วิธีทำดอทคอม (Witeetum.com)

สาระพัดวิธีที่คุณอาจไม่เคยรู้ และยังรอการพิสูจน์ (ซตพ.)

  เห็นผลไม้สดฉ่ำสีสวยแล้วรู้สึกสดชื่นอย่าบอกใคร วันนี้ชวนมาเติมความสวยสดใสกับสลัดจานอร่อยที่อุดมด้วยวิตามิน A C E ซึ่งมีสารแอนตีออกซิแดนท์ ช่วยให้ไม่ร่วงโรยก่อนวัย สร้างภูมิคุ้มกันโรค แล้วยังดีต่อหัวใจและหลอดเลือดอีกด้วย กลัวจะสวยไม่พอ เลยแถมน้ำสลัดสุขภาพที่มีน้ำผึ้งเป็นนางเอกอีก 2 สูตร ให้ถูกใจคนรักสวยรักงามตัวจริงกันไปเลย ใครไม่อยากแก่เร็ว รับรองว่าวิตามินสดๆ จากเมนูนี้ช่วยให้ปิ๊งปั๊ง! ได้ทันอกทันใจค่ะ

          ส่วนผสม

           ส้มซันควิกแกะออกเป็นกลีบ 1 ผล

           แอปเปิ้ลเขียวหั่นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า 1 ผล

           แอปเปิ้ลแดงหั่นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า 1 ผล

           กีวีหั่นแนวขวาง  2 ผล

           สตรอว์เบอร์รี่ผ่าซีก  4-5 ผล

           องุ่นดำ  1  ช่อ

           ถั่วลิสงคั่วบุบหยาบ 1/2 ถ้วย

           ใบสะระแหน่ปริมาณตามชอบ

          ส่วนผสมน้ำสลัดสูตรโยเกิร์ต

           โยเกิร์ตรสธรรมชาติไขมันต่ำ 1/2 ถ้วย

           น้ำผึ้ง  2 ช้อนโต๊ะ

           น้ำมะนาว  1 ช้อนโต๊ะ

           เกลือ  1 ช้อนชา

          ส่วนผสมน้ำสลัดสูตรน้ำส้ม

           น้ำส้มคั้น 1/4  ถ้วย

           น้ำผึ้ง  2 ช้อนโต๊ะ

           มะนาว  1 ช้อนโต๊ะ

           เกลือ  1 ช้อนชา

          วิธีทำ

           1.ล้างผลไม้ที่หั่นแล้วในน้ำเกลือ นำไปแช่เย็น

 
2. เลือกน้ำสลัดสูตรที่ชอบ ผสมทุกอย่างให้เข้ากัน นำไปแช่เย็น

           3. จัดผลไม้ใส่จาน ราดน้ำสลัดให้ทั่ว แล้วโรยถั่วลิสงและใบสะระแหน่

          Tips:

           ผลไม้ที่นำมาทำสลัดควรให้ออกรสเปรี้ยวหน่อยจะอร่อย

           การแช่เย็นผลไม้ต่างๆ และน้ำสลัด ทำให้สลัดอร่อยยิ่งขึ้น

           ใส่เกลือหรือมะนาวลงในน้ำแช่แอปเปิ้ล จะทำให้เนื้อแอปเปิ้ลไม่ดำ

           วิธีผ่าส้มให้เป็นกลีบ ให้ผ่าลงตามรอยแบ่งกลีบของส้ม แล้วดึงเยื่อกั้นระหว่างกลีบส้มออกโดยค่อยๆ ลอกจากด้านในที่ติดกับแกนของลูกออกมา จะได้ส้มที่ไม่ช้ำ ไม่แหลก

           สำหรับน้ำสลัดสูตรโยเกิร์ต ค่อยๆ เติมน้ำมะนาว แล้วชิมรส เพราะโยเกิร์ตมีรสเปรี้ยวอยู่แล้ว

           ใครขี้เกียจทำน้ำสลัด สามารถใช้โยเกิร์ตรสธรรมชาติแทนได้ แล้วโรยจมูกข้าวและงาดำกินเป็นอาหารเช้าได้เลย

           ถ้าชอบให้ออกรสเผ็ด ใส่พริกลงไปได้นิดหน่อย

เครดิต: kapook

น้ำแตงโม

ส่วนผสม
เนื้อแตงโม 50 กรัม ( 5 ช้อนคาว)
น้ำเชื่อม 15 กรัม ( 1 ช้อนคาว)
เกลือป่นเสริมไอโอดีน 1 กรัม (1/5ช้อนชา)
น้ำเปล่าต้มสุก 150 กรัม (10 ช้อนคาว)
วิธีทำ
นำเนื้อแตงโม น้ำ น้ำเชื่อม เกลือ ใส่ในเครื่องปั่น นำไปปั้นให้ละเอียด ชิมรสตามชอบ

