วิธีทำดอทคอม (Witeetum.com)

สาระพัดวิธีที่คุณอาจไม่เคยรู้ และยังรอการพิสูจน์ (ซตพ.)

ดอกโบตั๋นได้รับการขนานนามว่าเป็นราชา แห่งดอกไม้ และใช้เป็นสัญญลักษณ์แห่งโชคชะตาของผู้หญิง หากพ่อแม่ที่ต้องการให้ลูกสาวของตนได้แต่งงานกับชายที่ดี และมีอนาคตก็ให้แขวนภาพดอกโบตั๋นภาพใหญๆเอาไว้ในห้องรับแขก ยิ่งภาพสวยเท่าใดก็ยิ่งโชคดีเท่านั้น(หรือจะจัดเป็นแจกันแล้วตั้งเอาไว้ใน ห้องรับแขกก็ได้

 

ถ้าเป็นสาวโสดที่ต้องการจะพบชายในฝันและ แต่งงานด้วยก็ให้แขวนเอาไว้ในห้องนอนก็ได้ แต่จะไม่ดีเท่ากับนอกห้อง และถ้าเป็นหญิงที่แต่งงานแล้วหากแขวน ภาพดอกโบตั๋นเอาไว้ภายในห้องนอนก็จะทำให้สามีของเธอเป็นคนเจ้าชู้ โดยเฉพาะหากชีวิตคู่ไม่ค่อยราบรื่นอยู่แล้ว

 

ถ้าต้องการให้ชีวิตคู่ราบรื่นมีแต่ความหวานชื่นก็ให้ แขวนภาพดอกโบตั๋นสวยๆเอาไว้ในห้องรับแขกจะได้ผลดีที่สุด

 

เครดิต: tlcthai

20 วิธี รักษาโรคด้วยสมุนไพรใกล้ตัวคุณ
1. ปวดหัว กินปลา มาก ๆ ทั้งปลาทะเล ปลาน้ำจืด เพราะน้ำมันจากปลามีสรรพคุณป้องกันการปวดหัว กินพร้อม ๆ กับ ขิง จะช่วยบรรเทาอาการปวดหัว
2. แพ้ละออง ทั้งฝุ่นและเกสรดอกไม้ ให้ กินโยเกิร์ต หรือนมเปรี้ยว
3. โรคหัวใจ ดื่มชาเขียว เป็นประจำ เพราะสารในชาเขียวช่วยป้องกันไม่ให้ไขมันจับตัวตามผนังหลอดเลือด
5. โรคหืดหอบ ควรกินหอม ต้นหอม หรือหัวหอม ก็ได้เพราะผักเหล่านี้มีตัวยาทำให้หลอดลมปลอดโปร่ง
6. โรคไขข้ออักเสบ ควรกิน ปลา เท่านั้น เช่น ปลาแซลมอน ปลาทูน่า (ปลาโอ) ปลาแมคเคอเรล ปลาซาดีนส์ (ปลากระป๋อง) เพราะน้ำมันปลา ทำให้โรคไขข้ออักเสบบรรเทาลงได้
7. ท้องผูก ท้องอืด ควรกิน กล้วย หรือ ขิง เพราะกล้วยทำให้ท้องไม่ผูก ส่วนขิง ทำให้อาการคลื่นไส้ในตอนเช้าหายไป
8. ความจำเสื่อม แก้ไขโดย กิน หอย อาทิ หอยนางรม หอยแครงหรือหอยอื่น ๆ เพราะในหอยมีสารสังกะสีช่วยบำรุงสมองได้ดี
9. โรคหงุดหงิด ฟุ้งซ่าน โดยเฉพาะในผู้หญิงสูงอายุ ให้กิน ข้าวโพด เพราะช่วยบรรเทาอาการเครียด วิตกกังวล และความคิดสับสนได้
10. โรคกระดูกพรุน ทั้งกระดูกเปราะและแตกง่าย แก้ไขได้โดยให้กิน สับปะรด ซึ่งมีสารแมงกานีสอยู่มาก ช่วยให้กระดูกแข็งแรงได้
11. เป็น หวัด ต้องนี่เลย กระเทียม เพราะกระเทียม ทำให้จมูกโปร่ง สมองโล่ง แถมช่วยลดไขมันในเลือดได้อีกด้วย
12. ไอ จาม ควรกิน พริกแดง เพราะสารที่นำมาทำยาแก้ไอนั้นสกัดมาจากพริกแดง
13. ความดันโลหิตสูง ควรกิน ผลโอลีฟและผักขึ้นฉ่าย เพราะพืช 2 ชนิดนี้ทำให้ระดับความดันเลือดลดลง13. มะเร็งเต้านม กินข้าวสาลี รำข้าว
และกะหล่ำปลี จะช่วยป้องกันได้ดี โดยเฉพาะรำข้าว กะหล่ำปลี ช่วยให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนเพศหญิงเอสโตรเจนได้ในปริมาณที่เหมาะสม ข้อสำคัญอย่ากินไก่มาก เพราะไก่ใช้ฮอร์โมนเอสโตรเจนในการเร่งการเจริญเติบโต
14. มะเร็งปอด ควรกิน ส้มและผักใบเขียว เพราะมีวิตามินเออยู่มาก จะช่วยป้องกันการก่อพิษของสารเบต้าแคโรทีน
15. แผลในกระเพาะอาหาร ควรกิน กะหล่ำปลี เพราะมีสารเคมีช่วยทำให้แผลเรื้อรังในกระเพาะอาหาร และลำไส้เล็กหายขาดได้
16. ติดเชื้อในถุงกระเพาะปัสสาวะ ให้กิน น้ำคั้นจากลูกแคนเบอรี (ไม้เมืองหนาว) เพราะลูกแคนเบอรีมีกรดเข้มข้นที่สามารถฆ่าแบคทีเรียได้
17. โรคท้องร่วง ควรกิน แอปเปิ้ลสด ทั้งเปลือก จะช่วยให้อาการปั่นป่วนในท้องเมื่อเชื้อโรคบิดเล่นงานทุเลาลง
18. เส้นเลือดตีบ ควรกิน ผลอโวคาโด เพราะไขมันดี “โมโรอันแซตเทอเรต” ที่มีอยู่นผลไม้ชนิดนี้จะทำลายไขมันเลว “คอลเลสเตอรอล” ได้
19. น้ำตาลในเลือดไม่สมดุล ควรกิน ผลบร็อกโคลีและถั่วลิสง เพราะมีสารอินซูลินทำให้น้ำตาลในเลือดสมดุลได้

