วิธีทำดอทคอม (Witeetum.com)

สาระพัดวิธีที่คุณอาจไม่เคยรู้ และยังรอการพิสูจน์ (ซตพ.)

สวัสดีปีใหม่ เนื่องในวันตรุษจีนค่ะ เป็นอย่างไรกันบ้างเอ่ย คาดว่าต้องมีเพื่อน ๆ ที่นี่บางคนกำลังงัวเงียเพราะเมื่อช่วงเช้ามืดต้องลุกขึ้นมาไหว้เทพเจ้ากันแน่ ๆ

เอาล่ะคะ วันนี้เราลองมาดูกันดีกว่าว่า นอกจากเรื่องหลักพิธีการต่าง ๆ ในวันตรุษจีนที่เหล่าชาวจีนนิยมทำกันแล้ว เขามีความเชื่ออะไรบ้างในวันนี้กันนะคะ


อย่างแรกเลยก็คือ ในวันนี้ ชาวจีนจะไม่พูดคำหยาบคายกันเลย แต่จะพูดถึงแต่สิ่งดี ๆ พูดถึงแต่เรื่องในอนาคต นอกจากนี้เรื่องที่เกี่ยวกับความอัปมงคล เรื่องผี ๆ สาง ๆ รวมทั้งคำว่า “สี่” ที่ไปพ้องกับคำว่าตาย รวมทั้งเรื่องการใกล้ตายทั้งหลายแหล่ะก็ถือเป็นเรื่องต้องห้าม ที่จะไม่พูดถึงกันเลยในวันนี้

นอกจากนี้ในวันตรุษจีนยังถือว่า บุคคลแรกที่พบและคำพูดที่ได้ยินคำแรกของปีมีความหมายสำคัญมาก ถือว่าจะส่งให้มีผลได้ตลอดทั้งปี การได้ยินนกร้องเพลงหรือเห็นนกสีแดงหรือนกนางแอ่น ถือเป็นโชคดีเพราะฉะนั้นวันนี้เราก็มาพูดแต่เรื่องดี ๆ กันนะคะ


ต่อมาในวันนี้
ก็ควรจะแต่งกายด้วยชุดที่สดใสและสะอาด ซึ่งสีที่เป็นที่นิยมมาก ๆ คงหนีไม่พ้นสีแดงอย่างแน่นอน เพราะสีแดงถือเป็นสีสว่าง สีแห่งความสุข ซึ่งจะนำความสว่างและเจิดจ้ามาให้แก่ผู้สวมใส่ นอกจากนี้ยังไม่ควรสระผมในวันตรุษจีนด้วย เพราะนั้นจะหมายถึงเราชะล้างความโชคดีของเราออกไป

ไม่ควรใช้มีดหรือกรรไกรในวันตรุษจีน เพราะเชื่อว่าจะเป็นการตัดโชคดี นอกจากนี้ ในวันตรุษจีนไม่ควรร้องไห้ เพราะเชื่อกันว่าหากในวันนี้คุณร้องไห้ออกมา นั่นจะทำให้ทั้งปีนี้คุณจะต้องพบแต่เรื่องที่ทำให้เสียใจไปตลอดทั้งปีเลยทีเดียว


นอกจากนี้ยังมีความเชื่อกันอีกว่า หากภรรยาบ้านไหนที่มีลูกยาก ให้ไปแอบขโมยส้มในศาลเจ้ามากิน แล้วจะได้ลูกตามที่ตั้งใจหวังเอาไว้ นอกจากนี้ในวันนี้ชาวจีนจะไม่ทำงานไม่ทำความสะอาดบ้านโดยเด็ดขาด แต่จะออกนอกบ้านเพื่อไปเยี่ยมเยือนญาติมิตรแทน ซึ่งในวันนี้หากมีคนป่วยอยู่ในบ้านก็จำเป็นต้องออกมารับแขกนอกห้องนอน เพราะในวันนี้ชาวจีนถือว่า ห้ามให้คนอื่นเข้าห้องนอนโดยเด็ดขาด

เป็นอย่างไรบ้างเอ่ย มีบ้านไหนทำตามความเชื่อเหล่านี้กันบ้างคะ เชื่อแน่ ๆ ว่าบางบ้านก็น่าจะทำตามความเชื่อเหล่านี้อยู่ ในขณะที่บางบ้านก็ไม่ค่อยเคร่งในเรื่องความเชื่อเหล่านี้แล้ว อันนี้ก็ไม่ว่ากัน เพราะเดี๋ยวนี้โลกเราก็เปลี่ยนไปต่างจากเมื่อก่อนเยอะพอสมควรค่ะ

 


