วิธีทำดอทคอม (Witeetum.com)

สาระพัดวิธีที่คุณอาจไม่เคยรู้ และยังรอการพิสูจน์ (ซตพ.)
Genting Ice 6, December

Genting

 

หากพูดถึง Genting ในประเทศมาเลเซียแล้ว บางคนอาจจะไม่รู้จัก หรือสำหรับบางคนที่รู้จักก็เชื่อได้ว่าคงจะนึกถึงแหล่งคาสิโนเป็นอย่างแรก จริงอยู่ที่ Genting เป็นรีสอร์ทขนาดใหญ่ที่มีคาสิโนซึ่งเปิดอย่างถูกต้องตามกฎหมายเป็นจุดเด่น แต่ Genting ไม่ได้มีเพียงแค่นั้น ที่นั่นยังมีทั้งแหล่งช้อปปิ้ง ร้านค้า ร้านอาหารหลากหลายประเภท สวนสนุก สวนน้ำ โรงภาพยนตร์และอะไรอีกหลายอย่าง ที่สามารถให้ทุกคนในครอบครัวมาพักผ่อนด้วยกันได้อย่างมีความสุข

 

ประสบการณ์ในการไปท่องเที่ยวที่ Genting จะถูกบอกเล่าผ่านบันทึกการเดินทางสามวันสองคืนนี้

 

การเตรียมตัว

 

หลังจากที่รู้ตัวว่าจะได้เดินทางไปที่ Genting ประเทศมาเลเซีย เรื่องสำคัญที่สุดที่ต้องเตรียมตัวก็คือการแลกเงิน ประเทศมาเลเซียใช้สกุลเงิน “ริงกิต” (MYR) ซึ่งอัตราการแลกเปลี่ยน ณ ขณะวันที่เขียนก็อยู่ที่ประมาณ 10 บาทกว่าๆ เท่ากับ 1 ริงกิต นอกเหนือจากการแลกเงิน ในยุคเทคโนโลยีแบบนี้ การใช้มือถือและอุปกรณ์ IT ก็เป็นสิ่งสำคัญ สำหรับบางคนอาจจะสะดวกไปซื้อซิมโทรศัพท์มือถือของที่มาเลเซียและเปิดใช้แพคเกจ data เพื่อเล่นอินเตอร์เน็ตก็ได้ แต่สำหรับบางคนเช่นตัวเราเองสะดวกเปิดแพคเกจ data roaming ของเครือข่ายผู้ให้บริการจากไทยไปเลยมากกว่า ซึ่งวิธีนี้ก็สามารถทำได้ด้วยตัวเองโดยการเปิดหาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ต ซึ่งถ้าเราเปิดใช้บริการ roaming อยู่แล้วก็เพียงแค่เลือกแพคเกจที่เหมาะสมและกดรหัสแพคเกจเปิดใช้จากมือถือของเราได้เลย หรือสำหรับคนที่ไม่คุ้นเคยก็อาจจะติดต่อผ่านทาง call center ก็ได้ ยกตัวอย่างราคาค่าบริการ data roaming ของประเทศมาเลเซียจากเครือข่ายที่เราใช้อยู่นั้น แพคเกจ data roaming unlimited 3 days ราคาอยู่ที่ประมาณ 950 บาท (ทั้งนี้แพคเกจประเภทนี้ไม่ได้รวมค่าบริการโทรศัพท์รับสายหรือโทรออก) หลังจากจัดการกับการใช้โทรศัพท์และอินเตอร์เน็ตที่นู่นเรียบร้อย ก็มาถึงการชาร์จอุปกรณ์ต่างๆ เนื่องจากปลั๊กไฟของประเทศมาเลเซียเป็นแบบหัวแบนสามแฉกแตกต่างจากบ้านเรา จึงควรเตรียมที่แปลงหัวปลั๊กไฟไปด้วย หรือถ้าอุปกรณ์เรามีจำนวนมาก ต้องชาร์จทั้งมือถือ แทบเลต โน๊ตบุค กล้อง เราก็ควรเตรียมปลั๊กพ่วงไปด้วย

 

อีกสิ่งหนึ่งที่อาจจะคาดไม่ถึงสำหรับการไปที่ Genting คือสภาพอากาศที่หนาวเย็น เมื่อเราคิดถึงประเทศมาเลเซีย ก็คงคิดว่าอากาศคงใกล้เคียงกับบ้านเรา หรืออาจจะร้อนกว่าด้วยซ้ำ แต่ Genting นั้นเป็นรีสอร์ทที่อยู่บนเขาสูง สภาพอากาศเย็นตลอดทั้งปีรวมทั้งมีฝนตกด้วย ดังนั้นเสื้อกันหนาว เสื้อแขนยาว เสื้อที่มีฮู้ด หรือร่มก็เป็นสิ่งจำเป็นอีกอย่างที่ควรจะต้องเตรียมไป เมื่อเตรียมตัวจัดกระเป๋าพร้อมแล้ว เราก็เดินทางสู่ประเทศมาเลเซียได้เลย

วันที่หนึ่ง

 

เราเดินทางสู่ประเทศมาเลเซียโดยสายการบิน AirAsia ที่ท่าอากาศยานดอนเมืองไปท่าอากาศยานกัวลาลัมเปอร์ เนื่องจากเป็นครั้งแรกที่เดินทางโดยสายการบินนี้จึงไม่ได้เตรียมตัวว่าจะดีเลย์เป็นชั่วโมงจากสิบโมงเป็นสิบเอ็ดโมง รวมทั้งไม่รู้ว่าจะไม่มีอาหารว่างเสิร์ฟให้บนเครื่องจึงท้องร้องตั้งแต่เริ่มออกเดินทาง การเดินทางใช้เวลาสองชั่วโมง และเนื่องจากประเทศมาเลเซียเวลาเร็วกว่าประเทศไทยหนึ่งชั่วโมง จึงไปถึงที่นั่นเวลาบ่ายสองโมง(เวลามาเลเซีย) เมื่อไปถึงท่าอากาศยานกัวลาลัมเปอร์ก็พบว่าเขาแยก Terminal ของสายการบิน low cost ออกมา ซึ่งเมื่อได้เห็น Low Cost Terminal นั้นก็รู้สึกว่าดอนเมืองเราดูดีมากขึ้นมาทันที การตรวจคนเข้าเมืองของที่นี่ก็เป็นไปอย่างง่ายดาย ไม่มีการกรอก Immigration Card ไม่มีการถ่ายรูป ไม่มีการสแกนลายนิ้วมือใดๆทั้งสิ้น ยื่นพาสปอร์ตให้เป็นอันจบ เมื่อเข้าประเทศได้อย่างเรียบร้อย ภายในสนามบินก็จะมีบูธของผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์ต่างๆของประเทศมาเลเซียมาตั้งเรียงรายให้เราได้เลือกซื้อซิมสำหรับการใช้งานโทรศัพท์และอินเตอร์เน็ตอย่างที่ได้พูดถึงไปก่อนหน้านี้

 

หลังจากออกจากสนามบิน เราก็นั่งรถเพื่อเดินทางไป Genting ระยะทางจากท่าอากาศยานกัวลาลัมเปอร์ไป Genting นั้นประมาณสามชั่วโมง ซึ่งระยะเวลานี้นับรวมรถติดที่เกิดจากการแข่งขันรถแข่งที่จัดขึ้นใกล้ๆกับสนามบิน และการขับรถขึ้นเขาในสภาพอากาศฝนตกปรอยๆและมีหมอกลงจัดด้วย เส้นทางขึ้นเขาเพื่อไป Genting นั้นทำให้เรานึกถึงการขึ้นเขาไปปายหรือเชียงคาน มีความคดเคี้ยวมากพอสมควร แต่สภาพถนนนั้นถือว่าดีมาก เป็นถนนสี่เลนและมีเกาะกลางเป็นส่วนมาก ในบางช่วงก็แยกถนนขาขึ้นกับขาลงไปคนละเส้นเพื่อความปลอดภัย

 

ระหว่างทางไกด์ได้พาเราแวะทานอาหารว่างเป็นมื้อแรก ซึ่งก็คือทุเรียน ไกด์บอกว่าทุเรียนเป็นอาหารที่เป็นที่นิยมเป็นอย่างมากจึงอยากให้เรามาลองทานดู ซึ่งการทานทุเรียนของที่นี่ก็ทำให้เราแปลกใจอยู่พอสมควร รถตู้จอดแวะกลางทางในบริเวณที่เหมือนที่พักรถของบ้านเรามีร้านอาหาร มีห้องน้ำ และมีเต้นท์ขายทุเรียน เมื่อไปถึงคนขายก็จัดการแกะทุเรียนและวางบนโต๊ะในเต้นท์นั้นให้เรายืนทานได้เลย พร้อมถุงมือเพื่อไม่ให้มือเปื้อน ทุเรียนของที่นี่ลูกเล็กกว่าบ้านเราพอสมควร ซึ่งคนที่นี่ก็นิยมทานแบบสุก เนื้อจึงค่อนข้างเละเมื่อเทียบกับการทานทุเรียนแบบบ้านเราที่จะไม่ทานแบบสุกจนเกินไป ส่วนรสชาติก็ออกขมเล็กน้อย สรุปแล้วทุเรียนบ้านเราก็ถูกปากเรามากกว่าอยู่ดี

หลังจากนั้นก็เดินทางไปทานอาหารอย่างจริงจังเป็นอาหารมังสวิรัติ ร้านอาหารอยู่ในศาลเจ้าที่เป็นเหมือนกึ่งสถานที่ท่องเที่ยวและชมวิว อาหารมังสวิรัติของที่นี่ก็เน้นเต้าหู้และเห็ด โดยเริ่มจากซุป ตามมาด้วยของผัดประเภทต่างๆ รวมทั้งมีแกงกะหรี่ด้วย ซึ่งโดยรวมก็ถือว่าอร่อยเลยทีเดียว

จากนั้นก็เดินทางสู่รีสอร์ท ใน Genting นั้น ประกอบด้วยโรงแรมจำนวนห้าโรงแรม คือ ….. ซึ่งที่เราได้เข้าพักนั้นคือ First World Hotel หลังจากนั่งรถฝ่าหมอกหนามาถึงที่โรงแรม สิ่งแรกที่ได้เห็นก็รู้สึกประทับใจกับการตกแต่งที่แปลกตาและน่าสนใจ ฝาเพดานของบริเวณที่จอดส่งคนก็เป็นลายดอกไม้

ด้านนอกล็อบบี้ก็ตกแต่งด้วยต้นไม้และไฟประดับ รวมทั้งยังมีลายท้องฟ้าอยู่ที่ฝาเพดานด้วย ให้ความรู้สึกเหมือนเดินอยู่ outdoor ในบรรยากาศแบบฤดูหนาว ทั้งๆที่ในความจริงก็เป็น indoor ภายใน lobby ของโรงแรม