ประโยชน์ที่ร่างกายจะได้รับ
คุณค่าทางอาหาร มีวิตามินเอ ช่วยบำรุงสายตา และวิตามินซี ช่วย ป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน
คุณค่าทางยาช่วยขับปัสสาวะ ปากเป็นแผล แก้ร้อนใน แก้ กระหายน้ำ

 

น้ำเชอรี่

ส่วนผสม
เชอรี่ 100 กรัม (7 ช้อนคาว)
น้ำเชื่อม 30 กรัม (2 ช้อนคาว)
น้ำเปล่าต้มสุก 200 กรัม (14 ช้อนคาว)
เกลือป่นเสริมไอโอดีน 1 กรัม(1/5 ช้อนชา)
วิธีทำ
เลือกเชอรี่เด็ดก้านล้างให้สะอาด นำไปใส่เครื่องปั่นใส่น้ำต้มครึ่งหนึ่ง ปั่นให้ละเอียดนำไปกรองเอาแต่น้ำ นำน้ำเปล่าต้มสุกส่วนที่เหลือใส่ลง ไปคั้นกับกากเชอรี่ให้แห้งมากที่สุดนำน้ำเชอรี่ที่คั้นได้ใส่น้ำเชื่อมเติม เกลือ ชิมรสตามชอบ

ประโยชน์ที่ร่างกายจะได้รับ

คุณค่าทางอาหาร มีวิตามินซีสูงมาก ช่วยป้องกันโรคเลือดออก ตามไรฟัน
คุณค่าทางยาช่วยป้องกันโรคโลหิตจาง

 

น้ำขิง

ส่วนผสม

ขิงสด 15 กรัม (ขนาด 1” x 15” 5 ชิ้น)
น้ำเชื่อม 15 กรัม (1 ช้อนคาว)
น้ำเปล่า 240 กรัม (16 ช้อนคาว)
วิธีทำ

นำขิงมาปอกเปลือกล้างให้สะอาดหั่นเป็นแว่นใส่หม้อใส่น้ำ ตั้งไฟต้ม น้ำจนเดือดสักครู่ยกลง กรองเอาขิงออก ใส่น้ำเชื่อม ชิมรสตามชอบ หรืออีกวิธีหนึ่ง ใช้เหง้าขิงแก่ฝนกับน้ำมะนาว ใช้กวาดคอ หรือใช้ เหง้าขิงสดตำผสมน้ำเล็กน้อย นั้นเอาน้ำและใส่เกลือนิดหน่อยใช้จิบบ่อย ๆ

ประโยชน์ที่ร่างกายจะได้รับ
คุณค่าทางอาหาร พรั่ง พร้อมด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น มีแคลเซียม ช่วยบำรุงกระดูกและฟัน และยัง มีสารเบต้า-แคโรทีนอีกด้วยซึ่งช่วยต้านโรคมะเร็ง
คุณค่าทางยาแก้ ท้องอืดท้องเฟ้อ ขับลม และขับเสมหะ แก้อาการ คลื่นไส้ อาเจียน เมารถเมาเรือ ช่วยเจริญอาหาร กินข้าวได้นอกจากนั้นยังลดการจับตัวของลิ่มเลือด ช่วยย่อยอาหารโดยเพิ่มการหลั่งน้ำดีและน้ำย่อย ต่าง ๆ ต้านการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร

 

น้ำกระเจี๊ยบแดง

ส่วนผสม

ดอกกระเจี๊ยบสด/แห้ง 20 กรัม (5 ดอก)
น้ำเชื่อม 30 กรัม (2 ช้อนคาว)
น้ำเปล่า 200 กรัม (14 ช้อนคาว)
เกลือป่นเสริมไอโอดีน 2 กรัม (2/5 ช้อนคาว)