ตุ้งแช่…เสียงกลองในจังหวะคึกคักบ่งบอกว่าเขาไล้เหลี่ยว…มาแว้วววมาร่วมเทศกาลตรุษจีน วันขึ้นปีใหม่ของชาวจีน ไม่ว่าจะเฉลิมฉลองรับปีนักษัตรไหนสิงโตลิงโลดมาอำนวยอวยพร ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้ ด้วยทุกครั้งไปโดยเฉพาะสำหรับผู้ทำมาค้าขาย เชื่อว่าจะนำโชคที่ดีด้านธุรกิจมาให้ในปีนั้นๆ ดังเช่นที่ฮ่องกง มาเก๊า สิงคโปร์ จีน ไต้หวัน ปักกิ่ง กวางเจา เซี่ยงไฮ้ กระทำกันทุกปีจากหัวและลำตัวที่หมอบราบ เพียงแค่คนสองคนผลุบหายเข้าไปเจ้าสิงโตก็กลับกลายมีชีวิต คนหนึ่งเชิดหัว ควบคุมตาและปาก อีกคนหนึ่งแสดงท่วงท่าร่างกายยักย้ายไปมาสอดรับประสานกัน ดูสง่างามและกล้าหาญ คนเชิดที่คุมส่วนหัวจะเป็นผู้ควบคุมการเคลื่อนไหว พร้อมรับน้ำหนักของหัวสิงโตด้วยสองมือ

ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย…เพราะหัวสิงโตซึ่งตกแต่งอย่างวิจิตร งดงามด้วยพู่ ขน และสิ่งตกแต่งที่แวววาว มีน้ำหนักรวมราว 9 ถึง 15 กิโลกรัม ถือเป็นน้ำหนักที่มากกับการที่ต้องเชิดให้สูงขึ้นไปบนอากาศพร้อมการเคลื่อนไหวอย่างมีชีวิตชีวาหัวสิงโตโดยทั่วไปเป็นงานกระดาษ (เปเปอร์มาเช่) หรือไม้ไผ่ เข้ารูปเสร็จสมบูรณ์พร้อมกับดวงตาที่กะพริบได้ และปากที่หุบงับได้ การเคลื่อนไหวทุกท่วงท่าจะมีจังหวะเสียงดนตรี ดนตรีจะเล่นไปตามการเคลื่อนไหวของสิงโต กลองจะตามสิงโต ในขณะที่ฉาบและฆ้องจะตามคนตีกลองในช่วงเทศกาลตรุษจีน ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ จัดการประกวดและแสดงการเชิดสิงโต พร้อมบอกเล่าเรื่องราวและตำนานศิลปะความเชื่อแขนงนี้
หัวสิงโตมีหลายสี เกี่ยวพันกับธาตุทั้งห้า

สิงโตเล่าปี่

ผู้อาวุโสที่สุดในบรรดาสามพี่น้อง ใบหน้าสีทอง พร้อมกับเคราและขนสีขาว สื่อถึงความเฉลียวฉลาด ส่วนหางนั้นมีหลายสีซึ่งรวมสีของธาตุทั้งห้าเอาไว้ สื่อถึงการมีอำนาจควบคุมธาตุทั้งห้า
สิงโตกวนอู

ใบหน้าสีแดง ขนสีดำ และมีเครายาว สีดำ ส่วนหางมีสีแดงขลิบดำ กวนอูเป็นน้องคนรองและจะสวมเหรียญสองเหรียญไว้ที่ปลอกคอ สิงโตประเภทนี้รู้จักในชื่อว่า “สิ่ง ซือ” มีความหมายว่า “สิงโตผู้ตื่นตัว” โดยปกติแล้วคนส่วนใหญ่จะนิยมใช้สิงโตกวนอูกันมากที่สุด
สิงโตเตียวหุย

ใบหน้าสีดำ มีเคราสั้นสีดำ ที่หูทั้งสองข้างประดับดอกไม้ และมีขนสีดำ หางสีดำขลิบขาว เนื่องจากเป็นน้องคนเล็กสุด จึงมีเหรียญหนึ่งเหรียญติดที่ปลอกคอ สิงโตเตียวหุยถือเป็นสิงโตนักสู้ เพราะเตียวหุยเป็นคนมุทะลุ ใจร้อน รักการต่อสู้ สิงโตประเภทนี้เป็นสิงโตในดวงใจสำหรับนักธุรกิจ
สิงโตจูล่ง

ใบหน้าสีเขียว เรียกขานกันว่าสิงโตวีรบุรุษ เพราะจูล่งเป็นผู้ขี่ม้าฝ่ากองทหารนับพันของโจโฉเข้าไปรับอาเต๊า บุตรชายของเล่าปี่ออกมา
สิงโตฮองตง

หรือ หวงจง ใบหน้าสีเหลือง เป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นสิงโตยอดคุณธรรม
สิงโตหม่าเฉา