หลังจาก Check in ที่เคาน์เตอร์เรียบร้อย (หรือจะ Check in ด้วยตัวเองจากเครื่องอัตโนมัติก็ได้) ก็ขึ้นมาเก็บของที่ห้อง เราได้เข้าพักที่ห้องสูทชั้น 24 ของโรงแรม เรียกได้ว่ากว้างขวางพอสมควร มีส่วนนั่งเล่นที่มีโซฟาและทีวีจอใหญ่ แต่ก็แอบผิดหวังกับช่องรายการที่มีเพียงแปดช่อง เนื่องจากเห็นทีวีจอใหญ่ขนาดนี้ก็นึกว่าจะมีช่องให้เลือกชมได้หลากหลายกว่านี้ ซึ่งทั้งแปดช่องนั้นก็เป็นของมาเลเซียทั้งหมด แต่ก็พบว่ามีภาพยนตร์ และซีรี่ย์ฉายอยู่ด้วย อย่างวันที่ไปก็เจอ James Bond, X Factor, Jane by Design ซึ่งก็ยังโชคดีที่เป็น Soundtrack ส่วนรายการต่างๆก็มีทั้งภาษาอังกฤษ ภาษามลายู และภาษาจีน ที่สำคัญห้องพักของที่นี่จะไม่มีเครื่องปรับอากาศเนื่องจากอากาศเย็นตลอดทั้งปี จะมีก็แต่พัดลมติดเพดาน ซึ่งก็เพียงพอแล้วจริงๆ

โรงแรมและอาคารต่างๆของ Genting นั้นเชื่อมต่อกัน เราสามารถเดินจากโรงแรมหนึ่งไปยังอีกโรงแรมหนึ่งได้เลย อย่างเช่นชั้นสองของโรงแรม First World Hotel นั้นเชื่อมกับ สวนสนุก Indoor และโซนร้านค้า ซึ่งหลังจากเก็บของเรียบร้อย ไกด์ก็พาเราเดินผ่านโซนนี้เพื่อทะลุไปยังอีกโรงแรมนึง เพื่อไปทานอาหารเย็น

ร้านอาหารชื่อ Coffee Terrace ในช่วงเย็นจะเป็นบุฟเฟ่ต์แบบทานได้ไม่อั้น ทั้งอาหารพื้นเมืองแบบมาเลเซีย อาหารจีน อาหารญี่ปุ่น อาหารอินเดีย และรวมทั้งของหวานอันหลากหลาย เรียกได้ว่าเป็นมื้อที่จัดเต็มมาก อาหารพื้นเมืองที่เป็นที่ินิยมบนโต๊ะอาหารก็จะเป็นข้าวมันไก่ ซึ่งมีไก่ให้เลือกหลายแบบ อีกโซนที่น่าสนใจคืออาหารอินเดียมีแกงกะหรี่ให้เลือกหลายแบบเช่นกัน พร้อมนานทั้งแบบธรรมดา นานชีส นานเนย ให้ทานควบคู่กันไป เนื้อแกะเองก็มีหลายเมนู ทางโซนอาหารญี่ปุ่นก็มีเทปันเนื้อและปลาดิบ ก่อนจะอิ่มกับของคาว ของหวานของที่นี่ก็มีให้เลือกหยิบมากมาย จัดเป็นถ้วยหรือชิ้นเล็กๆให้หยิบใส่ได้เต็มจาน หลังจากทานอาหารกันเรียบร้อย ไกด์ได้แนะนำให้ไปลองดื่มชาชักซึ่งเป็นเครื่องดื่มที่มีชื่ิอเสียงของประเทศมาเลเซีย ซึ่งในร้านอาหารนี้ก็มีชาชักให้กดได้จากเครื่องชงกาแฟแบบอัตโนมัติ รสชาติของชาชักก็เข้มข้น แต่อาจจะออกหวานไปหน่อย แต่ก็ถือว่าอร่อย และเหมาะกับการปิดท้ายมื้อเย็นที่จัดเต็มเช่นนี้

ก่อนกลับขึ้นห้อง ได้แวะไปเดินเก็บภาพบรรยากาศโซนสวนสนุก Indoor ที่เป็นโซนร้านค้า ร้านอาหารด้วย ที่นี่ยังมี Ripley’s Haunted Adventure มีโรงภาพยนตร์ทั้งแบบปกติ 3D และ 4D และมีการจำลอง Landmark ที่มีชื่อเสียงของประเทศต่างๆ รวมทั้งจุดเด่นของ Genting ซึ่งก็คือคาสิโน

วันที่สอง

หลังจากตื่นนอนมาด้วยความง่วงเป็นอย่างมาก เพราะตื่นเช้ากว่าปกติ และเวลามาเลเซียก็เร็วกว่าอีกหนึ่งชั่วโมง ก็ลงมาทานอาหารเช้า ร้านอาหารที่ไปทานอยู๋ในล็อบบี้ของโรงแรมซึ่งมีทั้งอาหารพื้นเมืองมาเลเซียคือแกงกับโรตีกล้วย โรตีกล้วยที่เป็นเหมือนของหวานในบ้านเราทานคู่กับแกงรสจัดเป็นอาหารมื้อเช้าที่เป็นที่นิยมของที่นี่อยู่เช่นกัน ถึงแม้จะรู้สึกแปลกอยู่บ้างแต่ก็อร่อย หรือสำหรับคนที่ไม่คุ้ยเคยกับอาหารเช้าแบบนี้ก็สามารถเลือกทานอาหารจีนเป็นบะหมี่เกี๊ยวร้อนๆได้ รวมทั้งเครื่องดื่มอย่างชาชักสั่งมาทานคู่กันได้

จากนั้นก็เข้าสู่การเล่นเครื่องเล่นต่างๆของสวนสนุก ออกจากโรงแรมมาสู่โซน Outdoor ทำให้ได้เห็นด้านนอกของโรงแรมเป็นครั้งแรก (หลังจากวันก่อนก็ลองเดินออกมาครั้งนึง แต่ไม่เห็นอะไรเลย เพราะหมอกลงหนามาก) โรงแรม First World Hotel มี Exterior เป็นสีสันอันหลากหลาย ถือว่าเป็นอีกจุดเด่นของ Genting เนื่องจากพอลองค้นหาข้อมูลของที่นี่ รูปแรกๆที่เจอก็จะเป็นรูปโรงแรมแห่งนี้

ตั๋วของ Genting Theme Park ก็มีแบบ one day pass เป็นสายรัดข้อมือที่สามารถเล่นได้ทุกเครื่องเล่นเช่นกัน เครื่องเล่นของที่นี่ก็มีทั้งแบบ Advance สำหรับผู้ใหญ่ หรือแบบเบาๆสำหรับเด็กๆ เริ่มจากเครื่องเล่น Spinner เป็นการเหวี่ยงเก้าอี้ ถึงจะไม่ได้เหวี่ยงจนน่าหวาดเสียวมาก แต่ก็ถือว่าเป็นการวอร์มอัพสำหรับเครื่องเล่นอื่นๆได้ดี หลังจากนั้นก็ไปเล่น Corkscrew เป็นรถไฟเหาะขนาดกลางๆเพราะไม่ได้หวาดเสียวน่ากลัวจนเกินไป ต่อไปคือเครื่องเล่นที่หวาดเสียวของจริง Space Shot ถือว่าเป็นครั้งแรกที่เราได้เล่นเครื่องเล่นแนวนี้ หลังจากถามเพื่อนที่เคยเล่นที่อื่นมาบ้าง เพื่อนบอกว่าของที่นี่สูงกว่าที่อื่นที่เคยเล่นมาด้วย เครื่องเล่นนี้ก็จะพาคุณตรงดิ่งขึ้นไปกลางอากาศ ก่อนจะปล่อยทิ้งลงมา ขอบอกเลยว่าความรู้สึกที่กำลังดิ่งลงมาสู่พื้นที่ใจหายวาบเลยจริงๆ แต่ก็สนุกมากๆ แถมเครื่องเล่น Space Shot ของที่นี่ หลังจากปล่อยดิ่งลงมาหนึ่งรอบยังพาคุณขึ้นไปอีกเกือบครึ่งเสา และปล่อยขึ้นๆลงๆ เป็นโยโย่อยู่อีกสามสี่รอบเพื่อความคุ้มค่าอีกด้วย หลังจากนั้นก็ไปสู่อีกเครื่องเล่นที่เป็นที่นิยมที่สุด เพราะว่าเป็นเครื่องเล่นแนวนี้แห่งแรกของโลก Flying Coaster เรียกได้ว่าเป็นรถไฟเหาะแบบนอน คุณจะได้นอนเล่น เหมือนเป็นซุปเปอร์แมนบินอยู่ในอากศ ตีลังกาเกลียวสามรอบเลยทีเดียว นอกจากนี้ก็ยังมี PirateShip หรือไวกิ้งที่ขนาดย่อมเยา(กว่าที่ดรีมเวิลด์)อีกด้วย ที่เล่ามาทั้งหมดจะเป็นเครื่องเล่นสำหรับผู้ใหญ่ ซึ่งก็ยังมีเครื่องเล่นอีกหลายอย่างที่เรายังไม่ได้มีโอกาสได้ลองเล่น
สิ่งหนึ่งที่ชื่นชอบมากก็คือสภาพอากาศ ปกติการเล่นเครื่องเล่นที่ประเทศไทยจะต้องสู้กับแสงแดด อากาศร้อน แต่ที่นี่เราสามารถเล่นรถไฟเหาะได้อย่างมีลมเย็นรายล้อม เป็นสิ่งที่รู้สึกดีมากจริงๆ


Spinner


Corkscrew


Space Shot


Flying Coaster

หลังจากเล่นเครื่องเล่นกันจนเต็มที่ ก็ไปทานอาหารกลางวันที่ร้าน Imperial Rama เป็นร้านอาหารไทย-จีน ซึ่งมื้อนี้เราทานกันแบบโต๊ะจีน บรรยากาศในร้านก็หรูหรา สิ่งที่แตกต่างจากโต๊ะจีนที่เคยทานมาก็คือ ตะเกียบมีเพิ่มขึ้นมาคนละหนึ่งชุด สีแดงคือใช้สำหรับคีบอาหารจากจานกลาง ส่วนสีดำใช้สำหรับคีบอาหารเข้าปาก อาหารมื้อนี้ก็มาอย่าง Full Course อีกเช่นเคย ไม่ว่าจะเป็น ออเดิร์ฟที่มีสามอย่างคือเป็ดอบ,สลัดเห็ดและข้าวเกรียบปลา จากนั้นก็ตามมาด้วยอาหารจานต่างๆทั้ง ซุป ปลานึ่ง กุ้งทอดไข่เค็ม กุ้งอบชีส หอยเชลล์ และข้าวผัด เป็นต้น


Baked Smoke Duck


Mushroom Salad with Truffle Oil


Thai Fish Cracker


Twin Variety King Prawn (Salted Egg with Cheese Baked)

