใจกับการให้ผู้อื่นพักอาศัยในบ้าน คุณอาจลงทะเบียนในโครงการแลกบ้านกันอยู่ที่เว็บไซต์ HomeExchange.com เพียงกรอกรายละเอียดเกี่ยวกับบ้านคุณและประเทศที่ต้องการไปเที่ยว นอกจากนี้ยังมี House Carers.com สำหรับผู้ต้องการคนดูแลบ้าน ซึ่งเป็นอีกทางเลือกสำหรับนักเดินทางที่อยู่ได้นานนับสัปดาห์หรือเป็นเดือน ผู้มาพักอาจต้องช่วยดูแลสัตว์เลี้ยง สวน และทำความสะอาดบ้าน บางครั้งอาจรวมถึงรับผิดชอบค่าน้ำ ค่าไฟ หรือค่าโทรศัพท์ด้วย

4. เที่ยวพร้อมทำงาน

นักเดินทางที่อายุน้อยและเป็นโสดอาจทำงานหาเงินเที่ยวรอบโลกด้วยการทำงานชั่วคราว สารพัดรูปแบบ ตั้งแต่พี่เลี้ยงเด็ก ครูสอนภาษาอังกฤษ หรือทำงานโรงแรม ทำงานในไร่หรือโรงงาน ยิ่งถ้าเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านคอมพิวเตอร์ คุณสามารถหางานชั่วคราวทำได้เกือบทั่วโลก เช่นเดียวกับ �นิ้วกลม� นักเขียนเจ้าของบันทึกการเดินทางยอดนิยมหลายเล่ม เล่าว่า �ผมเคยทำงานไปเที่ยวไปที่อังกฤษ โดยทำงานกับเจ้าของร้านอาหารไทยที่ออกร้านขายอาหารตามงานต่างๆ เช่น แข่งมอเตอร์ไซค์วิบาก งานเทศกาล และงานแสดงดนตรี ผมทำทุกอย่างตั้งแต่ยกของ ทำอาหาร ล้างจาน ได้ค่าแรงชั่วโมงละห้าปอนด์ทำอยู่สี่วัน ได้เงินนำไปใช้เที่ยวจนคุ้มเหนื่อย�

หากคุณเป็นคนไม่เลือกงาน การช่วยงานในไร่ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เข้าไปดูที่ wwoof.org (World Wide Opportunities on Organic Farms) คุณจะได้ที่พักและอา หารฟรี แลกกับการทำงานวันละไม่กี่ชั่วโมง นอกจากนี้ คุณยังหางานอื่นๆที่เปิดโอกาสให้ทำงานและเที่ยวได้ที่เว็บ helpx.net และ workaway.info

5. เที่ยวนอกฤดูกาล

การเดินทางท่องเที่ยวนอกฤดูกาลเป็นอีกวิธีที่ประหยัดเงิน เช่น การไปเที่ยวทะเลช่วงฤดูฝนทำให้มีโอกาสเลือกที่พักราคาถูก ผู้เขียนเคยไปอินเดียตอนกลางเดือนเมษายนเพื่อเที่ยวเมืองอุทัยปุระในราชสถาน อุณหภูมิสูงถึง 40 องศา ทำให้ผู้เขียนกับเพื่อนได้พักโรงแรมราคาถูกกว่าที่แนะนำไว้ในหนังสือนำเที่ยว นอกจากนี้ยังแถมอาหารเช้าอีกด้วย ทั้งนี้เป็นเพราะอากาศร้อนมาก นักท่องเที่ยวลดลงจนโรงแรมว่าง

ช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว มีโรงแรมที่ พักจำนวนมากเสนอราคาที่พักและบริการเสริมต่างๆ ในราคาถูก เช่น ราคาห้องพักรวมการพาเที่ยวหนึ่งวัน การใช้ห้องออกกำลังและสปา อาหารเช้า และมื้ออื่นๆ กระ ทั่งการไปเที่ยวในประเทศช่วงวันธรรมดาก็เป็นอีกวิธีที่ประหยัดได้ ด้วยข้อเสนอที่พักในราคาพิเศษ

6. นอกเส้นทาง

สำหรับหลายคน การเดินทางท่องเที่ยวไม่จำเป็นต้องไปสถานที่ยอดนิยม แต่กลับมีความสุขกับสถานที่แปลกใหม่ วิธีนี้อาจไม่เหมาะกับทุกคนเพราะค่อนข้างลำบาก อาจต้องเผชิญกับเรื่องไม่คาดคิด และแน่นอนว่าต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้พอสมควร �ไม่ไกลจากจุดท่องเที่ยวยอดนิยมมักมีเพชรซ่อนอยู่ในตมซึ่งคุณสามารถพบได้ด้วยการเดินทางในแบบไม่เหมือนใคร� กัณฑ์ �คนแบกเป้� ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ �คนแบกเป้� (khonbaakpae.com) กล่าว �ผมเคยนั่งรถประจำทางจากอำเภอเชียงของไปถึงเต๋อชิงในจีนระยะทางนับพันกิโลเมตร ระหว่างทาง ผมมีโอกาสสัมผัสกับผู้คนต่างวัฒนธรรรมได้เห็นสถานที่แปลกตาและทิวทัศน์งดงาม สิ่งเหล่านี้ล้วนไม่อยู่ในกำหนด การท่องเที่ยวของบริษัททัวร์�

เช่นเดียวกับผู้เขียนที่เคยไปเที่ยวหิมาจัลประเทศในอินเดียช่วงสงกรานต์ แน่นอนว่าอากาศร้อนในช่วงนั้นทำให้เมืองตากอากาศอย่างซิมลาและมะนาลีเต็มไปด้วยคนอินเดียและชาวต่างชาติ ผู้เขียนจึงเลี่ยงไปทะเลสาบคาชิยาที่อยู่ไม่ไกล แต่สงบเงียบและมีทิวทัศน์งดงาม แม้การเดินทางไปกลับค่อนข้างลำบาก เพราะรถประจำทางมีน้อยและต้องอาศัยการโบกรถด้วย

แต่การ �เที่ยวเลือกได้� ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับทุกคน บางครั้งคุณต้องยอมแลกกับความยากลำบากต่างๆ เช่น การจองตั๋วรถล่วงหน้าเป็นเวลานาน การค้างแรมในที่พักซึ่งไม่ได้มาตรฐาน และการรับมือกับปัญหาเฉพาะหน้าแบบต่างๆ

7. ผจญภัย

ด้วยเป้หลังหนึ่งใบ ถุงนอน และวิญญาณนักผจญภัย คุณสามารถเปิดโลกกว้างแห่งป่า ดงพงไพร และภูเขาลูกแล้วลูกเล่ากับเพื่อนๆคอเดียวกัน เพียงเข้าไปที่หัวเรื่อง �แบกเป้ไปส่องโลก� หรือ �ทริปหารเฉลี่ย� ใน khonbaakpae.com ที่มักมีผู้ตั้งกระทู้หาเพื่อนร่วมทางไปเดินป่าในเส้นทางยอดนิยมต่างๆ เช่น เส้นทางไปค่ายฐานเอเวอเรสต์ในเนปาลและน้ำตกในลาว