วิธีทำ
1 เอาดอกกระเจี๊ยบสดหรือแห้งก็ได้ ล้างน้ำทำความสะอาดนำใส่หม้อ ต้มจนเดือด แล้วลดไฟลงอ่อน ๆ เคี่ยวเรื่อย ๆ จนน้ำเป็นสีแดง จนเข้มข้น
2. เอาดอกกระเจี๊ยบขึ้นจากหม้อต้ม แล้วเอาน้ำเชื่อมและเกลือใส่ลงไป ปล่อยให้น้ำกระเจี๊ยบเดือด 1 นาที ก็ยกลง ชิมรสตามใจชอบ
3. เอาขวดแม่โขงมาล้างทำความสะอาด ต้มในน้ำเดือด 20 นาที นำ น้ำกระเจี๊ยบแดงมากรอก แล้วปิดจุกให้แน่น เก็บไว้ได้นาน (ควร แช่ในตู้เย็น)
หรืออีกวิธีหนึ่ง นำดอกกระเจี๊ยบมาตากแห้ง แล้วนำมาบดเป็นผง นำผงกระเจี๊ยบครั้งละ 1 ช้อนชา ชงในน้ำเดือด 1 ถ้วย (250 มิลลิกรัม )

ประโยชน์ที่ร่างกายจะได้รับ

คุณค่าทางอาหารให้วิตามินเอสูงมาก ซึ่งช่วยบำรุงสายตารอง ลงมามีแคลเซียม ช่วยบำรุงกระดูกและฟัน
คุณค่าทางยาช่วยขับปัสสาวะ ลดความดันโลหิต เป็นยาระบาย อ่อนๆ และช่วยแก้อาการกระหายน้ำ

 

น้ำตะไคร้

ส่วนผสม

ตะไคร้ 20 กรัม (1 ต้น)
น้ำเชื่อม 15 กรัม (1 ช้อนคาว)
น้ำเปล่า 240 กรัม (16 ช้อนคาว)

วิธีทำ
นำตะไคร้มาล้างให้สะอาด หั่นเป็นท่อนสั้น ทับให้แตก ใส่หม้อต้มกับ น้ำให้เดือดกระทั่งน้ำตะไคร้ออกมาปนกับน้ำจนเป็นสีเขียว สักครู่จึงยกลง กรองเอาตะไคร้ออก เติมน้ำเชื่อมชิมรสตามชอบหรืออาจเอาเหง้าแก่ที่อยู่ใต้ดิน ล้างให้สะอาด ฐานเป็นแว่นบาง ๆ คั่วไฟอ่อน ๆ พอเหลือง ชงเป็นชา ดื่มวันละ 3 ครั้ง ๆ ละ 1 ถ้วยชา จะช่วยขับปัสสาวะให้สะดวก

ประโยชน์ที่ร่างกายจะได้รับ

คุณค่าทางอาหาร มีวิตามินเอ ช่วยบำรุงสายตา นอกจากนี้ยัง แคลเซียมและฟอสฟอรัส ช่วยบำรุงกระดูกและฟัน ช่วย เพิ่มกลิ่นหอมให้กับอาหาร
คุณค่าทางยาแก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ จุกเสียด ขับ ปัสสาวะ ขับเหงื่อได้ดีช่วยลดพิษของสารแปลก ปลอมในร่างกาย รวมทั้งช่วยลดความดันโลหิต

 

 

น้ำมะตูม

ส่วนผสม

มะตูมแห้ง 8 กรัม (2 ชิ้น)
น้ำตาลทราย 15 กรัม (1 ช้อนคาว)
น้ำเปล่า 240 กรัม (16 ช้อนคาว)

วิธีทำ
นำมะตูมแห้งมาล้างให้สะอาด ปิ้งไฟให้หอม นำไปใส่หม้อ เติมน้ำ ตั้ง ไฟเคี่ยวสักครู่ยกลงกรองเอาแต่น้ำ เติมน้ำตาลทรายตั้งไฟให้ละลาย ชิมรสตามชอบ ยกลง
ประโยชน์ที่ร่างกายจะได้รับ

คุณค่าทางยาเป็นยาระบาย ขับลม ท้องเฟ้อ ช่วยย่อยอาหาร บารุงธาตุ ทำให้ขับถ่ายดี และ เจริญอาหาร ขับ เสมหะ แก้อาการร้อนในได้ดี

 