สิ่งที่น่าสนใจและประหลาดใจที่สุดก็คงเป็นจานสุดท้าย ของหวาน อย่างที่ไกด์เคยบอกว่าคนที่นี่ชอบทานทุเรียนมาก จึงได้นำทุเรียนไปทอดเป็นของหวาน ลักษณะเหมือนแป้งทอดใส่ครีมทุเรียน สำหรับคนชอบทานทุเรียนอย่างเรา ขอยอมรับว่าอร่อยมาก ถึงจะแอบเลี่ยนไปบ้างแต่ก็มีน้ำลิ้นจี่ไว้ให้ทานแก้เลี่ยนได้เป็นอย่างดี


Deep-fried Durian Tempura with Sour Sop Juice

เมื่ออิ่มท้องกับอาหารกลางวัน เราก็กลับไปเล่นเครื่องเล่นกันอีกครั้ง ที่นี่ก็มี Snow World ตกแต่งสวยงามกว่าที่ดรีมเวิลด์อยู่พอสมควร มีบริการเสื้อโค้ท ถุงมือ และรองเท้าให้ รวมทั้งมีฟรีล็อคเกอร์ให้เก็บของด้วย เพราะเนื่องจากเขาไม่อนุญาให้นำมือถือหรือกล้องเขาไปถ่ายภาพ ด้วยเหตุผลที่ว่ากลัวอุปกรณ์ของเราจะเสียหายจากความเย็น แต่เขาก็มีบริการถ่ายภาพให้ด้านใน สามารถมาเลือกซื้อเก็บเป็นที่ระลึกได้เมื่อออกมา

อีกหนึ่งเครื่องเล่นที่ค่อนข้าง advance และมีข้อกำหนดว่าต้องมีอายุและน้ำหนักอยู่ในเกณฑ์ถึงจะเล่นได้ ก็คือ Sky Venture เป็นเครื่องเล่นที่ให้เราลอยตัวอยู่กลางอากศจริงๆ โดยใช้แรงลมดันตัวเราให้ลอยขึ้น ในลักษณะเดียวกับตอนที่โดดร่มจากเครื่องบิน ถึงจะดูอันตรายแต่ก็จะมีผู้เชี่ยวชาญคอยฝึกสอนและจับตัวเราไว้ให้ รวมทั้งช่วยเหวี่ยงเราให้ได้ความรู้สึกเหมือนโดดร่มของจริงด้วย หลังจากเล่นเสร็จเรียบร้อยก็ยังมีประกาศนียบัตรมอบให้อีกด้วย

จากนั้นก็จบกิจกรรม extreme ต่างๆ ก็เข้าไปชมประัติความเป็นมาของ Genting ในแกลอรี่ ที่นี่มีสต๊าฟคอยให้ข้อมูล และยังมีโมเดลจำลอง Genting ทั้งหมดเอาไว้อีกด้วย เป็นรีสอร์ทที่ใหญ่มากจริงๆ

หลังจากนั้นก็เข้าสู่มื้อเย็นที่ยังคงความจัดเต็มได้อีกเช่นเคย มื้อนี้เราไปทานที่ร้าน Bubble Bite ซึ่งเป็นร้านอาหารสไตล์อิตาเลี่ยน มีทั้งพิซซ่า สปาเก็ตตี้ ลาซานญ่า และสลัด โดยที่จิบแชมเปญไปพลาง เลือกทานอาหารลิตาเลี่ยนหลากหลายชนิดไปพลาง ถือว่าเป็นอีกมื้อหนึ่งที่อร่อยและอิ่มท้องมากๆ นอกจากนั้น ยังมีของหวานตบท้ายอีกมากมาย

คืนนี้กิจกรรมยังไม่หมด ที่ Genting ยังมีฮอลล์สำหรับการแสดงต่างๆอีกด้วย ชื่อ Genting International Showroom ซึ่งในช่วงที่เราไปนั้นมีการแสดงไอซ์สเก็ตผสมกับกายกรรมและมายากล ชื่อว่า Freeze2 ชุดการแสดงบางชุดอาจจะเคยเห็นมาบ้างแล้วแต่การที่นักแสดงทุกคนต้องแสดงอยู่บนลานไอซ์ก็ทำให้การแสดงโดยรวมทั้งหมดยังคงน่าสนใจ เรื่องการแสดงไม่ขอเล่ารายละเอียดมาก เพราะถ้าเกิดสักวันผู้อ่านได้มีโอกาสไปชม หรือมีการแสดงนี้ที่เมืองไทยจะได้ไม่ถือว่าเป็นการสปอย

เนื่องจากเป็นคืนสุดท้ายใน Genting แล้ว ทางไกด์จึงได้พาไปที่ผับแห่งหนึ่งในโรงแรม ชื่อ The Patio Bar & Lounge ผับแห่งนี้ไม่ได้ปิดไฟ เล่นเพลงให้ทุกคนยืนเต้น แต่เป็นผับที่มีดนตรีสดเหมาะสำหรับการมาสังสรรค์ (ซึ่งก็อาจจะเสียงดังไปบ้าง) หรือมานั่งชมการถ่ายทอดการแข่งขันฟุตบอลกับเพื่อน เพราะในคืนที่ไปนั้นก็เห็นมีกลุ่มคนที่ตั้งใจมาเชียร์ฟุตบอล มานั่งจองโต๊ะไว้ตั้งแต่เนิ่นๆด้วยเช่นกัน วงดนตรีในคืนที่ไปฟังสามารถร้องได้ทั้งเพลงสากล และเพลงจีน เพลงที่รู้จักและจำได้ก็มี Rolling in the Deep, Love on Top หรือแม้แต่ Gangnum Style ที่กลุ่มนักร้องสามารถเต้นประกอบได้ตั้งแต่ต้นจนจบ เรียกได้ว่าเตรียมตัวมาอย่างดี

วันที่สาม

วันสุดท้ายใน Genting อากาศวันนี้ถือว่าอุ่นกว่าทุกวันที่ผ่านมา เหมือนจะเป็นการเตรียมตัวเรากลับสู่อากาศร้อนของประเทศไทย มื้อเช้าวันนี้เป็นสไตล์เบเกอรี่ชื่อร้าน Bakery ถึงจะเป็นแค่ขนมปังแต่ก็อิ่มจนต้องห่อกลับไว้ทานเป็นมื้อเที่ยงได้หลายจานเลยทีเดียว ขนมปังร้านนี้หลากหลายมาก ถ้าเป็นคนที่ชอบทานขนมปังไม่ควรพลาดร้านนี้เป็นอย่างยิ่ง น่าทานและอร่อยมาก

ระหว่างทางขาลงจาก Genting ก็ผ่านทางลงเขาที่ลดเลี้ยวมาก แถมคนขับรถที่นี่ก็ดูจะเชี่ยวชาญเส้นทางจนสามารถลงเขาได้ด้วยความเร็วที่น่าตกใจ เข้าใจว่าถ้าขับช้าๆอาจจะขับยากกว่าก็เป็นได้ แต่ก็ยังรู้สึกว่าเร็วมากอยู่ดี เมื่อมาถึงสนามบินแห่งเดิมก็ได้รับรู้ว่าเคาน์เตอร์ check in ว่าไฟล์ทจะดีเลย์ไปอีกหนึ่งชั่วโมง จึงทำให้มีเวลาเดินซื้อของในสนามบินมากขึ้น แต่ก็ต้องผิดหวังเล็กน้อยเมื่อพบว่าไม่ค่อยมีของฝากที่น่าสนใจเท่าไร ที่เห็นมากที่สุดก็เป็นช็อคโกแลตยี่ห้อต่างๆ ถ้าให้แนะนำของฝากที่น่าสนใจคิดว่า ชา/กาแฟ พร้อมชงสำเร็จรูปก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย สามารถนำไปฝากเพื่อนหรือผู้ใหญ่ได้ แต่ถ้าเป็นของฝากสำหรับเด็กๆก็คงเป็นช็อคโกแลตที่มีให้เลือกอย่างมากมาย

ระหว่างรอ boarding ก็พบว่า Terminal ที่นี่ Gate อยู่เรียงกันหมด พอพ้น Gate ไปก็เป็นทางเดินเดียวกัน และเราต้องเดินไปหาเครื่องบินเอง อย่างที่บอกว่าสนามบินนี้ทำให้ดอนเมืองดูดีขึ้นมามากทันทีจริงๆ เมื่อเลทจนได้เวลาเราก็ได้ boarding และบินกลับสู่ประเทศไทยโดยสวัสดิภาพ

โดยสรุปทริปนี้ทุกที่ที่ได้ไปเที่ยว ทุกร้านอาหารที่ได้ไปทาน ก็อยู่ใน Genting ทั้งหมด ในรีสอร์ทนั้นเปรียบเหมือนเป็นเมืองย่อมๆที่มีทุกอย่างอย่างครบครัน (อาจจะไม่สมบูรณ์แบบ เพราะร้านค้าให้ช้อปปิ้งยังไม่เยอะเท่าที่คิด หรืออาจจะเดินหาไม่เจอเองก็ไม่แน่ใจ) แต่ก็ถือว่ามีทุกกิจกรรมให้สำหรับการพักผ่อนของทุกคนในครอบครัวได้ ไม่ว่าเป็นเป็นสวนสนุกสำหรับเด็กๆและวัยรุ่น ร้านค้าให้ช้อปปิ้งสำหรับสาวๆ คาสิโนสำหรับคนที่อยากไปเสี่ยงดวง โรงละครสำหรับคนชอบดูการแสดง ร้านอาหารที่หลากหลายสำหรับนักชิม หรือตัว Genting เองก็น่าสนใจสำหรับนักท่องเที่ยว การเดินทางก็ไม่ยากใกล้กับประเทศไทย คนที่นั่นก็สามารถพูดภาษาอังกฤษได้ดีไม่เป็นปัญหา สภาพอากาศที่เย็นสำหรับคนที่อยากหนีอากาศร้อนของประเทศไทย ทั้งหมดทำให้ Genting เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอีกตัวเลือกหนึ่งสำหรับการไปเที่ยวนอกประเทศในวันนี้

น้ำตกทีลอซู จ.ตาก | น้ำตกที่สวยที่สุดของไทย

น้ำตกทีลอซู ถือเป็นหนึ่งในน้ำตกที่สวยที่สุดในประเทศไทย และถือเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่ต้องไปให้ได้สักครั้งในชีวิต

น้ำตกทีลอซูตั้งอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก “ทีลอซู” เป็นภาษากะเหรี่ยง แปลว่าน้ำตกที่ยิ่งใหญ่ น้ำตกทีลอซู ตั้งอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง มีหน้าผาสูงชันลดหลั่นเป็นชั้น ๆ สูงกว่า 300 เมตรทำให้เสียงของน้ำตกแห่งนี้ดังกระหึ่มก้องกังวาลจนชาวกะเหรี่ยงเรียกขานน้ำตกแห่งนี้ว่า “ทีลอซู”

น้ำตกทีลอซู ได้รับการยกย่องให้เป็น น้ำตกที่มีขนาดใหญ่และสวยที่สุดในประเทศไทย เพราะนอกจากความยิ่งใหญ่แล้ว น้ำตกที่นี่ยังมีความใส สวยงาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฤดูฝนตั้งแต่ 1 มิ.ย. – 31 พ.ย. นั้นเหมาะอย่างยิ่งที่นักท่องเที่ยวจะมาเที่ยวชมความงามตามธรรมชาติของที่นี่ แต่ด้วยความที่เป็นฤดูฝนนักท่องเที่ยวจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมเพื่อสถานการณ์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น