คนกลุ่มนี้ส่วนใหญ่เป็นชายหญิงวัยทำงาน นอกจากนี้ยังมีบ้างที่เป็นผู้ใหญ่ใกล้เกษียณ ผู้มีน้ำหนักเกิน และพนักงานบริษัทผู้ไม่เคยออกกำลัง พวกเขาไม่ยอมให้วัยหรือสภาพร่างกายเป็นอุปสรรคต่อการท่องเที่ยว พร้อมผจญภัยและเจอะเจอกับความงด งามตามธรรมชาติทุกรูปแบบ เช่น การเดินป่าข้ามภูเขาเป็นลูกๆตั้งแต่เช้าถึงเย็น การก่อกองไฟเพื่อหุงข้าวทำอาหาร และการผูกเปลนอนในป่าที่รกจนไม่มีที่ว่างกางเต็นท์

จตุรงค์ พิญพร นักวิทยาศาสตร์ด้านอาหาร วัย 30 เคยเดินป่านาทามในอุบลราชธานีกับเพื่อนโดยปราศจากเจ้าหน้าที่ป่าไม้นำทาง แน่นอนว่านอกจากความประทับใจในทิวทัศน์งดงามของหน้าผาริมฝั่งแม่น้ำโขง เขากับเพื่อนยังได้เรียนรู้การแก้ปัญหาและการผจญภัยต่างๆ เช่น การหลงทาง การก่อกองไฟ และการหาน้ำดื่ม หลายครั้งของการเดินป่าที่ปราศจากรอยทางเดิน ทำให้ต้องเดินไปหยุดไปเพื่อตรวจสอบความถูกต้อง การเจอจุดเที่ยวชมแต่ละครั้งมีความหมายเป็นอย่างยิ่ง เพราะแสดงว่าพวกเขาไม่หลงป่า หลังใช้เวลาสามวันสองคืนกับความประ ทับใจไม่รู้ลืม แม้รู้ดีว่าเงินไม่อาจซื้อประสบ การณ์แบบนี้ได้ แต่จตุรงค์กับเพื่อนลองคำนวณดูแล้วพบว่าพวกเขาใช้เงินไปไม่ถึงครึ่งของค่าที่พักในโรงแรมหรู

8. ข้อเสนอพิเศษและของฟรี

เวลาไปเที่ยวต่างแดน ผู้เขียนเดินตั้งแต่เช้าจรดเย็นซึ่งเป็นทั้งการเที่ยวและหาข้อมูลเกี่ยวกับผู้คน ร้านค้า ร้านอาหาร และสถานที่ต่างๆ นอกจากได้เปิดหูเปิดตาเปลี่ยน บรรยากาศ ยังทำให้เลือกกินเลือกใช้ได้ของถูกอย่างเต็มที่ เช่น การกินเนื้อย่างข้างทางในตุรกี การซื้อหนังสือมือสองในออสเตรเลีย กระทั่งการเติมกระเพาะด้วยอา หารและเครื่องดื่มต่างๆที่ให้ชิมฟรีในห้างสรรพสินค้าที่คุนหมิงและเฉินตู

ซื้อหนังสือพิมพ์หรือนิตยสารท้องถิ่นซึ่งลงข่าวหรือโฆษณาสิ่งที่น่าสนใจ เช่น ตั๋วชม การแสดงราคาถูก คูปองส่วนลด เทศกาลอาหารที่ให้คนทั่วไปกินฟรี การขายของเพื่อการกุศล ตลาดขายของมือสอง และการนำเที่ยวชมฟรี เป็นต้น ผู้เขียนมีโอกาสชม การแสดงแสงสีเสียงในเมืองอัสวานตอนไปประเทศอียิปต์โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพราะเป็นงานเปิดตัวโบราณสถานที่เพิ่งค้นพบซึ่งรู้ข่าวกันเฉพาะชาวอัสวาน

9. เที่ยวใกล้บ้าน

หากการเที่ยวต่างประเทศฟุ่มเฟือยเกินไป การเที่ยวในประเทศก็น่าสนใจไม่น้อย เพียงสมมุติว่าตนเองเป็นนักเดินทางข้ามแดนตามรอยนักเดินทางคนก่อนผู้สำรวจแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆไว้ เช่น สถานที่อันเป็นสัญลักษณ์ของเมือง ห้องแสดงงานศิลปะ สถาบันต่างๆที่คุณไม่เคยเข้าชม เป็นต้น

จินตนา พัวพิมลรัตน์ พนักงานบริษัท วัย 34 เล่าวิธีเที่ยวในกรุงเทพฯบ้านเกิดว่า �ดิฉันกับเพื่อนๆที่เป็นคนกรุงเทพฯด้วยกันรวมกลุ่มเกือบทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เพื่อเที่ยวชมสถานที่ต่างๆในเมืองหลวง เช่น ชมบ้านพิพิธภัณฑ์ที่แสดงวิถีชีวิตคนไทยเมื่อ 40-100 ปีที่ผ่านมา ชมศูนย์ประติมากรรมกรุงเทพฯ ที่รวมงานศิลปะงดงามมากมาย ล่องเรือชม สวนเกษตรชานกรุงที่คลองมหาสวัสดิ์ แม้ แต่พิพิธภัณฑ์เรือนคำเที่ยงของสยามสมาคม ทุกครั้งที่ไปเที่ยว คนนำทางเจ้าของพื้นที่ทำ ให้พวกเราสนุกสนานผ่อนคลายกับความรู้ใหม่ๆที่ได้รับ�

นอกจากนี้ bangkoktourist.com หรือ bangkoktourist.bma.go.th ยังให้ข้อมูลเรื่อง �100 มุมมองใหม่กรุงเทพฯ� แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ๆในเมืองหลวงที่คุณอาจไม่เคยสัมผัส องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ยังจัดท่องเที่ยวจังหวัดใกล้เคียงกรุงเทพฯในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ด้วยรถโดยสารปรับอากาศพิเศษยูโรทูกำหนดการ น่าสนใจ ได้แก่ ไหว้พระเก้าวัดที่อยุธยา สวนสัตว์เปิดเขาเขียว ตลาดน้ำดำเนินสะดวก (โทรฯ 184 และ bmta.co.th) ลองเที่ยวในบ้านเกิดเมืองนอนของคุณ ใครจะรู้ คุณอาจสนุกสนานเพลิดเพลินกว่าที่คิด

ขอบคุณข้อมูลจาก : http://www.readersdigestthailand.co.th/article/2439

 