เครดิต: palungjit

ส่วนผสมของ เค้กกล้วยหอม มีดังนี้
ingredients
จากซ้ายไปขวา ล่างขึ้นบนนะ
1. กล้วยหอมสุก 2 ลูก เลือกลูกงอมๆมาเลย ดีใจไม่ต้องทิ้งแล้ว
2. เนยจืด 90 กรัม (ก้อนนี้มัน 227 กรัม ก็กะๆเอาเกือบครึ่งก้อน)
3. เกลือ 1/2 ช้อนชา (ถ้ามีช้อนตวงก็จะดีเลยจะได้แม่น แต่ไม่มีก็กะๆเอาได้)
4. ไข่ไก่ 2 ฟอง
5. เบกกิ้งโซดา หรือ โซเดียมไปคาร์บอเนต 1/2 ช้อนชา (ซื้อมาจาก Tops Supermarket ราคาประมาณ 20 บาท)
6. โยเกิร์ต 50 กรัม (ถ้วยนี้ 150 กรัม ก็ประมาณ 1/3 ถ้วย) ใครไม่ชอบก็ไม่ต้องใส่ก็ได้นะ
7. น้ำตาลทรายในสูตรบอกให้ใส่ 160 กรัม แต่เราไม่ชอบหวานเลยปรับเอาแค่ 100กรัมพอ (อันนี้จะกะยากแล้ว มันต้องมีที่ชั่งด้วย)
8. ผงฟู 1/2 ช้อนชา (ซื้อมาจาก Tops Supermarket ราคาประมาณ 20 นิดๆ จำไม่ได้)
9. แป้งสาลี 150 กรัม (ซื้อมาจาก Tops Supermarket ถุงนี้ 1 กิโลกรัม 53 บาท)
วิธีทำง่ายมากๆ ดังนี้

1. ตั้งเตาอบที่อุณหภูมิ 180 องศา แล้วทาพิมพ์ขนาด 9 x 3 นิ้วด้วยเนยรอไว้ก่อนเลย (ที่ทาเนยซื้อมาจาก Daiso 60 บาท พิมพ์เค้กอันนี้เป็นแบบยาง ขอยืมมา แต่เห็นที่ Central มีขายนะ ลองไปเลือกดูได้)
step4
2. บดกล้วยให้เละ รอไว้ (ไม่ได้ถ่ายมาให้ดูอ่ะ ตอนนั้นมือเลอะ แล้วมันเละๆด้วย
3. ร่อนแป้งสาลี (ที่ร่อนยืมมา แต่เห็นใน Tops มีขายอันละ 155 บาท, ชามแสตนเลสแบบเบา ยืมมาเหมือนกัน แต่ใช้ดีมากๆ เพราะเบาจับถนัดกว่าชามแก้ว เลยว่าจะไปหาซื้อเป็นสมบัติของตัวเอง น่าจะแพงนะ)
step1
4. ใส่ผงฟู เบกกิ้งโซดา น้ำตาล และ เกลือ ลงไป (จากรูป ช้อนที่ใส่ผงฟูมันผิดนะ ต้องช้อนเล็กขนาด 1/2 ช้อนชา แบบที่ใส่เบกกิ้งโซดาถึงจะถูก โชคดีไหวตัวทัน ชุดช้อนตวงซื้อมาจาก อิเซตัน ตอนลดราคา 29 บาท แต่ใน Tops ก็น่าจะมี ไม่รู้เท่าไหร่)
step2 step3

5. ตีทุกอย่างให้เข้ากัน (ไม้ตีซื้อมาจาก Tops 159บาท ใช้ดีเมพ)
step2
6. ใส่ไข่2ฟอง โยเกิร์ต และกล้วยที่บดไว้ในขั้นตอนที่2 ลงไป แล้วตีให้เข้ากัน (ใครไม่ชอบโยเกิร์ตก็ไม่ต้องใส่ เราลองทำ 2 แบบแล้ว เอาไปให้เพื่อนๆชิม ก็มีคนชอบทั้ง 2 แบบเท่าๆกันเลย)
step3
7. ใส่เนยลงไป เราเอาเนยไปอุ่นในไมโครเวฟให้ละลายก่อนแล้วค่อยใส่ จะได้ตีง่ายๆ
step5
8. ตีๆๆๆ ให้เข้ากันไม่ต้องตีนานมาก เอาแค่มันเข้ากันดีก็พอไม่เกิน 5 นาที แล้วก็เทใส่พิมพ์ที่ทาเนยไว้ในขั้นตอนแรก แล้วรีบเอาเข้าตู้อบนะ เพราะถ้าทิ้งไว้ในพิมพ์นาน ส่วนผสมมันจะนอนก้นทำให้สุกไม่ทั่วถึง
step7
9. เอาเข้าตู้อบ ใช้เวลาประมาณ 30-45 นาที (ลอง 30 นาทีก่อน แล้วเปิดดู เอาส้อมไปจิ้ม ถ้าแป้งยังติดมาที่ส้อมก็อบต่อ แต่อย่านานเกิน 50 นาที เดี๋ยวมันจะแห้งไป ไม่อร่อย)
step8
10. อบเสร็จแล้ว ก็จะออกมาหน้าตาแบบนี้ ตรงกลางจะฟูขึ้นมาเลย
my first banana cake
11. รอจนเย็น แล้วค่อยแกะออกมาจากพิมพ์ แล้วรอให้เย็นทั่วทั้งก้อนก่อนแล้วค่อยตัด ทีนี้ก็กินได้เล้ยยย อร่อยแล้ววว
My banana cake3
My banana cake My banana cake2
เสร็จแล้ว เค้กกล้วยหอม ทำง่ายมากๆ เพราะเราก็ทำเป็นครั้งแรกเหมือนกัน ตอนแรกก็ไม่คิดว่าจะกินได้ แต่ก็กินได้และอร่อยด้วย!! อุปกรณ์ และ ส่วนผสม หาได้ง่าย Tops Super ที่เดียวก็มีหมดแล้ว ถ้าที่บ้านมีเตาอบอยู่แล้วด้วยก็เยี่ยมไปเลย ยังไงวันหยุดหน้าก็ลองทำกันดูนะ ออกมาหน้าตาเป็นยังไง มาบอกกันด้วยนะคะ :D
ส่วนผสม