- เลือกใส่รองเท้าสำหรับปีเขา เพราะทางขึ้นน้ำตกนั้น มีความลาดชันไม่เท่ากัน และไม่ควรเป็นรองเท้าที่ใหม่มากนัก เพราะอาจจะเลอะดินโคลนได้

- เตรียมอุปกรณ์กันฝนติดตัวไปด้วย ทั้งร่ม เสื้อกันฝน หมวกกันฝน พลาสติกคลุมสัมภาระของตนเอง

- ที่สำคัญคือเตรียมร่างกายให้พร้อม เพราะนอกจากทางขึ้นน้ำตกอาจจะลาดชันแล้ว ในระหว่างเดินทางถนนอาจจะลื่นเพราะฝนตกบ้าง ต้องระมัดระวังให้ดี

การเดินทางไปน้ำตกทีลอซู จ.ตาก

จังหวัดตากนั้นอยู่ห่างจากกรุงเทพ ประมาณ 426 กิโลเมตร นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางสู่จังหวัดตากได้หลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นโดยรถยนต์ส่วนตัว รถประจำทาง และเครื่องบิน

การเดินทางโดยรถยนต์

จากกรุงเทพฯ สามารถใช้ทางหลวงหมายเลข 1 (พหลโยธิน) แล้วเข้าทางหลวงหมายเลข 32 ผ่านพระนครศรีอยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี ชัยนาท เข้านครสวรรค์แล้วแยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 1 อีกครั้ง ผ่านเข้ากำแพงเพชร และตรงไปจังหวัดตาก ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5-6 ชั่วโมง

การเดินทางโดยรถโยสารประจำทาง

นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปขึ้นรถประจำทางปรับอากาศสายกรุงเทพฯ-ตาก และกรุงเทพฯ-แม่สอด ได้ที่สถานีขนส่งสายเหนือ (หมอชิต 2) ถนนกำแพงเพชร 2 ทุกวัน วันละหลายเที่ยว

การเดินทางโดยเครื่องบิน

ปัจจุบันมีสายการบินพาณิชย์เพียงสายการบินเดียวที่เดินทางไปยังจ.ตาก นั่นคือ สายการบินโซลาร์ แอร์ ซึ่งเปิดให้บริการเส้นทาง ดอนเมือง – แม่สอด สำหรับเที่ยวบินในแต่ละวันนั้น นักท่องเที่ยวสามารถตรวจสอบได้โดยตรงกับทาง Solar Air

การเดินทางโดยรถตู้

ปัจจุบันมีเอกชนให้บริการรถตู้เหมาคันเส้นทางกรุงเทพ – แม่สอด นักท่องเที่ยวที่เดินทางจากกรุงเทพสามารถไปขึ้นรถได้ที่เดอะ มอล์ล งามวงศ์วาน และรถตู้จะไปจอดที่ริมเมย อ.แม่สอด

การพักแรม

สำหรับการพักแรมที่น้ำตกทีลอซูนั้น นักท่องเที่ยวสามารถกางเต้นท์พักแรมได้ตามจุดที่ เจ้าหน้าที่ของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผางกำหนดไว้ จะมีห้องน้ำไว้คอยให้บริการ หรือไม่อย่างนั้นนักท่องเที่ยวสามารถพักที่โรงแรม รีสอร์ทหรือที่พักที่ใกล้เคียงกับน้ำตกทีลอซู แล้วใช้วีธีไปเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับที่พักก็ได้เช่นกัน

ปัจจุบันมีแพ็คเกจล่องแก่ง + เที่ยวน้ำตกทีลอซู ซึ่งรวมที่พักเอาไว้ด้วย (นักท่องเที่ยวสามารถเลือกได้ว่าจะกางเต้นท์ค้างคืน หรือจะพักที่รีสอร์ทก็ได้) นักท่องเที่ยวสามารถเลือกได้ตามความสนใจ

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย

การจะไปเที่ยวชมน้ำตกทีลอซูนั้น นักท่องเที่ยวต้องเดินเท้าขึ้นไปเท่านั้น สำหรับผู้ที่ขับรถยนต์ส่วนตัวมา สามารถนำรถไปจอดไว้ในจุดให้บริการ จากนั้นค่อยเดินเท้าต่อไป นอกจากนี้นักท่องเที่ยวที่จะนำรถไปควรตรวจสอบกับทางเจ้าหน้าที่ล่วงหน้า เพราะในบางช่วงอาจจะมีการปิดเส้นทางเดินรถยนต์ เนื่องจากอยู่ในช่วงฤดูฝน การสัญจรเป็นไปด้วยความยากลำบากและเป็นการพักฟื้นผืนป่าให้สัตว์ป่าออกหากินและขยายพันธุ์โดยไม่ถูกรบกวน

น้ำตกทีลอซู จ.ตาก | น้ำตกที่สวยที่สุดของไทย

น้ำตกทีลอซู จ.ตาก | น้ำตกที่สวยที่สุดของไทย

The Grand Canyon, Arizona, U.S.A

แกรนด์ แคนยอน มีความลึก 5,000 ฟุต ยาว 277 ไมล์ และได้รับการสันนิษฐานว่าน่าจะมีการแกะสลักจากพื้นโลก โดยการกัดเซาะของกระแสน้ำจากแม่น้ำโคโลราโด รัฐแอริโซนา ประเทศสหรัฐอเมริกา ในช่วงประมาณหกล้านปีมาแล้ว

สถานที่ท่องเที่ยวที่สวยที่สุดในโลก : Mount Fuji, Japan

สถานที่ที่สวยที่สุดในโลก

ภูเขาไฟฟูจิ เป็นภูเขาที่สูงที่สุดในญี่ปุ่น โดยมีความสูงถึง 12,388 ฟุต เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีพระอาทิตย์ขึ้นสวยงามจับตา ภูเขาไฟฟูจิเป็นภูเขาไฟที่สงบ หลังจากการประทุครั้งสุดท้ายเมื่อปี ค.ศ. 1708

สถานที่ท่องเที่ยวที่สวยที่สุดในโลก : Hanging Lake, Colorado, U.S.A.

ทะเลสาบ Hanging ในแถบโคโลราโด สหรัฐอเมริกา เป็นธารน้ำตกที่มีทะเลสาบขนาดเล็กอันสวยงาม น้ำส่องประกายสีเทอร์ควอยซ์ เนื่องจากมีแร่หินอ่อนปะปนอยู่ในน้ำ และเป็นหนึ่งในไม่กี่สถานที่ ที่ดอกโคลัมไบน์เหลืองสามารถเจริญเติบโตได้

สถานที่ท่องเที่ยวที่สวยที่สุดในโลก : Machu Picchu, Peru

มาชู ปิกชู แห่ง เปรู ถูกค้นพบอีกครั้งใน ปี ค.ศ. 1911 ซากอารยธรรมโบราณแห่งนี้อยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 7,970 ฟุต เป็นศูนย์กลางความสำคัญทางโบราณคดีของอเมริกาใต้ และได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่ อ่านข้อมูลเพิ่มเติม

สถานที่ท่องเที่ยวที่สวยที่สุดในโลก : St Lucia, West Indies

ถ้ามองในแง่ของปลายทางสุดโรแมนติก St Lucia แห่ง อินเดียตะวันตก ต้องติด 1 ใน 3 อันดับต้นๆ ของโลก นอกจากบรรยากาศที่สวยงามแล้ว ที่นี่ยังมี รีสอร์ท Ladera ที่พักชื่อดัง ที่ให้บริการห้องพักสุดหวือหวา ด้วยผนังเพียง 3 ด้าน อีกหนึ่งด้านที่เหลือเปิดโล่ง พร้อมสระว่ายน้ำไร้ขอบ เพื่อชมทิวทัศน์มหาสมุทรและพระอาทิตย์ตก ได้อย่างเต็มตา

สถานที่ท่องเที่ยวที่สวยที่สุดในโลก : The Himalayas, Asia

เทือกเขาหิมาลัย เปรียบได้กับสถานที่พบรักของผืนดินและแผ่นฟ้า ยอดเขาสูงอย่าง เอเวอเรสต์ และ เคทู ก็ตั้งอยู่

สถานที่ท่องเที่ยวที่สวยที่สุดในโลก : The Sahara Desert, Northern Africa

ทะเลทรายซาฮารา เป็นทะเลทรายในทวีปแอฟริกาที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับหนึ่งของโลก มีเนื้อที่มากกว่า 9,000,000 ตารางกิโลเมตร เทียบได้กับขนาดของประเทศสหรัฐอเมริกา

สถานที่ท่องเที่ยวที่สวยที่สุดในโลก : Milford Sound, New Zealand

ยอดผาสูงกว่า 4,000 ฟุต ตระหง่านเหนือลำน้ำลึก ธรรมชาติโอบล้อมด้วยบรรยากาศน้ำตกไหลหลากท่ามกลางป่าดิบชื้น Milford sound หนึ่งในจุดหมายปลายทางอันแสนวิเศษ ทางชายฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศนิวซีแลนด์

สถานที่ท่องเที่ยวที่สวยที่สุดในโลก : Hawaii Volcanoes National Park, Hawaii, U.S.A.