การเลือกลิปสติกสำหรับสาว 4 สีผิว

สาวผิวขาว : หมดกังวลสำหรับการเลือกสีลิปสติสำหรับสาวผิวขาว เพราะไม่ว่าคุณจะหยิบจับลิปสติกสีไหน ทั้งโทนชมพู โทนแดง โทนน้ำตาล มาระบายที่ริมฝีกปากของคุณก็ดูเข้ากันดี จนน่าอิจฉา ไร้ปัญหาเรื่องความงาม เสน่ห์ของสาวผิวขาวแบบเป็นธรรมชาติ ไม่ว่าจะหน้าร้อน ฝน หนาว สวยได้ทุกฤดูเลยค่ะ

สาวผิวคล้ำ : สาวผิวคล้ำที่ยังเกิดอาการลังเลอยู่ ไม่รู้ว่าจะหยิบจับลิปสติกสีไหนให้ดูเข้ากับสีผิวของตัวเอง เพราะกลัวว่าจะไม่สวย และไม่มั่นใจ ได้เวลาไขข้อข้องใจแล้วค่ะ สำหรับสาวผิวคล้ำเพิ่มความสว่างให้กับริมฝีปากและใบหน้าของคุณ โดยการเลือกเนื้อลิปสติกที่มีสีแดงเป็นส่วนผสม โดยลิปสติกสีแดงจะมี 2 โทนสี ได้แก่ สีโทนร้อน อย่างสีแดงส้มและแดงเลือดนก ส่วนสีโทนเย็น ได้แก่ โทนที่ผสมน้ำเงิน อย่างเช่น แดงม่วง และแดงบานเย็นค่ะ


สาวผิวสองสี :
สีส้ม สีส้ม ท่องไว้ให้ขึ้นใจได้เลยค่ะ สำหรับสาวผิวสองสี สำหรับการเลือกหยิบลิปสติกโทนสีส้มมาไว้ข้างกาย เพราะไม่ว่าคุณจะออกงานไหน ลิปสติกสีส้มจะช่วยทำให้สาวสาวมีใบหน้าที่ดูโดดเด่น สว่าง หรืออยากจะเพิ่มความสวยเท่ห์ เลือกโทนสีน้ำตาลก็ดูดีทีเดียวเชียวค่ะ

สาวต่างวัย : สำหรับสาวอายุน้อย การเลือกทาลิปที่มีความมันวาว เนื้อมุก ชิมเมอร์ หรือ เนื้อแม็ท จะช่วยให้ดูมีเสน่ห์น่าค้นหา เพิ่มความสดใสเข้ากับวัยของตัวเองได้อย่างไม่อยาก แต่สำหรับสาวที่ค่อนข้างมีอายุแล้ว ควรเลือกบำรุงริมฝีปากให้มีสุขภาพดี ให้ดูอวบอิ่มแบบเป็นธรรมชาติมากกกว่าการเลือกใช้ลิปกรอสนะคะ เพราะจะทำให้คุณดูสวยสมวัย แบบพอเหมาะพองามค่ะ

ขอบคุณข้อมูลจาก : magazine.trendyday.com

 

 

1. ถนอมขาด้วยท่านั่ง

ไม่นั่งไขว่ห้าง คนที่นั่งไขว่ห้างเป็นประจำมักจะมีเส้นเลือดขอด เพราะการนั่งแบบนี้ทำให้เลือดและน้ำเหลืองไหลเวียนไม่สะดวก ยิ่งถ้านั่งตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่น กระดูกขาอาจจะโก่ง ต่อให้ขาเรียวแค่ไหนก็หมดสวยอยู่ดี

อย่ายืนขาข้างเดียว น้ำหนักตัวคนเราไม่ใช่แค่สองสามกิโลเป็นภาระหนักมากสำหรับขา ที่จะต้องยืนแบกมันไว้ สิ่งที่ตามมาก็คือเส้นเลือดขอด ขาบวม และเส้นประสาทปลายเท้าที่อาจจะอักเสบ ถ้ายังไงควรจะรักขาอย่างยุติธรรม แบ่งงานให้เท่าทั้งสองข้าง เพื่อถนอมความสวยไว้ให้เรียวน่องของคุณไง

ยืดเส้นที่ขาทุกวัน เพื่อเพิ่มกล้ามเนื้อและสลายไขมันที่เกาะใต้ผิวหนัง จะได้ป้องกันเซลลูไลท์และอาการขาหมูไปในตัว

Tip : วิธียืดเส้นแบบง่ายๆ ให้นั่งกับพื้น ยืดหลังตรง กางขาทั้งสองข้างออกให้กว้างที่สุดเท่าที่จะทำได้ จากนั้นก้มตัวลง เหยียดแขนขวาไปแตะปลายเท้าขวา ค้างไว้ 10 วินาทีแล้วยืดตัวขึ้น จากนั้นหันไปแตะปลายเท้าซ้ายอีก10 วินาที ทำสลับไปมาหลายๆ ครั้ง

 

2. นวดต่อมน้ำเหลือง

ถ้าขาสวยอยู่แล้ว การนวดต่อมน้ำเหลืองจะช่วยป้องกันไม่ให้ขามีอาการบวมน้ำจนอวบเป็นหัวไชเท้า ขั้นตอนการนวดไม่ได้ยุ่งยากอะไร เพียงแค่นอนแช่น้ำอุ่นแล้วนวดเบาๆ ไล่จากข้อเท้าขึ้นมาหาต้นขา เพื่อให้ระบบน้ำเหลืองไหลเวียนได้ดี หลังจากขึ้นจากอ่างน้ำก็นวดซ้ำอีกรอบ วันรุ่งขึ้นขาอวบๆ จะเล็กลงอย่างน่าตกใจ คนที่มีไขมันสะสมที่ขามาก ถ้าใช้วิธีนี้ก็จะช่วยสลายไขมันอย่างได้ผลด้วย

Tip : ถ้าที่บ้านไม่มีอ่างขนาดใหญ่ให้ลงไปนอนแช่ จะใช้วิธีผสมน้ำอุ่นในกาละมังใบใหญ่ๆ แล้วนั่งตัวตรง แช่เท้าลงไปพร้อมกับนวดสักครั้งชั่วโมงแทนก็ได้

 

3. เดินเล่นเพื่อขาสวย

คนที่ยืนนานๆ หรือนั่งอยู่กับที่นานๆ มักจะมีเส้นเลือดขอด การเดินนี่ล่ะจะช่วยเรียกขาเรียบเนียนกลับมาหาคุณอีกครั้ง ยิ่งเดินนานเท่าไรไขมันสะสมก็จะยิ่งหมดไป ทำให้น่องกระชับ แต่ถ้าอยากสนุกมากกว่านั้น อาจจะเปลี่ยนจากเดินมาเต้นรำแทนก็ไม่เลว จะได้ทั้งขาสวยและความลั้นลาในเวลาเดียวกัน