2009 อาหารปีใหม่ คุณค่าที่มากับความเชื่อ

หลายๆ ประเทศเชื่อว่า อาหารที่กินในวันปีใหม่มีความสำคัญ และมีผลต่อการดำเนินชีวิตตลอดทั้งปี เรามาดู่วา แต่ละประเทศมีความเชื่อในเรื่องนี้อย่างไรกันบ้าง

องุ่นแห่งความโชคดีของชาวสเปน

ประเทศสเปนทำไร่องุ่นมากที่สุดในโลก และได้ผลผลิตจำนวนมาก ชาวสเปนจึงกินองุ่น 12 ผลไปพร้อมกับเสียงนาฬิกาบอกเวลาเที่ยงคืนในวันสิ้นปี เพื่อต้อนรับความโชคดีตลอด 12 เดือนข้างหน้า

เนเธอร์แลนด์ โดนัทแห่งความบริบูรณ์

ชาวดัตช์เชื่อว่า การกินโดนัทซึ่งมีลักษณะกลมแบบวงแหวน จะทำให้โชคดี และมีชีวิตครบถ้วนบริบูรณ์เหมือนรูปร่างของอาหาร

กรีซ St. Basil’s cake แห่งความสุข

ในวันปีใหม่ ชาวกรีกจะทำเค้กสอดใส้เหรียญเงินชิ้นใหญ่ (St.Basil’s cake) กินในครอบครัวเพื่อรำลึกถึงนักบุญบาซิล ผู้มีความเมตตาต่อคนยากจน ซึ่งถึงแก่กรรมในวันที่ 1 มกราคม เชื่อกันว่าสมาชิกคนใดที่พบเหรียญเงินในชิ้นเค้กนั้นจะโชคดีตลอดปี

โซบะญี่ปุ่น อายุยืนหมื่นปี

คนญี่ปุ่นนิยมกินบะหมี่ไม่ตัดเส้นที่ชื่อ “โทชิโคชิ โซบะ” ต้อนรับปีใหม่ เพราะเชื่อว่า จะทำให้อายุยืนยาวเหมือนเส้นบะหมี่