10 อันดับสถานที่ที่สวยที่สุดในโลก

อุทยานแห่งชาติภูเขาไฟฮาวาย ตั้งอยู่ที่ หมู่เกาะฮาวาย ประเทศสหรัฐอเมริกา ห่างจากชายฝั่งสหรัฐอเมริกาประมาณ 3,700 กม. ฮาวาย ถือว่าเป็นหมู่เกาะที่มีความเป็นเอกเทศ พืชและสัตว์ที่อาศัยอยู่ที่นี่ล้วนมีวิวัฒนาการมากว่า 70 ล้านปี และเกือบทั้งหมดนั้นเป็นพันธุ์ที่มีที่นี่เดียว

สถานที่ท่องเที่ยวที่สวยที่สุดในโลก : The Iguazu Waterfalls, Argentina-Brazil Border, S. America

Iguazu หนึ่งในน้ำตกสวยมหัศจรรย์ ที่ยูเนสโกยกให้เป็นหนึ่งในมรดกโลก มีพื้นที่ครอบคลุมทั้งเขตแดนประเทศบราซิลและอาร์เจนตินา ประกอบด้วยน้ำตกน้อยใหญ่กว่า 270 แห่ง แต่ละแห่งมีความยาวมากกว่า 1 ไมล์ และส่วนใหญ่มีความสูงอยู่ที่ 200 ฟุต อ่านข้อมูลเพิ่มเติม

ที่มา : www.elephantjournal.com เรียบเรียง : travel.mthai.com

นับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ถือว่าเป็นเรื่องจำเป็นที่คู่รัก จะต้องแสดงออกถึงความรักระหว่างกันและกัน การแสดงออกในเรื่องความรัก หมายถึง การทำให้ฝ่าตรงข้ามรู้สึกประทับใจ รู้สึกดี รู้สึกผูกพัน รู้สึกว่าได้ใช้ชีวิตร่วมกันอย่างเกิดประโยชน์มากขึ้น วิธีแสดงออกถึงความรัก ที่เป็นที่นิยมอีกสิ่งหนึ่งก็คือ การได้ใช้เวลาไปท่องเที่ยวพักผ่อนด้วยกันในสถานที่สวย ๆ เพื่อเพิ่มความโรแมนติก และกระชับสายสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นมากขึ้นไปอีก

ต่อไปนี้คือ 10 อันดับสถานที่ ที่ถูกจัดว่า มีความโรแมนติกมากที่สุดในโลก ซึ่งน่าจะหาโอกาสพาคนรัก ไปเยี่ยมชม สักครั้งหนึ่งในชีวิต
อันดับที่ 10. Colmar ประเทศฝรั่งเศส เมือง Colmar ถูกจัดให้เป็นเมืองที่มีความโรแมนติก เมืองหนึ่ง ของประเทศฝรั่งเศส และเป็นสถานที่ที่คู่รัก มักจะให้คำสัญญาในความรักระหว่างกันและกัน สิ่งที่น่าประทับใจในเมือง Colmar ก็คือ ไร่องุ่นจำนวนมาก เคียงคู่ไปกับอุตสาหกรรมการผลิตไวน์ชั้นเยี่ยม และบรรยากาศ ที่สวยงาม สถาปัตยกรรมของอาคารบ้านเรือนเก่าแก่ ช่วยทำให้เมือง Colmar เป็นอีกหนึ่งในสถานที่โรแมนติกในฝัน

อันดับที่ 9. Paris ประเทศฝรั่งเศส เมืองปารีส มีสมญานามว่า “สวรรค์แห่งความโรแมนติก” (Heaven of Romantic) ดังที่ สถานที่แห่งนี้ เหมาะเป็นอย่างยิ่งที่คุณและคนรัก จะสารภาพ “รักนิรันดร์” ระหว่างกันและกัน สิ่งที่น่าประทับใจในเมืองปารีส อย่างเช่น พิพิธภัณฑ์ Le Louvre (พิพิธภัณฑ์ ที่มีผู้เข้าเยี่ยมชมมากที่สุดในโลก) หอไอเฟล ,โรงแรม Disney Land Resort ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุโรป พิพิธภัณฑ์ศิลปะ Centre Pompidou และสถานที่สวยงามอื่น ๆ อีกมากมาย การไปเที่ยวกับคนรักที่ปารีส หากจัดสรรเวลาให้ดีก็จะคุ้มค่ามาก และสถานที่แห่งนี้จะเก็บความโรแมนติกอยู่ในใจของคุณไปอีกนานแสนนาน

อันดับที่ 8. Venice ประเทศอิตาลี หากคุณกำลังมองหาสถานที่ ที่จะเอ่ยกับคนรักว่า เขาหรือเธอ เป็นคนที่มีค่ามากที่สุดในชีวิต Venice ก็คือ คำตอบสุดท้ายสำหรับคุณ! เมือง Venice มีชื่อเสียงโด่งดังในด้าน สุดยอดสถาปัตยกรรม และยังมีหลายสถานที่โรแมนติก เช่น สะพานเก่าแก่ Ponte dei Sospiri, จตุรัส Piazza San Marco ที่ได้รับสมณานามว่า “ห้องจิตรกรรมของยุโรป” (The – drawing room of Europe) และคลองในตัวเมือง “Canale Grande” ทั้งหมดนี้จะสร้าง ความโรแมนติก ระดับหรูหรา ให้กับคนรักและตัวคุณ

อันดับที่ 7. Schloss Neuschwanstein ประเทศเยอรมันนี สถานที่ที่ผสมผสาน ความสวยงามตามธรรมชาติ เข้ากับจินตนาการ และความสร้างสรรค์ของมนุษย์ ได้อย่างลงตัว เมือง SchlossNeuschwanstein มีความสวยงาม ราวกับเป็นสวรรค์บนพื้นโลก รายล้อมไปด้วยทิวทัศน์อันสวยงาม ปราสาทเก่าแก่อายุ 100 กว่าปี (สร้างปี 1899) ซึ่งเยอรมัน ได้ถูกกล่าวขานว่า เป็นอีกประเทศหนึ่ง ที่มีปราสาทสวยงามที่สุดในยุโรป

อันดับที่ 6. Vienna ประเทศออสเตรีย เมือง Vienna ในประเทศออสเตรีย เป็นอีกสถานที่ที่มีคู่รักจากทั่วทุกมุมของโลก แวะเวียนมาเยี่ยมชมความสวยงาม สิ่งที่ขึ้นชื่อของเมืองนี้คือ สุดยอดสถาปัตยกรรม และสุดยอดผลงานเพลง, ศิลปะ และพิพิธภัณฑ์ศิลปะ ที่มีชื่อเสียงเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก พระราชวัง Schoenbrunn, พระราชวัง Belvedere, พระราชวัง The Hofburg Imperial และพิพิธภัณฑ์นักจิตวิทยาผู้โด่งดัง Sigmund Freud

อันดับที่ 5. Monte Carlo ประเทศโมนาโค เมือง Monte Carlo ยังเป็นอีกหนึ่งสถานที่โรแมนติก ที่คุณจะได้สื่อความรัก ไปยังคนรักของคุณ เมืองนี้ตั้งอยู่ที่ตีนของเทือกเขาแอลป์ และเป็น สถานที่ที่มีเรื่องราวของความรัก ก่อกำเนิดขึ้นมากมาย สิ่งที่น่าสนใจของเมือง Monte Carlo คือบ่อนคาสิโนเลื่องชื่อ (Monte Carlo Casino) พิพิธภัณธ์ทางทะเล, พิพิธภัณฑ์ประจำชาติ และพระราชวัง Prince

อันดับที่ 4. Prague สาธารณรัฐเช็ก อีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ สำหรับสถานที่โรแมนติก ก็คือ เมือง Prague ของสาธารณรัฐเช็ก สถานที่แห่งนี้ขึ้นชื่อเรื่องอาหารอร่อย วัฒนธรรม และปราสาทเก่าแก่ ผู้คนที่มีมิตรไมตรี และสุภาพอ่อนโยน เมือง Prague เป็นสถานที่เกิดของนักดนตรีระดับโลก อย่าง Mozart และมีชื่อเสียง ในเรื่องของทางเดินอันสวยงามในเมือง ที่คู่รักสามารถใช้เวลาเดินเล่นด้วยกัน

อันดับที่ 3. New York ประเทศสหรัฐอเมริกา เมือง New York เหมาะสำหรับคู่รัก ที่กำลังมองหาสถานที่ที่จะใช้ช่วงเวลาแห่งความรัก และความโรแมนติกในหลากหลายรูปแบบ ร้านอาหาร และร้านค้าจำนวนมาก และสถานที่น่าสนใจอื่น ๆ เช่น สถานีรถไฟ Grand Central Terminal, อนุสาวรีย์เทพีสันติภาพ และสวนหย่อมขนาดใหญ่ Central Park (มีกิจกรรมคอนเสิร์ต, มีลานสเก็ตน้ำแข็ง)

อันดับที่ 2. Cairo ประเทศอียิปต์ เมือง Cario ก็ได้รับการกล่าวขานว่า เป็นสวรรค์บนโลกเช่นเดียวกัน (โดยเฉพาะสำหรับคู่รัก) ความงดงามและมนต์เสน่ห์ที่อยู่ในตัวเมือง คือแรงดึงดูด ให้คู่รักเดินทางมาใช้เวลาท่องเที่ยวที่นี่ด้วยกัน และปิรามิด ก็คือสิ่งที่พิเศษที่สุด ท่ามกลางความสวยงามในตัวเมือง

อันดับที่ 1. Mauritius Island มหาสมุทรอินเดีย สถานที่แห่งนี้ ได้รับการกล่าวขานว่า “ปลายทางสุดท้าย ที่โรแมนติกมากที่สุด” (Ultimate Romantic Destination) เกาะ Mauritius มีชื่อเสียง อย่างมาก ในหมู่คู่รักที่จะมาท่องเที่ยว หรือคู่รักที่จะมาฮันนีมูน ต้นปาล์มมากมายที่เคลื่อนที่พริ้วไหว ไปตามสายลม บรรยากาศที่สวยงามตามธรรมชาติ แนวหินปะการัง และท้องทะเลสีฟ้า เป็นส่วนหนึ่งในอีกหลาย ๆ สิ่ง ที่ทำให้สถานที่แห่งนี้สวยงามจนยากที่จะลืมเลือน

ขอบคุณข้อมูลจาก gunnerthailand.com

ดอยผาตั้ง จ.เชียงราย

เป็นจุดชมทะเลหมอกและชมวิวแนวพรมแดนไทย-ลาวที่สวยงามแห่งหนึ่งของไทย อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 1,800 เมตร เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาดอยผาหม่น รถยนต์สามารถขึ้นเกือบถึงจุดชมวิวบริเวณเนินร้อยสามได้ บนจุดชมวิวจะเป็นแนวเขาซึ่งชมวิวได้ตลอดแนว นอกจากนั้นบนดอยยังมีจุดที่น่าสนใจ คือ ผาบ่อง ประตูสยามสู่ลาว เป็นช่องหินขนาดใหญ่คนเดินลอดได้อยู่ในแนวหน้าผา มองเห็นทิวทัศน์ประเทศลาวได้ ช่องเขาขาด เป็นช่องเขาที่หินขาดจากกันมองเห็นแม่น้ำโขงพาดผ่านตรงช่องเขาขาดพอดี โดยเฉพาะช่วงเดือนธันวาคมถึงมกราคม ดอกนางพญาเสือโคร่งและดอกเสี้ยวจะบานสะพรั่งงดงาม เป็นที่ตั้งของหมู่บ้านชาวจีนฮ่อ ม้ง และเย้า
การเดินทาง จากจังหวัดเชียงราย ใช้เส้นทางเชียงราย-เวียงชัย –พญาเม็งราย –บ้านต้า (ทางหลวงหมายเลข 1233, 1173 และ 1152) 50 กิโลเมตร บ้านต้า-บ้านท่าเจริญ (ทางหลวง 1020 ) 45 กิโลเมตร บ้านท่าเจริญ-เวียงแก่น-ปางหัด (ทางหลวงหมายเลข 1155 ) 17 กิโลเมตร และปางหัด-ดอยผาตั้ง อีก 15 กิโลเมตร สภาพเส้นทางบางช่วงสูงชัน

 