ที่มาจาก นิตยสาร spicy

ความอ้วนกับสาวๆ ดูเหมือนจะเป็นศัตรูคู่อาฆาตกันเลยใช่ไหมล่ะคะ ยิ่งถ้าเกิดใครมาทักว่า “นี่เธอดูอ้วนขึ้นรึเปล่าเนี่ย” คงจะถึงขั้นตัดเพื่อนตัดพี่น้องกันเลยทีเดียว อิอิ แต่ไม่ต้องกังวลไปหรอกค่ะ เพราะวันนี้เรารวบรวม สูตรลดน้ำหนัก เคล็ดลับ วิธีลดความอ้วน ภายในช่วงเวลาที่เราต้องการ ตั้งแต่ 3 วัน ถึง 1 เดือน มาฝากสาวๆ ด้วย เอ้า…ไหนมาดูซิ ว่ามี สูตรน้ำหนัก อะไรน่าสนใจบ้างเอ่ย

สูตรลดน้ำหนัก สูตรที่ 1: สูตรลดน้ำหนัก ของสมเด็จพระเทพฯ

เป็นสูตรลดน้ำหนัก 7 วัน ค่ะ โดยก่อนรับประทานอาหาร ให้ดื่มน้ำก่อน 2 แก้ว และจัดอาหารแต่ละมื้อ ดังนี้

วันที่ 1

มื้อเช้า : น้ำผลไม้ หรือโยเกริต์
มื้อกลางวัน : ไข่ต้มสองฟอง
มื้อเย็น : สลัดผัก

วันที่ 2

มื้อเช้า : น้ำผลไม้หรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาลไม่ใส่ครีม
มื้อกลางวัน : ไข่ต้มสองฟอง
มื้อเย็น : โยเกิรต์

วันที่ 3

มื้อเช้า : โยเกิรต์หรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาลไม่ใส่ครีม
มื้อกลางวัน : เกาเหลาลูกชิ้นหมู
มื้อเย็น : สับปะรด 1 ชิ้น

วันที่ 4

มื้อเช้า : ขนมปัง 1 แผ่น น้ำผลไม้หรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาลไม่ใส่ครีม
มื้อกลางวัน : สลัดผักและไก่ย่าง 1 ชิ้น
มื้อเย็น : โยเกิรต์

วันที่ 5

มื้อเช้า : น้ำผลไม้หรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาลไม่ใส่ครีม
มื้อกลางวัน : ส้มตำและไก่ย่าง 1 ชิ้น
มื้อเย็น : สลัดผัก

วันที่ 6

มื้อเช้า : น้ำผลไม้หรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาลไม่ใส่ครีม
มื้อกลางวัน : ปลานึ่งหรือปลาเผา
มื้อเย็น : นมสด

วันที่ 7

มื้อเช้า : ข้าวสวย 1 ทัพพี และหมูย่าง 1 ชิ้น หรือ ข้าวสวย 1 ทัพพี และไข่ต้ม 1 ลูก
มื้อกลางวัน : เกาเหลาลูกชิ้นหมู
มื้อเย็น : สับปะรด 1 ชิ้น

ส่วนวันที่แปด มื้อเช้า มื้อกลางวัน มื้อเย็น สามารถรับประทานอาหารอะไรก็ได้ตามใจชอบ แต่ถ้าอยากลดน้ำหนักต่อให้เริ่มรับประทานเหมือนที่ทำตั้งแต่วันแรกค่ะ

สูตรลดน้ำหนัก สูตรที่ 2 : สูตรลดน้ำหนัก 3 วัน

โดยทั้งสามวัน คุณสาวๆ ต้องดื่มน้ำ 2 แก้ว ก่อนรับประทานอาหารทุกมื้อค่ะ และต้องรับประทานอาหารดังนี้

วันที่ 1

ตื่นมา ถ่ายให้หมด และ ดื่มน้ำสะอาด 1 ลิตร

มื้อเช้า : ขนมปังปิ้งจนแห้ง + ส้มขนาดกลางหวานไม่มาก + ดื่มชา หรือกาแฟ ไม่มีน้ำตาล
มื้อกลางวัน : ไอศกรีม รสวนิลา 1 ลูก +แครอท น้ำบุรูท ประมาณ 50 กรัม + ดื่มชา หรือกาแฟ ไม่มีน้ำตาล
มื้อเย็น : ปลาทูน่า + มะเขือเทศ สีดา 1 ผล + ดื่มชา หรือกาแฟ ไม่มีน้ำตาล

วันที่ 2

มื้อเช้า :แก้วมังกร + แฮม 2 แผ่น + ดื่มชา หรือกาแฟ ไม่มีน้ำตาล
มื้อกลางวัน :ไข่ต้มกินไข่ขาว + ถั่วฝักยาว ต้ม + ดื่มชา หรือกาแฟ ไม่มีน้ำตาล
มื้อเย็น : ผักกาดต้ม + แคนตาลูบ ต้ม + ดื่มชา หรือกาแฟ ไม่มีน้ำตาล

วันที่ 3

มื้อเช้า : ปลาทูน่า + ส้มเขียวหวาน ขนาดเล็ก 1 ผล + ดื่มชา หรือกาแฟ ไม่มีน้ำตาล
มื้อกลางวัน :แกงส้ม กินแต่ผัก + กินเปลือกกุ้ง + ดื่มชา หรือกาแฟ ไม่มีน้ำตาล
มื้อเย็น : ขนมปังปิ้งจนแห้ง + ลูกพรุนแห้ง 2 ผล + ดื่มชา หรือกาแฟ ไม่มีน้ำตาล

ระหว่างนี้ห้ามทานของมัน หรือของทอดเด็ดขาดค่ะ หลังจากรับประทานครบ 3 วันแล้ว สามารถรับประทานอาหารได้ตามปกติ

สูตรลดน้ำหนัก สูตรที่ 3: สูตรลดน้ำหนัก 3 วัน

นี่ก็เป็นสูตรลดน้ำหนัก 3 วัน อีกเช่นกัน สำหรับสาวใจร้อน อยากลดน้ำหนักเร็วๆ โดยทั้งสามวัน คุณสาวๆ ต้องรับประทานอาหารดังนี้

วันที่ 1

มื้อเช้า : ชาหรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาล ส้มโอ 1/2 ผล ขนมปังปิ้ง 1 แผ่น ถั่วเหลืองในซอสมะเขือเทศ
มื้อกลางวัน : ชาหรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาล ปลาทูน่า 4 ออนซ์ (ประมาณ 115 กรัม) ขนมปังปิ้ง 1 แผ่น
มื้อเย็น : แฮม 2 แผ่น ถั่วฝักยาวต้ม 4 ออนซ์ ไอศกรีมวนิลา 4 ออนซ์ บีทรูทต้ม 4 ออนซ์