จีน กินปลากินไก่ ให้ความมั่งคั่ง

ชาวจีนนิยมกินปลาในเทศกาลปีใหม่ เพราะเสียงของคำนี้ในภาษาจีนพ้องกับคำว่า “เหลือเฟือ” จึงเชื่อว่าจะทำให้มีเหลือกินเหลือใช้ตลอดทั้งปี และการกินไก่ทั้งตัวโดยไม่ตัดส่วนใดออก ก็จะทำให้ชีวิตครบถ้วนสมบูรณ์และมั่งคั่งอีกด้วย

อิตาลี ความมั่งมีในถั่วเลนทิล

ชาวอิตาลีกินถั่วเลนทิลในวันแรกของปีเพราะถั่วเลนทิลมีรูปร่างคล้ายเหรียญเงิน จึงเป็นสิ่งนำความมั่งคั่งร่ำรวยมาให้

อเมริกา ถั่วตาดำกับความร่ำรวย

ถั่วตาดำ (Black eyed pea) เป็นอาหารนำโชคของชาวอเมริกัน เพราะเมื่อปรุงสุกแล้ว จะมีสีและลักษณะคล้ายเหรียญเงิน แสดงถึงความร่ำรวย

สมุนไพรต้านหวัด

 

ปลายฝนต้นหนาวทำให้ป่วยง่าย นอกจากต้องดูแลตัวเองแล้ว การรับประทานอาหารที่มีสมุนไพรไทยเป็นส่วนผสมก็ช่วยปกป้องตัวเองจากอาการป่วยไข้ได้ โดยเฉพาะไข้หวัดคอลัมน์ “Nutrition” นิตยสาร “HealthToday” ฉบับพ.ย. ยกตัวอย่างสมุนไพรไทยที่มีสรรพคุณในการป้องกันและบรรเทาอาการหวัด ดังนี้

- กระเทียม มีสาร “อัลลิซิน” (allicin) ซึ่งมีกลิ่นฉุน ฆ่าเชื้อได้ ส่วนกระเทียมโทน มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อได้ดีกว่า “เพนนิซิลลิน” และเตตร้าซัยคลิน” ที่เป็นยาฆ่าเชื้อ (ยาปฏิชีวนะ) ที่ใช้โดยทั่วไป นอกจากนี้ยังมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อที่เป็นสาเหตุของท้องเสีย แผลติดเชื้อ วัณโรค ไทฟอยด์ และกลากเกลื้อน

- ขิง มีสารประกอบให้รสเผ็ดอร่อยอย่าง “จินเจอรอล” และ “โชกาออล” ช่วยบรรเทาหวัดและไข้หวัดใหญ่ ซึ่งสามารถนำมาปรุงผ่านความร้อนหรือรับประทานสด นอกจากนี้ยังบรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ คลื่นไส้และวิงเวียนศีรษะได้อีกด้วย

- มะขามป้อม ในส่วนที่กินได้ 100 กรัม มะขามป้อมมีวิตามินซี 276 มิลลิกรัม สามารถนำเนื้อผลแห้งหรือสดมารับประทานเพื่อขับเสมหะ ทำให้ชุ่มคอ นอกจากนี้ ถ้านำผลแห้งมาต้มดื่มจะช่วยแก้ไข้

- กะหล่ำปลี ถ้าดิบจะมีวิตามินซีสูงที่สุด โดยเฉพาะกะหล่ำดาวที่ 1 ถ้วย มีวิตามินซีถึง 97 มิลลิกรัม แถมยังมีสารต้านมะเร็งหลายตัว ช่วยลดโอกาสเป็นมะเร็งลำไส้ได้ โดยรับประทานได้ทั้งสดและปรุงสุก แต่ไม่ควรกินแบบสดๆ ในปริมาณมากๆ เพราะสาร “กอยโตรเจน” (Goitrogen) จะไปขัดขวางการทำงานของต่อมไทรอยด์ ทำให้ร่างกายขาดไอโอดีน หากปรุงสุกกอยโตรเจนจะสลายไป

- ฟ้าทะลายโจร เป็นสมุนไพรพื้นบ้านที่ได้รับความนิยมในการบรรเทาและรักษาอาการเจ็บคอ ซึ่งเคยมีการศึกษาระบุถึงประสิทธิผลในการบรรเทาอาการหวัด ต่อมทอนซิลอักเสบ มีคุณสมบัติแก้ไข้ และต้านการอักเสบ เนื่องจากมีสารแอนโดรกราโฟไลด์” เป็นส่วนประกอบสำคัญ