ภูชี้ฟ้า จ.เชียงราย

เป็นยอดเขาที่มีลักษณะแหลมชี้ขึ้นไปบนท้องฟ้า อยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 1,628 เมตร โดยมีหน้าผาเป็นแนวยาวยื่นไปทางฝั่งประเทศลาว เป็นส่วนหนึ่งของดอยผาหม่นเช่นเดียวกับดอยผาตั้ง อยู่ห่างจากดอยผาตั้ง 25 กิโลเมตร เป็นจุดชมวิวทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงาม และชมความสวยงามของเทือกเขาสลับซับซ้อน นักท่องเที่ยวควรขึ้นไปชมทะเลหมอกบนยอดภูตั้งแต่ฟ้ายังมืด เพราะเมื่อฟ้าเริ่มสว่างจะทำให้เห็นสายหมอกค่อย ๆ ก่อตัวเป็นภาพต่าง ๆ ตามแต่จินตนาการสวยงามมาก บนยอดภูชี้ฟ้า เป็นทุ่งหญ้ากว้าง แซมด้วยทุ่งโคลงเคลงที่มีดอกสีชมพูอมม่วง ซึ่งจะบานระหว่างเดือนกรกฎาคม-เดือนมกราคม

การเดินทาง อยู่ห่างจากเชียงราย 111 กิโลเมตร ใช้ทางหลวงหมายเลข 1020 เข้าสู่อำเภอเทิง จากนั้นเข้าทางหลวงหมายเลข 1155 จนถึงทางแยกขวาขึ้นสู่ภูชี้ฟ้า หรือใช้บริการรถโดยสารประจำทางสายเชียงราย-เทิง ลงรถที่อำเภอเทิง จากนั้นเช่ารถขึ้นไปภูชี้ฟ้า การเดินทางไปภูชี้ฟ้าโดยรถตู้ประจำทางสาย2402 เชียงราย-บ้านร่มฟ้าไทย(ภูชี้ฟ้า) ที่สถานีขนส่งจังหวัดเชียงราย ทุกวัน เวลา 7.15น.และ13.15น. คนละ 80 บาท [บริษัท ก.สหกิจเดินรถ จำกัด โทร. 0 5374 2429-31]

ดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่

อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ มีพื้นที่ทั้งหมด 482 ตารางกิโลเมตร อยู่ในเขตสามอำเภอ ได้แก่ อำเภอแม่แจ่ม อำเภอจอมทอง และอำเภอสันป่าตอง เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาหิมาลัยซึ่งพาดผ่านจากประเทศเนปาล ภูฐาน พม่า และมาสิ้นสุดที่นี่ ดอยอินทนนท์ มีความสูงถึง 2,565 เมตร นับเป็นยอดดอยที่สูงที่สุดในประเทศไทย มีสภาพภูมิประเทศและสภาพป่าที่หลากหลาย และอากาศที่หนาวเย็นตลอดทั้งปีโดยเฉพาะในฤดูหนาวจะมีหมอกปกคลุมเกือบทั้งวัน เป็นที่ตั้งสถานีเรดาร์ของกองทัพอากาศไทย รวมทั้งเป็นที่ประดิษฐานสถูปเจ้าอินทวิชยานนท์ เจ้าเมืองเชียงใหม่องค์สุดท้าย

พระมหาธาตุนภเมทนีดล และพระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ ระหว่างทางนักท่องเที่ยวสามารถแวะกราบพระมหาธาตุนี้ได้ ตั้งอยู่ก่อนถึงยอดดอยอินทนนท์ บริเวณกิโลเมตรที่ 41.5 สร้างขึ้นโดยกองทัพอากาศร่วมกับพสกนิกรชาวไทย พระมหาธาตุนภเมทนีดล สร้างถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในปี พ.ศ.2530 และพระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ สร้างถวายสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในปี พ.ศ.2535 เนื่องในวโรกาสเจริญพระชนมพรรษาครบห้ารอบของทั้งสองพระองค์

การเดินทาง ระยะทางจากตัวเมืองขึ้นไปจนถึงยอดดอยอินทนนท์ประมาณ 106 กิโลเมตร ออกจากตัวเมืองเชียงใหม่ไปตามทางหลวงหมายเลข 108 เชียงใหม่-จอมทอง ถึงหลักกิโลเมตรที่ 57 ก่อนถึงอำเภอจอมทอง 1 กิโลเมตร แยกขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 1009 สายจอมทอง-อินทนนท์ ระยะทาง 48 กิโลเมตรถึงยอดดอยอินทนนท์ เป็นถนนลาดยางอย่างดีแต่ทางค่อนข้างสูงชัน รถที่นำขึ้นไปจะต้องมีสภาพดี ผู้ที่ไม่มีรถยนต์ส่วนตัวสามารถนั่งรถสองแถวสายเชียงใหม่-จอมทองบริเวณประตูเชียงใหม่ จากนั้นขึ้นรถสองแถวที่หน้าวัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหารหรือที่น้ำตกแม่กลาง ซึ่งจะเป็นรถโดยสารประจำทางไปจนถึงที่ทำการอุทยานฯตรงหลักกิโลเมตรที่ ๓๑ และหมู่บ้านใกล้เคียง แต่หากต้องการจะไปยังจุดต่าง ๆต้องเหมาไปคันละประมาณ 800 บาท

ค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ คนไทย ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท ต่างชาติ ผู้ใหญ่ 400 บาท เด็ก 200 บาท

อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง จ.เชียงใหม่ และจ.แม่ฮ่องสอน

ตั้งอยู่ในพื้นที่ครอบคลุมอำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ และอำเภอปายจังหวัดแม่ฮ่องสอน รวมเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 179.5 ตารางกิโลเมตร หรือ 112,187.5 ไร่ ลักษณะภูมิประเทศเป็นเทือกเขาและภูเขาสูงสลับซับซ้อน ภูเขาที่สูงที่สุด คือ ดอยช้าง เป็นป่าต้นน้ำลำธาร มีลำห้วยน้อยใหญ่มากมาย ฤดูหนาวอากาศเย็น ลมแรง มีฝนตกชุกในเดือนพฤษภาคม-ตุลาคม ฤดูร้อนอากาศเย็นสบาย อุณหภูมิสูงสุดประมาณ 34 องศาเซลเซียส

จุดชมวิวบริเวณห้วยน้ำดัง (ดอยกิ่วลม) อยู่บริเวณที่ทำการอุทยาน เป็นจุดชมวิวที่สวยงามและมีชื่อเสียงมาก มองเห็นดอยเชียงดาว คอยชมพระอาทิตย์ขึ้นและชมทะเลหมอกในช่วงเช้าตรู่ได้ หมอกที่เกิดขึ้นในหุบเขา เนื่องจากเวลากลางคืนในหุบเขาอุณหภูมิจะลดต่ำลง ทำให้เกิดการกลั่นตัวเป็นละอองน้ำ และปรากฏเป็นทะเลหมอกในเวลาเช้าหรือหลังฝนตก ในช่วงปลายฤดูหนาว นักท่องเที่ยวจะได้ชื่นชมกับ ดอกไม้กำลังบานสะพรั่งสวยงามมาก นอกจากนี้ยังมีแหล่งท่องเที่ยวอื่น ๆ ที่อยู่ในเขตอุทยานฯ ได้แก่ น้ำตกห้วยน้ำดัง โป่งน้ำร้อนท่าปาย น้ำตกแม่เย็น

การเดินทาง ไปยังอุทยานฯ จากตัวเมืองเชียงใหม่ไปตามทางหลวงหมายเลข 107 สายเชียงใหม่-ฝาง ระยะทางประมาณ 37 กิโลเมตร ถึงตลาดแม่มาลัย อ.แม่แตง แล้วเลี้ยวซ้ายไปตามทางหลวงหมายเลข 1095 สายเชียงใหม่-ปาย อีกประมาณ 65 กิโลเมตร ถึงด่านตรวจอุทยานฯ ซึ่งอยู่ด้านขวามือเข้าไปอีก 6 กิโลเมตร ถึงที่ทำการอุทยานฯ และหากเดินทางต่อไปอีก 1 กิโลเมตร ถึงศูนย์บริการนักท่องเที่ยว หรือเดินทางโดยรถประจำทางจากสถานีขนส่งเชียงใหม่ สายเชียงใหม่-ปาย อัตราค่าโดยสาร 40 บาท/คน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง

สอบถามรายละเอียด อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง หมู่ที่ 5 ตำบลกี๊ดช้าง อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ 50300 โทร. 0 5347 1669

วนอุทยานภูลังกา จ.พะเยา

สัมผัสทะเลหมอก ดอกไม้ป่า พิชิตภูลังกา ภูนม ชมอาทิตย์ขึ้นลง เข้าดงก่อโบราณ กังวาลเสียงนก น้ำตกสวยใส ประทับใจดอกโคลงเคลงดอยภูลังกา ภาษาชาวเขาเผ่าเมี่ยน เรียกว่า “ฟินจาเบาะ” หมายความว่า “ภูเทวดา” เป็นยอดดอยที่สวยงามมีความสูง 1,720 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง สูงที่สุดในเทือกเขาสันปันน้ำ ไทย-ลาว ด้านทิศเหนือ มีพื้นที่ประมาณ 7,800 ไร่ ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ตำบลผ่าช้าง อ.ปง จ.พะเยา สภาพพื้นที่ส่วนใหญ่ เป็นป่าดิบเขา เป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำยม มีต้นไม้ขนาดใหญ่จำนวนมากชมทะเลหมอกดวงอาทิตย์ขึ้นลง และดอกไม้ป่าสวยงาม โดยเฉพาะในช่วงปลายฝนต้นหนาว มีถ้ำหลบภัยของ ผกค.ในอดีต มีน้ำตกสวยงาม

นอกจากนี้ยังมีพันธุ์ไม้หายากเช่น ต้นชมพูภูพาน เนียมแดง เอื้องสีตาล เทียนธารา สัตฤาษี เป็นต้น สำหรับสัตว์ป่ามีจำนวนมากกว่า 100 ชนิด เช่น เสือโคร่ง หมี กวาง เก้ง หมูป่า งูจงอาง ผีเสื้อ เป็นต้น สำหรับนกป่าประจำถิ่นและนกอพยพ ซึ่งสวยงามมีมากกว่า 200 ชนิด เช่น นกพญาไฟ นกเป้า เป็นต้น จึงเป็นแหล่งดูนกที่สำคัญอีกแห่งหนึ่ง ลักษณะภูมิอากาศในช่วงฤดูหนาวอากาศเย็น อุณหภูมิเฉลี่ยต่ำสุด 7 องศา สูงสุดเฉลี่ย 35 องศามีฝนตกชุกในช่วงฤดูฝน

ข้อจำกัดของวนอุทยานภูลังกา
1. เส้นทางรถยนต์ในเขตวนอุทยานเป็นทางดินแดงขึ้นเขาสูงแคบชั้นโค้งคดเคี้ยว ขึ้นได้เฉพาะกับรถยนต์ขับเคลื่อน 4 ล้อเท่านั้น
2. รถยนต์ธรรมดาสามารถขึ้นได้ถึงห้องเรียนธรรมชาติของวนอุทยานภูลังกาและสามารถเดินป่าตามเส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติ
3.ในเขตวนอุทยานไม่มีไฟฟ้าควรจัดเตรียมอุปกรณ์ส่องสว่างให้พร้อม
4. ในเขตวนอุทยานห้ามทิ้งขยะนักท่องเที่ยวต้องนำขยะกลับออกไปทิ้งที่บ้าน
5. อาหารและอุปกรณ์พักแรมควรเตรียมไปให้พร้อม
6.วนอุทยานภูลังกาเปิดบริการให้นักท่องเที่ยวเข้าชมได้ตั้งแต่เวลา 05.00 น. ถึง 18.00 น.