วันที่ 2

มื้อเช้า : ชาหรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาล ขนมปังปิ้ง 1 แผ่น ไข่ต้ม 1 ฟอง กล้วยหอม 1/2 ผล
มื้อกลางวัน : ชาหรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาล แคร๊กเกอร์ (แบบเค็ม) 5 แผ่น Coltage Cheese (คล้ายโยเกิร์ต) 120 กรัม
มื้อเย็น : แฮม 2 แผ่น บร็อคคอลรี่ต้ม 4 ออนซ์ แครอทต้ม 4 ออนซ์ ไอศกรีมวนิลา 4 ออนซ์ กล้วยหอม 1/2 ผล

วันที่ 3

มื้อเช้า : ชาหรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาล แคร๊กเกอร์ (แบบเค็ม) 5 แผ่น Cheddar Cheese 1 แผ่น แอ๊ปเปิ้ล 1 ผล
มื้อกลางวัน : ชาหรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาล ขนมปังปิ้ง 1 แผ่น ไข่ต้ม 1 ฟอง
มื้อเย็น : ปลาทูน่า 4 ออนซ์ บีทรูทต้ม 4 ออนซ์ ไอศกรีมวนิลา 4 ออนซ์ ดอกกระหล่ำต้ม 4 ออนซ์ แคนตาลูป 1/2 ผล

หมายเหตุ

1. ขนมปังปิ้งต้องปิ้งจนแห้ง ห้ามทาเนยหรือมาการีน
2. แคร๊กเกอร์ต้องเป็นรสเค็ม
3. ปลาทูน่าและถั่วฝักยาวสามารถแช่แข็งได้
4. อาหารชุดนี้จะทำปฏิกิริยาทางเคมีซึ่งกันและกัน และพิสูจน์ได้

ข้อห้าม

1. ห้ามเปลี่ยนแปลงหรือทดแทนอาหารอื่น ห้ามใช้เครื่องปรุงอื่น นอกจากเกลือและพริกไทย
2. รายการใดที่ไม่ได้กำหนดไว้ชัดเจน ให้ใช้วิจารณญาณตามความเหมาะสม

สูตรอาหารนี้ให้ใช้ติดต่อกัน 3 วัน ภายใน 3 วัน ควรลดน้ำหนักได้ 10 ปอนด์ หรือประมาณ 4.5 กิโลกรัม หลังจาก 3 วัน สามารถรับประทานอาหารได้ตามปกติค่ะ

สูตรลดน้ำหนัก สูตรที่ 4 : สูตรลดน้ำหนัก 7 วัน

สาวๆ ที่สนใจ สูตรลดน้ำหนัก 7 วัน ควรจัดอาหารรับประทานดังนี้

วันที่ 1

มื้อเช้า : ชาหรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาล
มื้อกลางวัน : ไข่ต้ม 2 ฟอง กับผักต้ม
มื้อเย็น : สเต็กกับสลัดผักน้ำใส และผลไม้

วันที่ 2

มื้อเช้า : ชาหรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาลกับขนมปังโฮลวีต 1 แผ่น
มื้อกลางวัน : สเต็กหรือเนื้อหมู เนื้อวัวย่างก็ได้ กับสลัดผักเขียวและผลไม้
มื้อเย็น : แฮมแผ่นต้มปริมาณเท่าใดก็ได้

วันที่ 3

มื้อเช้า : ชาหรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาลกับขนมปังโฮลวีต 2 แผ่น
มื้อกลางวัน : ไข่ต้ม 2 ฟอง และสลัดกับแครอท
มื้อเย็น : แฮมแผ่นต้มปริมาณเท่าใดก็ได้

วันที่ 4

มื้อเช้า : ชาหรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาลกับขนมปังโฮลวีต 1 แผ่น
มื้อกลางวัน : ไข่ต้ม 1 ฟองกับแครอทต้ม
มื้อเย็น : ผลไม้และโยเกิร์ตรสธรรมชาติ

วันที่ 5

มื้อเช้า : ชาหรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาล
มื้อกลางวัน : ปลาเผาหรือปลาย่างกับผักต้ม
มื้อเย็น : สเต็ก หรือเนื้อย่างไม่ติดมัน กับสลัดผักสดน้ำใส

วันที่ 6

มื้อเช้า : ชาหรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาล
มื้อกลางวัน : ไก่ย่างไม่ติดหนัง
มื้อเย็น : ไข่ต้ม 2 ฟอง กับแครอทต้ม

วันที่ 7

มื้อเช้า : กาแฟหรือชาบีบมะนาว แต่ไม่ใส่น้ำตาล
มื้อกลางวัน : ผลไม้อะไรก็ได้ในปริมาณต้องการ
มื้อเย็น : อะไรก็ได้ทุกอย่างที่อยากทาน ไม่จำกัดปริมาณ

สูตรลดน้ำหนัก สูตรที่ 5 : สูตรลดน้ำหนัก ใน 13 วัน

มาลองดูกันหน่อย สูตรลดน้ำหนัก ใน 13 วันมีอะไรบ้างเอ่ย

วันที่ 1

มื้อเช้า : กาแฟดำ 1 ถ้วย
มื้อกลางวัน : ไข่ต้มแข็ง 2 ฟอง /ผักกาดต้ม 3 ขีด /มะเขือเทศสด 1 ผล
มื้อเย็น : เนื้อไก่อบ 2 ขีด /สลัด /น้ำมะนาว

วันที่ 2

มื้อเช้า : กาแฟดำ 1 ถ้วย
มื้อกลางวัน : เนื้อหมูอบ 2.5 ขีด /โยเกริ์ต 1 ถ้วย
มื้อเย็น: เนื้อไก่อบ 2 ขีด /สลัด /น้ำมะนาว /ผลไม้ 1 ผล

วันที่ 3

มื้อเช้า : กาแฟดำ 1 ถ้วย/ ขนมปังปิ้ง 1 แผ่น
มื้อกลางวัน : ไข่ต้มแข็ง 2 ฟอง /เนื้อหมูอบ 1 ขีด / สลัด /น้ำมะนาว
มื้อเย็น : คื่นช่ายต้มสุก 3 ขีด/ มะเขือเทศ 1 ผล /ผลไม้ 1 ผล

วันที่ 4

มื้อเช้า : กาแฟดำ 1 ถ้วย /ขนมปังปิ้ง 1 แผ่น
มื้อกลางวัน : น้ำส้มคั้น 1 แก้ว/ โยเกริ์ต 1 ถ้วย
มื้อเย็น : ไข่ต้มแข็ง 1 ฟอง / แครอทสด 1 หัว/นมจืด 1 กล่อง

วันที่ 5

มื้อเช้า : แครอทสด 1 หัว(ราดด้วยน้ำมะนาว)
มื้อกลางวัน : เนื้อปลากะพงนึ่ง 2 ขีด
มื้อเย็น : เนื้อไก่อบ 2 ขีด /สลัด