แผ่นแป้งเกี๊ยวประมาณ 2 ห่อ
กุ้งชีแฮ้ (เปลือกขาว) 1 ก.ก. (แกะเปลือกแล้ว)
มันหมูบดละเอียด 200 กรัม
น้ำตาลทราย 50 กรัม
เกลือ 1 ช้อนโต๊ะ
พริกไทยขาว 1 ช้อนชา
แป้งมันฮ่องกงประมาณ 1/4 ถ้วย
น้ำมันงา 1 ช้อนชา
แป้งมันสำปะหลังสำหรับล้างกุ้ง ประมาณ 2 ถ้วย
เม็ดถั่วลันเตา เล็กน้อย
แครอท เห็ดหอม หั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าขนาดเท่ากับเม็ดถั่วลันเตา ใช้สำหรับแต่งหน้า

วิธีทำ

1. แกะเปลือกกุ้ง ผ่าหลังดึงไส้ดำออก ล้างน้ำให้สะอาด แล้วโรยแป้งมันสำปะหลังให้ทั่วขยำเบา ๆ พร้อมกับเปิดน้ำเบา ๆ ให้น้ำค่อย ๆไหล แช่กุ้งไว้พร้อมแป้งไว้ประมาณ 20 -30 นาที หลังจากนั้นใช้มือล้างกุ้ง ให้สะอาด เทน้ำออก แล้วเปิดน้ำใส่กะละมังให้น้ำไหลทิ้ง จนกว่าน้ำที่ล้างกุ้งจะสะอาดไม่มีสีขาวของแป้ง เทกุ้งใส่กระชอนพักให้สะเด็ดน้ำ ใช้ผ้าสะอาดที่ซับน้ำวางบนโต๊ะ เทกุ้งลงบนผ้าแผ่ออกแล้วเช็ดให้แห้งสนิท
2. ใส่กุ้ง มันหมู น้ำตาลทราย เกลือ พริกไทย แป้งมันฮ่องกง น้ำมันงา ลงในโถผสม ใช้หัวตะกร้อตีจนเนื้อกุ้งเหนียวเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน (ถ้าไม่มีที่ตีใช้มือนวดก็ได้ แต่ใช้แรงและเวลามากหน่อย) นำส่วนผสมที่ได้แช่เย็นไว้ในช่องเย็น (Chill )จนเย็นประมาณ 1-2 ชั่วโมง (จะแช่ค้างคืนไว้ก็ได้)
3.ตัดริมแผ่นแป้งเกี๊ยวออกเล็กน้อยให้เป็นสี่เหลี่ยมจตุรัส ตักกุ้งที่แช่ไว้ใส่แผ่นแป้ง บีบให้แน่น อย่าใส่มากเกินไป ปาดหน้าให้เรียบ วางถั่วลันเตาหรือเห็ดหอมหรือแครอทบนหน้ากุ้ง ทาน้ำมันพืชบนลังถึงให้ทั่ว วางขนมจีบแล้วนำไปนึ่งนานประมาณ 5 นาที

- ควรใช้กุ้งชีแฮ้ตัวใหญ่ขนาด 100 ตัวต่อ 1 กิโลกรัม เนื้อกำลังอร่อย
- ถ้ามีปัญหาเรื่องคอเลสตอรอลไม่ใส่มันหมูก็ได้ แต่เนื้อกุ้งจะแข็ง