การเดินทาง
จากจังหวัดพะเยา เดินทางมาตามเส้นทางหลวงหมายเลข 1021 ผ่านอำเภอดอกคำใต้ อำเภอจุน และจนถึงอำเภอเชียงคำ เปลี่ยนเส้นทางไปใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 1148 ระยะการเดินทางจากจังหวัดพะเยาถึงวนอุทยานภูลังกาประมาณ 120 กิโลเมตร
จากจังหวัดเชียงราย เดินทางมาตามเส้นทางหลวงหมายเลข 1020 ผ่านอำเภอเทิง มาจนถึงอำเภอเชียงคำ เปลี่ยนเส้นทางไปใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 1148 ระยะการเดินทางประมาณ 140 กิโลเมตร
การเดินทางขึ้นไปวนอุทยานภูลังกา จากอำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา ไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข 1148 ระยะทางประมาณ 30 กิโลเมตร จะถึงเส้นทางแยกเข้าวนอุทยานภูลังกา เดินทางขึ้นเขาอีกประมาณ 10 กิโลเมตร จะถึงที่ทำการสำนักงานวนอุทยานภูลังกา

สำหรับที่พักและลานกางเต็นท์ มีจำนวนจำกัด ควรติดต่อกับวนอุทยานภูลังกาล่วงหน้าก่อนตั้งโปรแกรมการเดินทาง

วนอุทยานภูลังกา ต.ผาช้างน้อย อ.ปง จ.พะเยา โทร. 0 1883 0307สำนักบริหารจัดการพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 ถ.สิงหไคล ต.เวียง อ.เมือง จ.เชียงราย 57000 โทร. 0 5371 1402

อุทยานแห่งชาติภูกระดึง จ.เลย

มีพื้นที่ประมาณ 217,576 ไร่ เป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่สองของไทย และเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ได้รับความนิยมมาก เพราะมีสภาพธรรมชาติที่สมบูรณ์ ประกอบด้วยระบบนิเวศและภูมิประเทศหลากหลายทั้งทุ่งหญ้า ป่าสนเขา ป่าดิบ น้ำตกและหน้าผาชมทิวทัศน์ ยอดเขาที่สูงที่สุด คือ ภูกุ่มข้าว สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 1,350 เมตร เส้นทางขึ้นภูกระดึง ทางขึ้นค่อนข้างชัน แต่จะมีจุดแวะพักที่ “ซำ” หมายถึง บริเวณที่มีแหล่งน้ำใต้ดินผุดขึ้นมา แต่ละจุดมีเครื่องดื่มและอาหารบริการ อุทยานแห่งชาติภูกระดึง จะปิดระหว่างเดือนมิถุนายน-กันยายน ทุกปี เพื่อให้สภาพธรรมชาติฟื้นตัว และปรับปรุงสถานที่พักสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับนักท่องเที่ยว

ผานกแอ่น เป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่งดงามมากแห่งหนึ่ง สามารถมองเห็นทิวทัศน์เบื้องล่างซึ่งเป็นท้องทุ่งและเทือกเขา ริมทางเดินใกล้ผานกแอ่นมีดอกกุหลาบป่าขึ้นเป็นดงใหญ่ ซึ่งบานสะพรั่งในเดือนมีนาคม-เมษายน

ผาหล่มสัก เป็นลานหินกว้าง และมีสนต้นใหญ่อยู่ใกล้กับชะง่อนหินที่ยื่นออกไปจากหน้าผา เป็นสถานที่ชมพระอาทิตย์ตกได้ชัดเจนที่สุด จึงทำให้นักท่องเที่ยว ช่างภาพนิยมไปถ่ายภาพเป็นที่ระลึก ผาแห่งนี้ถือเป็นสัญลักษณ์ของภูกระดึง

การเดินทาง นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางโดยรถโดยสารประจำทางสายกรุงเทพฯ-เลย แล้วลงที่ผานกเค้า ซึ่งเป็นเขตรอยต่อระหว่างชุมแพ-ภูกระดึง จากจุดนี้จะมีรถสองแถวไปอุทยานแห่งชาติ ภูกระดึงหรือหากนักท่องเที่ยวใช้รถประจำทางเส้นทางกรุงเทพฯ-ชุมแพแล้วลงที่ตลาดชุมแพแล้วต่อรถสายชุมแพ-ผานกเค้า ไปลงที่ผานกเค้า ซึ่งจะมีรถสองแถวไปที่ทำการอุทยานฯ จากนั้นต้องเดินเท้าเข้าสู่ยอดภูกระดึงระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตร

สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางโดยรถส่วนตัวจากตัวเมืองเลยใช้เส้นทางหมายเลข 201(เลย-ภูกระดึง) ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองเลยประมาณ 75 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 2019 อีก 8 กิโลเมตร ก็จะถึงที่ทำการอุทยานฯ บริเวณที่ทำการอุทยานฯ มีด่านเก็บค่าธรรมเนียมผู้ใหญ่คนละ 20 บาท เด็ก 10 บาท และบริการลูกหาบสัมภาระ กิโลกรัมละ 10 บาท นักท่องเที่ยวสามารถเช่าเต็นท์และบ้านพักได้ที่ที่ทำการอุทยานฯ โทร.0 4287 1333 หรือติดต่อกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กรุงเทพฯ โทร. 0 2562 0760

อุทยานแห่งชาติภูเรือ จ.เลย

ภูเรือเป็นภูเขาสูงใหญ่ บนยอดเขาเป็นที่ราบกว้างใหญ่ มีต้นสนขึ้นสลับซับซ้อน มีลักษณะแปลกคือมีส่วนหนึ่งเป็นผาชะโงกยื่นออกมาเหมือนหัวเรือสำเภาใหญ่ มีพื้นที่ประมาณ 75,525 ไร่ ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ เมื่อปี พ.ศ.2522 เดือนที่เหมาะมาเที่ยวคือเดือนตุลาคม ถึงมีนาคม

ยอดภูเรือ เป็นจุดที่สูงที่สุดในอุทยานฯ อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 1,365 เมตร บริเวณโดยรอบเป็นลานหินที่มีทุ่งหญ้าขึ้นแซมสลับกับป่าสน มีทั้งสนสองใบที่ขึ้นตามธรรมชาติและสนสามใบที่เป็นสนปลูก

ผาโหล่นน้อย อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 3 กิโลเมตร เป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงามมาก จากจุดนี้จะมองเห็นภูหลวง ภูผาสาด ภูครั่ง และทะเลภูเขาสลับซับซ้อน

ผาซำทอง อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 2.5 กิโลเมตร เป็นหน้าผาสูงชัน และแหล่งน้ำซับที่มีพืชน้ำไลเคนสีเหลืองคล้ายสีทองขึ้นเต็มไปทั่ว จึงเรียกว่า ผาซำทอง

น้ำตกห้วยไผ่ ตั้งอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 2 กิโลเมตร เป็นน้ำตกที่ไหลลงมาจากหน้าผาสูงชัน มีความสูงประมาณ 30 เมตร น้ำตกแห่งนี้นำไปใช้ทำน้ำประปาในอำเภอภูเรือด้วย

นอกจากนี้ยังมีจุดที่น่าสนใจอีกหลายแห่ง เช่น ถ้ำหินแตก หินค้างหม้อ หินวัวนอน หินพานขันหมาก หินพระศิวะ สวนหินเต่า ซึ่งหินเหล่านี้มีรูปร่างตามชื่อเรียก ตั้งอยู่ท่ามกลางทุ่งหญ้าช่วงปลายฝนต้นหนาวมีดอกไม้เล็กๆขึ้นอยู่ทั่วไปน่าชมมาก

การเดินทาง จากตัวเมืองเลยใช้ทางหลวงหมายเลข 203 (เลย-ภูเรือ) ระยะทางประมาณ 50 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวขวาบริเวณหลักกิโลเมตร 49-50 ตรงที่ว่าการอำเภอภูเรือ เข้าไปเป็นทางลาดยางประมาณ 8 กิโลเมตร รถยนต์สามารถขึ้นได้ และมีทางเดินเท้า 700 เมตร ก็จะถึงยอดภูเรือ

ติดต่อสอบถาม อุทยานแห่งชาติภูเรือ โทร. 0 4288 4144

อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

ครอบคลุมพื้นที่ 4 จังหวัด คือ นครราชสีมา นครนายก สระบุรี และปราจีนบุรี มีพื้นที่ทั้งหมด 2,168 ตารางกิโลเมตร ในเทือกเขาพนมดงรัก เขาใหญ่ได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของไทย เมื่อ พ.ศ. 2505 สภาพป่าประกอบด้วย ป่าเบญจพรรณ และป่าดิบชื้น ภูมิประเทศเป็นภูเขาสลับซับซ้อน ยอดเขาที่สูงที่สุดคือ เขาร่ม สูง 1,351 เมตร จากระดับความสูงของพื้นที่และความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าดิบ ทำให้เขาใหญ่มีอากาศเย็นสบายแม้ในฤดูร้อน โดยมีอุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปีประมาณ 23 องศาเซลเซียส

ผืนป่าเขาใหญ่ยังมีสัตว์ป่าที่สามารถพบเห็น ได้แก่ เก้ง กวาง ช้างป่า หมีควาย หมูป่า ชะนี เม่น รวมทั้งเสือโคร่ง กระทิงและเลียงผาซึ่งก็มีถิ่นอาศัยอยู่ที่เขาใหญ่เช่นกัน กิจกรรมเดินป่าศึกษาธรรมชาติ และส่องสัตว์ในยามค่ำคืนจึงเป็นที่นิยมอย่างมากสำหรับนักท่องเที่ยว นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งดูนก ผีเสื้อ และแมลงต่าง ๆ อีกด้วย

น้ำตกผากล้วยไม้ เป็นน้ำตกขนาดกลางในห้วยลำตะคอง ห่างจากที่ทำการฯประมาณ 7 กิโลเมตร สามารถเข้าถึงโดยทางรถยนต์และทางเดินเท้า บริเวณน้ำตกมีกล้วยไม้หวายแดงขึ้นอยู่ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของน้ำตกแห่งนี้

น้ำตกเหวสุวัต ตั้งอยู่สุดถนนธนะรัชต์ รถเข้าถึง จากลานจอดรถเดินลงไปเพียง 100 เมตร หรือจะเดินเท้าต่อจากน้ำตกผากล้วยไม้ไปประมาณ 3 กิโลเมตร สายน้ำตกลงมาจากหน้าผาสูงราว 20 เมตร แต่ในช่วงฤดูฝนน้ำจะมาก ไหลแรง และเย็นจัด นักท่องเที่ยวควรระมัดระวังอันตราย