วันที่ 6

มื้อเช้า : กาแฟดำ 1 ถ้วย/ขนมปังปิ้ง 1 แผ่น
มื้อกลางวัน : ไข่ต้มแข็ง 2 ฟอง/ แครอทสด 1 หัว
มื้อเย็น : เนื้อไก่อบ 2 ขีด/ สลัด /น้ำมะนาว

วันที่ 7

มื้อเช้า : ชา 1 ถ้วยไม่ใส่น้ำตาล/ ขนมปังปิ้ง 1 แผ่น
มื้อกลางวัน : น้ำเปล่าอย่างเดียว
มื้อเย็น : หมูอบ 2 ขีด / ผลไม้ 1 ผล

วันที่ 8

มื้อเช้า : กาแฟดำ 1 ถ้วย
มื้อกลางวัน : ไข่ต้มแข็ง 2 ฟอง /ผักกาดต้ม 3 ขีด /มะเขือเทศสด 1 ผล
มื้อเย็น : เนื้อไก่อบ 2 ขีด /สลัด /น้ำมะนาว

วันที่ 9

มื้อเช้า : กาแฟดำ 1 ถ้วย
มื้อกลางวัน : เนื้อหมูอบ 2.5 ขีด /โยเกริ์ต 1 ถ้วย
มื้อเย็น : เนื้อไก่อบ 2 ขีด /สลัด /น้ำมะนาว /ผลไม้ 1 ผล

วันที่ 10

มื้อเช้า : กาแฟดำ 1 ถ้วย/ ขนมปังปิ้ง 1 แผ่น
มื้อกลางวัน : ไข่ต้มแข็ง 2 ฟอง /เนื้อหมูอบ 1 ขีด / สลัด /น้ำมะนาว
มื้อเย็น : คื่นช่ายต้มสุก 3 ขีด/ มะเขือเทศ 1 ผล /ผลไม้ 1 ผล

วันที่ 11

มื้อเช้า : กาแฟดำ 1 ถ้วย /ขนมปังปิ้ง 1 แผ่น
มื้อกลางวัน : น้ำส้มคั้น 1 แก้ว/ โยเกริ์ต 1 ถ้วย
มื้อเย็น : ไข่ต้มแข็ง 1 ฟอง / แครอทสด 1 หัว/นมจืด 1 กล่อง

วันที่ 12

มื้อเช้า : แครอทสด 1 หัว(ราดด้วยน้ำมะนาว)
มื้อกลางวัน : เนื้อปลากะพงนึ่ง 2 ขีด
มื้อเย็น : เนื้อไก่อบ 2 ขีด /สลัด

วันที่ 13

มื้อเช้า : กาแฟดำ 1 ถ้วย/ขนมปังปิ้ง 1 แผ่น
มื้อกลางวัน : ไข่ต้มแข็ง 2 ฟอง/ แครอทสด 1 หัว
มื้อเย็น : เนื้อไก่อบ 2 ขีด/ สลัด /น้ำมะนาว

สำหรับสูตรลดน้ำหนัก 13 วันนี้ มีข้อห้ามด้วยนะคะ สำคัญมากๆ คือ

ใน 13 วันนี้ ห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เบียร์ เหล้า ไวน์ หมากฝรั่ง หรือขนมที่มีรสหวานเด็ดขาด

หากเผลอทานนอกเหนือจากสูตร และต้องการจะเริ่มควบคุมอาหารใหม่อกครั้ง ต้องเริ่มทานสูตรนี้ใหม่ หลังจาก 6 เดือนไปแล้ว

หากควบคุมอาหารตามสูตรได้แล้วถึงวันที่ 6 แต่ล้มเหลว จะสามารถเริ่มทานอาหารสูตรนี้ใหม่ได้ เมื่อผ่าน 3 เดือนไปแล้ว

หากทานอาหารตามสูตรนี้ได้ครบ 13 วันแล้ว ยังต้องการจะควบคุมอาหารอีก ควรทำหลังจาก 1 ปีไปแล้ว หรือถ้าเลย 2 ปีไปได้ จะดีที่สุดค่ะ

นอกจากนี้ สูตรลดน้ำหนัก 13 วัน ยังมีรายละเอียดปริมาณอาหารที่กำหนดไว้คือ

1.กาแฟดำ.. ให้ใส่น้ำตาลได้ 1 ช้อน ถ้าไม่ใส่ได้ จะดีที่สุดค่ะ
2.ผักต้ม.. ถ้าใช้ผักขมไทยได้จะดีมาก หรือถ้าหาไม่ได้ก็ใช้ผักกาดขาว หรือผักกวางตุ้งแทนก็ได้
3.มะเขือเทศสด.. ถ้าผลใหญ่ให้ทาน 1 ผล ถ้าผลเล็กให้ทาน 2-3 ผล
4.เนื้อไก่อบ..ใช้เนื้อสัน หรือเนื้อหน้าอกที่ไม่ติดมันหรือหนังเลย 2 ขีด ส่วนเนื้อหมูก็ต้องไม่ติดมันเลยเหมือนกัน
5.สลัด..ใช้ผักกาดหอม 1 ต้นเล็ก หอมใหญ่ 1 หัว แตงกวา 2 ลูก นำมาหั่นรวมกันจะได้ประมาณ 1 จาน แล้วราดด้วยน้ำสลัดใสเท่านั้น 1 ถ้วย (ประมาณ 3-4 ช้อนโต๊ะ)
6.น้ำมะนาว..ใช้มะนาวสด 1-2 ลูก คั้นเอาน้ำ แล้วชงน้ำร้อนใส่เกลือ (ใส่น้ำแข็งก็ได้)
7.โยเกิร์ต..รสจืด (รสธรรมชาติ) จะดีที่สุด
8.ผลไม้สด 1 ผล..ให้เลือกทานคือ ส้ม ชมพู่ แอปเปิ้ล ฝรั่ง หรือผลไม่ที่ไม่เป็นแป้งและต้องไม่หวาน
9.ปลานึ่ง..ใช้ปลาช่อนแทนปลากระพงได้ แต่ไม่ว่าปลาอะไรก็จะต้องไม่ติดหนังเลย
10.ไข่ต้ม..ต้องต้มให้สุกๆ เลยค่ะ
11.น้ำเปล่าดื่มได้ทั้งวัน วันละ 1-2 ลิตร ถ้าหิว..ให้ดื่มน้ำเปล่าได้อย่างเดียว “เท่านั้น” เพราะน้ำเปล่าสามารถดื่มได้ทั้งวัน เท่าไหร่ก็ได้ค่ะ

สูตรลดน้ำหนัก สูตรที่ 6: สูตรลดน้ำหนัก ใน 2 สัปดาห์

หากสาวใดคิดว่า 3 วัน 7 วัน เร็วไป กลัวไม่ได้ผลล่ะก็ มาลอง สูตรลดน้ำหนัก 2 สัปดาห์กันดีกว่า โดยตลอด 2 สัปดาห์ ให้จัดมื้ออาหาร และปฏิบัติตัวดังนี้