เมื่อเร็วๆ นี้ สถาบันการแพทย์แผนไทยทดลองให้ยาเม็ดสารสกัดฟ้าทะลายโจรแก่ผู้ป่วยไข้หวัด พบว่าอาการไอ เสมหะ น้ำมูกไหล ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย ปวดหู นอนไม่หลับและเจ็บคอลดลง

- พริก มีวิตามินซีและสารที่ทำให้เกิดรสเผ็ดที่เรียกว่าแคปไซซิน” (Capsaicin) ช่วยบรรเทาให้ระบบทางเดินหายใจโล่งขึ้นและโรคหลอดลมอักเสบเรื้อรังลดลง

นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระและกระตุ้นการสร้างสาร ไนตริกออกไซด์” ที่ช่วยขยายและเสริมสร้างความแข็งแรงให้หลอดเลือด ช่วยป้องกันการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดด้วย
สมุนไพรไทยจึงไม่เพียงช่วยเพิ่มรสอร่อยในอาหาร หากยังช่วยต้านโรคภัยได้อย่างมหัศจรรย์

 

-: O~o SORA -:-:
วัสดุ – อุปกรณ์
พาราฟิน,โพลีเอททีนลีน (พี.อี.แว๊กซ์)
ไมโครแว๊กซ์ ,สเตียริคแอซิค
น้ำมันหอมระเหย, สีผสมเทียน
ไส้เทียน, ไม้จิ้มฟัน , ถาดไม้ หรือกระจก
เกรียง, กรรไกร , กระดาษแข็ง,พิมพ์อลูมิเนียม
ภาชนะต้มเทียน

*** ลองเอาไปประยุกต์ดูนะค่ะ แบบกลีบดอกบัวมีขายที่พาหุรัดหรือ JJ ได้นะคะ

1.นำกระดาษแข็งมาตัดเป็นสามเหลี่ยม หรือใช้พิมพ์เพื่อสำหรับหล่อเทียนเป็นปิรามิด
2. ละลายพี.อี แว๊กซ์,พาราฟิน,ไมโครแว๊ซ์ และ สเตียริคแอซิคในภาชนะ โดยนำขึ้นตั้งบนเตาไอน้ำ เพื่อให้ละลายเป็นเนื้อเดียวกัน
3.นำสีตามที่ต้องการผสมลงในพาราฟิน คนให้เข้ากัน   โดยแบ่งพาราฟินเป็น 3 ส่วน คือ ส่วนที่เป็นตัวปิรามิด ส่วนที่เป็นดอกกุหลาบ และส่วนที่เป็นใบไม้
4. เทพาราฟินลงในแบบพิมพ์ปิรามิดที่เตรียมไว้   และทิ้งไว้จนพาราฟินเซตตัวแข็ง
5. เทพาราฟินร้อนลงบนถาดให้เป็นแผ่นบาง

6. รอให้พาราฟินเซ็ดตัว(อุ่น) จึงใช้พิมพ์กลีบดอก  ตัดตามขนาดที่ต้องการ
7. ใช้เกรียงแซะออกจากกันจากถาดเบา ๆ

. นำกลีบดอกที่ตัดสำเร็จแล้วทุกขนาด จุ่มในน้ำพาราฟินร้อนเพื่อให้กลีบอ่อนตัวแล้วคลึงกลีบให้พริ้ว

9.นำพาราฟินที่ตัดกลีบดอกม้วนติดกันไม้จิ้มฟัน

10.นำกลีบดอกอีกดอก เข้ารอบเกสรตรงกลาง โดยรอบกลีบแต่ละกลีบ ต้องนำโคนกลีบจุ่มพาราฟินร้อนก่อนติดกลีบ ชั้นที่ 1   3 กลีบ  ชั้นที่ 2  3 กลีบสับหว่างกัน  ชั้นที่ 3 5 กลีบสับหว่างดัดปลายกลีบดอกขณะเทียนยังอุ่นให้สวยทุกกลีบ
11. ทำดอกกุหลาบจำนวน 4 ขนาด ได้แก่ ดอกตูม  ดอกแย้มน้อย  แย้มเกือบบาน และดอกบาน   ใบกุหลาบ  จัดเตรียมไว้เข้าช่อเรื้อยที่ปิราด