น้ำตกเหวนรก เป็นน้ำตกขนาดใหญ่และสูงที่สุดของอุทยานฯ อยู่ห่างจากที่ทำการฯลงมาทางทิศใต้ทางที่จะลงไปปราจีนบุรี โดยต้องเดินเท้าแยกจากทางสายหลักไปประมาณ 1 กิโลเมตร ถึงจุดชมวิวที่มีมุมมองเห็นน้ำตกได้สวยงาม น้ำตกมีทั้งหมด 3 ชั้น รวมความสูงไม่ต่ำกว่า 150 เมตร ในฤดูฝน สายน้ำที่ไหลทะลักไปสู่หุบเหวเบื้องล่างจะแรงมากจนน่ากลัว บริเวณน้ำตกเหวนรกเป็นเขตหากินของช้างป่า ซึ่งช้างมักจะไม่เปลี่ยนเส้นทางหากิน จึงมักเกิดเหตุช้างพลัดตกเหวอยู่เนือง ๆ

การเดินทาง สามารถไปได้ 2 เส้นทางคือ แยกจากถนนมิตรภาพตรง กิโลเมตรที่ 56 ไปตามถนนธนะรัชต์ประมาณ 23 กิโลเมตร อีกเส้นทางหนึ่งคือ จากกรุงเทพฯ-แยกหินกอง แล้วไปตามทางหลวงหมายเลข 33 (นครนายก-ปราจีนบุรี) ถึงสี่แยกเนินหอมใช้ทางหลวง 3077 ไปถึงเขาใหญ่ เส้นทางที่สองค่อนข้างชันเหมาะที่จะใช้เป็นทางลงมากกว่า

หากโดยสารรถประจำทางจากกรุงเทพฯ ให้ลงที่อำเภอปากช่องแล้วต่อรถสองแถวขึ้นเขาใหญ่ บริเวณหน้าตลาดปากช่องรถจะไปถึงตรงแค่ด่านเก็บเงิน ค่ารถ 15 บาท มีบริการระหว่างเวลา 6.00-17.00 น. จากนั้นต้องโบกรถขึ้นไปยังที่ทำการฯ หรือจะเช่ารถจากปากช่องเลยก็ได้

สอบถามรายละเอียด กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โทร. 0 2562 0760

อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์

มีพื้นที่ทั้งหมด 603,750 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่รอยต่อสองจังหวัด ได้แก่ อำเภอเมือง อำเภอหล่มสัก อำเภอน้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์ และอำเภอคอนสาน จังหวัดชัยภูมิ ได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อ พ.ศ. 2515 สภาพโดยทั่วไปเป็นภูเขาสูงสลับซับซ้อน นักท่องเที่ยวนิยมมาเดินป่าศึกษาธรรมชาติอันบริสุทธิ์และสัมผัสอากาศหนาวเย็น โดยเฉพาะช่วงเดือนธันวาคม-มกราคม อุณหภูมิประมาณ 2-5 องศาเซลเซียส

จุดชมวิวถ้ำผาหงษ์ ทางเข้าอยู่ตรงกิโลเมตรที่ 39 ทางหลวงหมายเลข 12 เส้นหล่มสัก-ชุมแพ ห่างจากที่ทำการอุทยานฯประมาณ 10 กิโลเมตร มีทางแยกเข้าไป 500 เมตรถึงลานจอดรถ จะพบบันไดทางขึ้นไปยังจุดชมวิวจำนวน 259 ขั้น บนยอดเขามีหินตะปุ่มตะป่ำอยู่ทั่วไป มองเห็นทิวทัศน์ได้กว้างไกล เหมาะในการชมพระอาทิตย์ตกในตอนเย็น
สวนสนบ้านแปก (ดงแปก) ทางเข้าอยู่ตรงหลักกิโลเมตรที่ 49 ทางหลวงหมายเลข 12 เส้นหล่มสัก-ชุมแพ ระยะทางเดินเท้าประมาณ 5 กิโลเมตร มีลักษณะเป็นป่าสนสองใบขึ้นอยู่เป็นกลุ่มใหญ่เพียงชนิดเดียวตามธรรมชาติ มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติป่าสนสองใบ โดยเริ่มจากปากทางเข้าตัวอุทยานฯ นักท่องเที่ยวสามารถขับรถยนต์เข้าไปได้ ระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตร ถึงลานจอดรถแล้วจะต้องเดินเท้าเข้าไปอีก 500 เมตร
สวนสนภูกุ่มข้าว ทางเข้าอยู่ตรงกิโลเมตรที่ 53 ทางหลวงหมายเลข 12 เส้นหล่มสัก-ชุมแพ มีทางแยกจากกิโลเมตรที่ 53 ถึงสนภูกุ่มข้าวไปอีกเป็นระยะทาง 15 กิโลเมตร มีลักษณะเป็นป่าสนสามใบขึ้นอยู่ตามธรรมชาติ

น้ำตกเหวทราย ทางเข้าอยู่ตรงหลักกิโลเมตรที่ 67 ทางหลวงหมายเลข 12 เส้นหล่มสัก-ชุมแพ ระยะทางเดินเท้า 1 กิโลเมตร เป็นน้ำตกที่สูงที่สุดที่เกิดขึ้นจากห้วยสนามทรายซึ่งเป็นแนวแบ่งเขตแดนตามธรรมชาติระหว่างอำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ และอำเภอคอนสาร จังหวัดชัยภูมิ มีความสูง 20 เมตร บริเวณลำห้วยใต้น้ำตกมีแอ่งน้ำ สามารถเล่นน้ำได้ สายน้ำตกมีน้ำมากในช่วงฤดูฝนถึงเดือนพฤศจิกายน

การเดินทาง การเดินทาง จากจังหวัดเพชรบูรณ์ ใช้ทางหลวงหมายเลข 21 เส้นเพชรบูรณ์-หล่มสัก ถึงสี่แยกหล่มสักประมาณ 39 กิโลเมตร เลี้ยวขวาตามทางหลวงหมายเลข 12 ถึงหลักกิโลเมตรที่ 50 เลี้ยวซ้ายเข้าไปอีกประมาณ 1.5 กิโลเมตร ถึงที่ทำการอุทยานฯ หากเดินทางโดยรถประจำทาง สามารถขึ้นรถโดยสารสายชุมแพ-หล่มสัก จากอำเภอชุมแพ หรืออำเภอหล่มสักซึ่งมีรถออกทุกชั่วโมง รถจะผ่านหน้าทางเข้าที่ทำการอุทยานฯ ค่าโดยสารจากอำเภอหล่มสักมาถึงปากทางเข้าอุทยานฯ ประมาณ 40 บาท ในช่วงฤดูท่องเที่ยวระหว่างเดือนตุลาคมถึงมกราคม จะมีรถท้องถิ่นให้บริการจากที่ทำการอุทยานฯไปยังสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ในอุทยานฯ คิดราคาเช่าเหมาประมาณวันละ 1,800 บาท

อัตราค่าเข้าอุทยานฯ นักท่องเที่ยว ชาวไทย ผู้ใหญ่ ราคา 20 บาท เด็ก ราคา 10 บาท ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ ราคา 400 บาท เด็ก ราคา 200 บาท
สอบถามรายละเอียด อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว โทร. 0 5672 9002 หรือสำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เขตบางเขน กรุงเทพฯ โทร. 0 2562 0760

อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี และ จ.ประจวบคีรีขันธ์

มีพื้นที่ถึง 2,915 ตารางกิโลเมตร หรือ 1.8 ล้านไร่ ในเขตอำเภอแก่งกระจาน อำเภอหนองหญ้าปล้อง จ.เพชรบุรี และอำเภอหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ นับเป็นอุทยานที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ที่สุดของประเทศไทย ยังคงสภาพเป็นป่าดงดิบตามธรรมชาติที่สมบูรณ์ เป็นป่าต้นน้ำแม่น้ำเพชรบุรีและปราณบุรี พื้นที่ส่วนใหญ่ เป็นภูเขาสลับซับซ้อนอยู่ในเทือกเขาตะนาวศรี สภาพภูมิประเทศเป็นป่าดิบชื้น

ทะเลสาบ มีเนื้อที่ประมาณ 45 ตารางกิโลเมตร มีเกาะกลางแม่น้ำอยู่มากมายหลายเกาะ นักท่องเที่ยวสามารถล่องเรือชมทิวทัศน์เพื่อพักผ่อน หรือตกปลาน้ำจืดในทะเลสาบ

พะเนินทุ่งแคมป์ เป็นจุดชมวิวที่สามารถชมทะเลหมอกในตอนเช้าได้สวยงามจุดหนึ่ง และสามารถกางเต็นท์พักแรมได้ สำหรับรถยนต์ที่จะเดินทางไปชมทะเลหมอก ควรเป็นแบบขับเคลื่อนสี่ล้อ ผู้ขับควรมีทักษะในการขับรถขึ้นที่สูงชัน ก่อนขึ้นชมทะเลหมอก ต้องติดต่อที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเพื่อขอใบอนุญาตผ่านทาง โดยเสียค่าธรรมเนียม คือ ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท รถยนต์สี่ล้อ 30 บาท รถกระบะ 40 บาท รถตู้ 50 บาท รถยนต์มากกว่าสี่ล้อ 70-80 บาท

น้ำตกทอทิพย์ อยู่ห่างจากเขาพะเนินทุ่ง 15 กิโลเมตร สามารถเดินทางโดยรถยนต์ และเดินทางเท้าเข้าถึงตัวน้ำตกประมาณ 4 กิโลเมตร มีความสูง 9 ชั้น แต่ละชั้นสวยงามแปลกตา สภาพโดยรอบเป็นป่าไม้ร่มรื่น

การเดินทาง
รถยนต์
จากกรุงเทพฯ ไปตามทางหลวงหมายเลข 35 ถึงอำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี จากนั้นใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 4 ผ่านแยกเข้าตัวเมืองเพชรบุรี จะถึงสี่แยกท่ายาง เลี้ยวขวาเข้าอำเภอท่ายาง แล้ววิ่งไปตามถนนเลียบคลองชลประทาน ตามทางหลวงหมายเลข 3499ระยะทางประมาณ 30 กิโลเมตร ก็จะถึงอำเภอแก่งกระจาน จากปากทางเข้าอุทยานฯ อีก 4 กิโลเมตรจะถึงที่ทำการอุทยานฯ
รถโดยสารประจำทาง จะมีรถสายกรุงเทพฯ-ท่ายาง ลงที่ตลาดท่ายาง จากนั้นต่อรถสองแถวไปตลาดแก่งกระจาน และต่อรถรับจ้างหรือจักรยานยนต์ไปอีก 4 กิโลเมตร จะถึงที่ทำการอุทยานฯ

ติดต่อสอบถาม กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช โทร. 0 2562 0760 หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวแก่งกระจาน โทร. 0 3245 9293

ข้อมูล – ภาพ : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
เรียบเรียง : ละไมไทยแลนด์ดอทคอม