1. มื้อเช้ากินไข่ต้ม 1 ฟองหรือโยเกิร์ต 1 ถ้วย
2. มื้อกลางวันกินสลัดผัก 1 จาน หรือส้มตำ 1 จาน (อย่าปรุงรสหวานนะคะ)
3. มื้อเย็นกินแอปเปิ้ล 1 ผล หรือแฮมนึ่ง 1 แผ่น
4. งดอาหารหลัง 6 โมงเย็น ถ้าหิวให้ดื่มน้ำมากๆ แทน
5. เต้นแอโรบิก 60 นาที 4 ครั้งต่อสัปดาห์

ทำตามนี้ทุกวัน เป็นเวลา 2 สัปดาห์ รับรองว่า น้ำหนักส่วนเกินของคุณสาวๆ หายไปในพริบตาแน่นอน

สูตรลดน้ำหนัก สูตรที่ 7 : สูตรลดน้ำหนัก ใน 2 สัปดาห์

นี่ก็เป็น สูตรลดน้ำหนัก ในสองสัปดาห์อีกเช่นกัน โดยแต่ละวันให้จัดอาหาร คือ

วันที่ 1

มื้อเช้า : กาแฟไม่ใส่น้ำตาล
มื้อกลางวัน : ไข่ต้ม 2 ฟอง และ ผักขมจีน นำไปทำอะไรก็ได้ โดยใส่เกลือน้อยๆ
มื้อเย็น : เนื้อสันทอดน้ำมันน้อยๆ (น้ำมันมะกอกจะดีที่สุด) , สลัดผักเขียว และผลไม้อะไรก็ได้ตามต้องการ

วันที่ 2

มื้อเช้า : กาแฟดำ และ ขนมปัง 1 ก้อน (ขนมปังปกติ 3 แผ่น)
มื้อกลางวัน : สเต็กก้อนใหญ่ และ สลัดผักเขียว และ ผลไม้ตามใจชอบ
มื้อเย็น : แฮมต้มตามต้องการ

วันที่ 3

มื้อเช้า : กาแฟดำ และ ขนมปังก้อน 2 ก้อน
มื้อกลางวัน : ไข่ต้ม 2 ฟอง และ สลัดมะเขือเทศตามต้องการ
มื้อเย็น : แฮมต้มตามต้องการ

วันที่ 4

มื้อเช้า : กาแฟดำ และ ขนมปังก้อน 1 ก้อน
มื้อกลางวัน : ไข่ต้ม 1 ฟอง และ หัวแครอทต้มกินกับเนยแข็ง (เนยสวิส)
มื้อเย็น : ผลไม้ และ โยเกิร์ตเปรี้ยว

วันที่ 5

มื้อเช้า : แครอทต้มใส่น้ำมะนาว และกาแฟดำ
มื้อกลางวัน : ปลานึ่ง และ มะเขือเทศ
มื้อเย็น : สเต็ก และ สลัดผักเขียว

วันที่ 6

มื้อเช้า : กาแฟดำ และ ขนมปังก้อน 1 ก้อน
มื้อกลางวัน : ไก่ย่างตามต้องการ
มื้อเย็น : ไข่ต้ม 2 ฟอง และ แครอทต้ม

วันที่ 7

มื้อเช้า : ชาใส่มะนาว
มื้อกลางวัน : ผลไม้ตามต้องการ
มื้อเย็น : รับประทานอาหารตามปกติ

พอวันที่ 8 ก็ให้ย้อนกลับไปรับประทานอาหารตามวันที่ 1 ใหม่ หากทำครบ 2 สัปดาห์แล้ว สาวๆ ควรจะลดน้ำหนักลงไปได้อย่างน้อย 7 กิโลกรัมค่ะ และที่สำคัญระหว่างลดน้ำหนัก ห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และน้ำอัดลมเด็ดขาดค่ะ

สูตรลดน้ำหนัก สูตรที่ 8 : สูตรลดความอ้วนจากฝรั่งเศส 24 วัน

สูตรนี้ส่งตรงมาจากเมืองน้ำหอมเลยทีเดียว กับสูตรลดความอ้วน 24 วัน โดย อาหารของเก้าวันแรก ประกอบด้วย

มื้อเช้า : ส้มโอ และกาแฟ หรือชา

มื้อกลางวัน : เป็นเนื้อสัตว์ล้วนๆ ไม่มีข้าว ไม่มีผัก ไม่มีนม และไข่ สามารถใส่ซอสได้ กินได้มากเท่าที่ต้องการไม่จำกัด แต่มีข้อแม้ว่าในหนึ่งมื้อให้กินเนื้อสัตว์เพียงชนิดเดียวเท่านั้นค่ะ เช่น หมูล้วน ไก่ล้วน ปลาล้วน เพื่อให้กระเพาะอาหารสามารถทำงานได้ดี มากกว่าการกินปนกันที่จะทำให้กระเพาะอาหารทำงานหนักขึ้น โดยเนื้อสัตว์นั้น เนื้อหมูจะมีไขมันมากที่สุด ตามมาด้วยเนื้อวัว ส่วนอาหารทะเลจะมีไขมันน้อย นอกจากนี้อาหารต้ม นึ่ง เผา จะมีแคลอรีน้อยกว่าอาหารทอด เช่นนั้นแล้ว ลองเลือกดูนะคะว่า จะทานอะไร

อาหารแนะนำคือสเต็กพริกไทย ปลาสำลีเผา กุ้งอบเกลือ สตูว์เนื้อไม่ใส่ผัก ปลากระพงย่างบีบมะนาว หมูทอดกระเทียม แกงจืดหมูสับล้วน ระวังอย่ากินผักและข้าวเป็นพอ

มื้อเย็น : ให้กินแต่ข้าวกล้องล้วนๆ แต่สามารถเติมซอสได้ ผัดกับกระเทียมได้ ใส่ซีอิ้ว พริกไทยได้หมดค่ะ แต่ห้ามไม่ให้มีนมกับไข่ผสมเด็ดขาด ผักและเนื้อสัตว์กินไม่ได้เช่นกัน อาหารแนะนำ คือ ข้าวผัดกระเทียมใส่ซีอิ๊วขาว ข้าวผัดกะปิ ข้าวคลุกมันกุ้ง ข้าวผัดมันปู ข้าวคลุกน้ำพริกตาแดง ข้าวคลุกน้ำพริกต่างๆ ข้าวคลุกพริกป่นบีบมะนาว

สามวันต่อมา แม้ว่า น้ำหนักของคุณสาวๆ จะเริ่มลดไปบ้างแล้ว แต่ยังหยุดไม่ได้ค่ะ ต้องรับประทานต่อ โดย มื้อเช้ายังคงเหมือนเดิมค่ะ ส่วนมื้อกลางวันและเย็นเป็นผลไม้ล้วนๆ ห้ามมีอย่างอื่นมาเกี่ยวข้อง จะทานผลไม้อะไรก็ได้ ทุเรียน มะม่วง ก็ไม่ว่า (แต่น้ำหนักอาจลดน้อยกว่าที่ควร) และต้องกินเป็นมื้อ อย่ากินจุบจิบ

เก้าวันชุดที่ 2 อาหารเช้าเหมือนเดิมค่ะ ส่วนมื้อที่เหลือเป็นผักล้วน มันฝรั่ง เผือก ข้าวโพด ทานได้ค่ะ อาหารแนะนำ ได้แก่ คะน้าผัดน้ำมันหอย ผักนึ่งจิ้มน้ำพริก ผัดผักทุกอย่าง สลัดผักน้ำใส (ที่ไม่ใส่นม ไข่ และน้ำตาล)

และสามวันสุดท้าย มื้อเช้าเหมือนเดิมค่ะ ส่วนมื้อกลางวันและเย็นให้ทานเป็นผลไม้ล้วนๆ

ถ้าทำได้ครบและเคร่งครัด รับรองว่า น้ำหนักของคุณสาวๆ ลดได้แน่ๆ เลย แต่มีควรข้อระวังนะคะ หากนับวันผิด หรือเผลอทานนอกเหนือจากที่กำหนดไป ก็ต้องกลับมาเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่อีกค่ะ และถ้าครบ 24 วันแล้ว ก็สามารถกลับไปทานอาหารแบบเดิมได้ แต่ถ้าอยากผอมตลอด โดยไม่อยากควบคุมปริมาณอาหาร ก็สามารถใช้วิธีนี้ได้คือ

หากจะทานเนื้อ ให้ทานเนื้อชนิดเดียวกัน และให้กินร่วมกับผัก ห้ามกินรวมกับพวกแป้ง

หากจะกินอาหารพวกแป้ง เช่น ข้าว ก็ไม่ควรทานพร้อมกับโปรตีน ให้ทานกับผักแทน

ผลไม้จะทานในปริมาณเท่าไหร่ก็ได้ค่ะ เพราะเป็นอาหารที่ใช้เวลาอยู่ในกระเพาะน้อย แต่เป็นอาหารหนัก ทำให้อิ่มนาน ดังนั้นเพื่อสุขภาพควรทานผลไม้ก่อนทานอาหารหลัก ประมาณ 15-30 นาที เพื่อให้ผลไม้ไปตัดกำลังอาหารหลักนั่นเอง เราก็จะทานอาหารได้น้อยลง

สูตรลดน้ำหนัก สูตรที่ 9 : สูตรลดน้ำหนักใน 1 เดือน

ใครชอบสูตรลดน้ำหนักระยะยาว ต้องลองสูตรลดน้ำหนัก ใน 1 เดือนค่ะ โดยจะมีรายการอาหารเช้า กลางวัน เย็น และผลไม้ ให้เลือกเป็นข้อๆ แต่ละวันก็เลือกมามื้อละ 1 ข้อ และผลไม้ 1 อย่างค่ะ ส่วนผักจะทานเท่าไหร่ก็ได้ ไม่จำกัดจำนวน ส่วนอาหารแต่ละมื้อ มีอะไรให้เลือกบ้าง ไปดูกัน

มื้อเช้า

1. กาแฟดำ 1 ถ้วย และ ขนมปังโฮลวีท 1 แผ่น
2. นมพร่องมันเนย 1 แก้ว และ ขนมปังโฮลวีท 1 แผ่น
3. โยเกิรต์ไขมันต่ำ 1 ถ้วย
4. ขนมปังทาน้ำผึ้ง 1 แผ่น
5. ข้าวต้มไก่, กุ้ง 1 ถ้วย ไม่ใส่น้ำมัน หรือ กระเทียมเจียว (ข้าวปริมาณ 1 ทัพพีเล็ก)
6. ผลไม้

มื้อกลางวัน และมื้อเย็น

1. ข้าวสวย 1 ทัพพี และ แกงส้ม, แกงเลียง, แกงป่า (เลือกมา 1 อย่าง แต่ห้ามทานแกงกะทิเด็ดขาด)
2. ข้าวสวย 1 ทัพพี และ ต้มจืดตำลึง (อาจเปลี่ยนเป็นผักอย่างอื่นก็ได้ ไม่ใส่น้ำมัน)
3. ข้าวสวย 1 ทัพพี และ เกาเหลาผักเยอะๆ 1 ถ้วย
4. ข้าวสวย 1 ทัพพี และ น้ำพริก, ผักสด, ผักลวก (ไม่จำกัดปริมาณผัก)
5. ข้าวสวย 1 ทัพพี และ ไข่ต้ม 1 ฟอง และผักไม่จำกัดปริมาณ
6. ขนมจีน 1 จับ และ น้ำยาป่า และ ผักไม่จำกัดปริมาณ (ห้ามทานน้ำกะทิ)
7. ข้าวเหนียว 1 ปั้น และ ส้มตำไม่ใส่น้ำตาล ไก่ย่าง 1 ไม้ ไม่ติดมัน และหนัง
8. สลัดผัก (ไก่, กุ้ง, ไข่) โดยน้ำสลัดต้องเป็นน้ำใสถ้าจะเป็นน้ำข้นต้องเป็นชนิดไขมันต่ำ 1 จาน
9. สเต็ก หมู, ไก่, ไม่ติดมัน และ ผักไม่จำกัดปริมาณ
10. ผลไม้

ผลไม้

1. สัปปะรด 1 จานเล็ก
2. ส้มโอ 1 จานเล็ก
3. ฝรั่ง 1 ลูก
4. ส้มเขียวหวาน 2 ลูก
5. แอปเปิ้ล 1 ลูก
6. แตงโม 1 จานเล็ก
7. มะละกอ 1 จาน

สูตรนี้ไม่จำกัดระยะเวลาค่ะ แต่ควรทานติดต่อกันเป็นระยะเวลา 1 เดือน และงดอาหารจุบจิบ อาหารหวาน เครื่องในสัตว์ น้ำอัดลม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยเด็ดขาด ถ้าลองปฏิบัติตามนี้แล้ว ในเวลา 1 เดือน ควรลดน้ำหนักได้อย่างน้อย 5-8 กิโลกรัม

มีสูตรลดน้ำหนัก ให้สาวๆ ลองเลือกขนาดนี้ ใครชอบ สูตรลดน้ำหนัก ไหนก็ลองเลือกใช้ เลือกปฏิบัติกันดูนะคะ แต่ที่สำคัญคือต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เพื่อจะได้เห็นผลที่ชัดเจนค่ะ

ขอบคุณข้อมูลจาก : Kapook.com