หรือ ม้าเฉียว ใบหน้าสีขาว รู้จักในชื่อว่าสิงโตงานศพ สิงโตประเภทนี้จะไม่นำมาเชิด ยกเว้นสำหรับพิธีศพของอาจารย์ หรือหัวหน้าคนสำคัญของคณะ ซึ่งในกรณีนี้จะทำการเผาสิงโตหลังเสร็จพิธี
ปัจจุบันผู้คนจะชื่นชอบการเชิดสิงโตสีทองหรือสีเงินมากกว่า เพราะสื่อถึงความอุดมสมบูรณ์และความมั่งคั่ง

ประเภทของการเชิดสิงโตจะแยกเป็นสองสำนักคือ สำนักเชิดสิงโตเหนือ และสำนักเชิดสิงโตใต้

การเชิดสิงโตแบบเหนือ

โดยทั่วไปจะเชิดเพื่อความบันเทิงในราชสำนัก โดยปกติแล้วสิงโตเหนือจะมีสีแดง ส้ม และเหลือง (บางครั้งมีขนสีเขียวสำหรับสิงโตตัวเมีย) ลำตัวมีขนยาวรุงรัง และมีหัวสีทอง การเชิดสิงโตแบบเหนือจะมีลักษณะเป็นกายกรรม และใช้แสดงเพื่อความสนุกสนานเป็นหลัก
การเชิดสิงโตแบบตอนใต้

จะออกมาในเชิงสัญลักษณ์มากกว่า โดยทั่วไปจะแสดงในพิธีกรรมเพื่อขับไล่วิญญาณร้าย และเรียกโชคลาภมาให้ สิงโตใต้จะมีสีที่หลากหลาย รวมทั้งส่วนหัวที่มีลักษณะเฉพาะและมีดวงตาใหญ่ มีกระจกบนหน้าผาก ที่กลางศีรษะมีเขาหนึ่งเขา ถิ่นกำเนิดของสิงโตใต้อยู่ที่มณฑลกวางตุ้ง เชื่อกันว่าสิงโตมีเขาของทางใต้คือปีศาจเหนียน
กลองสิงโตจะมีขนาดใหญ่มาก และนำมาใช้เฉพาะในการเชิดสิงโตเท่านั้น

 

 

กลองสิงโตจะมีสองแบบเช่นกัน คือ กลองสิงโตเหนือ ซึ่งมี สีแดง และ กลองสิงโตใต้ ซึ่งโดยทั่วไปมักเป็น สีดำ กลองที่ใช้จะมีแผ่นหน้ากลองแผ่นเดียว ขนาดที่ใหญ่ของกลองช่วยให้เกิดเสียงดังกังวาน กึกก้องน่าเกรงขามเมื่อลั่นกลอง

การเชิดสิงโตมงคลกลายเป็นสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้ในช่วงเฉลิมฉลองเทศกาลรื่นเริงต่างๆ ของจีน เพื่อปัดเป่าวิญญาณร้ายและพลังงานที่ไม่ดีออกไป พร้อมทั้งดึงดูดโชคลาภและความเจริญรุ่งเรืองเข้ามา มีตำนานมากมายเล่าถึงการเชิดสิงโตจีน และตลอดเวลาหลายร้อยปี ลักษณะของสิงโตที่ใช้เชิด รวมทั้งท่วงท่าในการกระโดดและโผนทะยานของสิงโตก็เปลี่ยนแปลงไปมาก

ทุกวันนี้การเชิดสิงโตยังคงเป็นที่ติดตรึงใจผู้คนมากมาย คณะสิงโตมักถูกเชิญหรือว่าจ้างให้ไปเฉลิมฉลองในโอกาสแห่งความสุขต่างๆ พร้อมกับลูกหลานชาวจีนที่มีอยู่ทั่วทุกมุม

“ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้” หลายคนคงคุ้นหูกับประโยคอวยพรนี้กัน โดยเฉพาะคนไทยเชื้อสายจีนที่ดูจะชื่นชอบเป็นพิเศษ  เนื่องจากเป็นวันขึ้นปีใหม่ของคนจีน หรือ “วันตรุษจีน” นั่นเอง

วันตรุษจีนปีนี้ตรงกับวันที่ 26 มกราคม 2552 และเมื่อใกล้วันปีใหม่จีน ผู้คนต่างก็มีการตระเตรียมงานปีใหม่ ภายในครอบครัว ทุกบ้านก็จะทำความสะอาดบ้านเรือนรับปีใหม่อย่างสะอาดสะอ้านสดใส ร้านค้าห้างสรรพสินค้าต่างก็เต็มไปด้วยผู้คนมาจับจ่ายใช้สอย ซื้อเสื้อผ้าใหม่ให้แก่เด็ก ๆ ซื้อของขวัญให้แก่ญาติสนิทมิตรสหาย ซื้อบัตรอวยพร และในตลาดก็คลา คล่ำไปด้วยผู้คน ที่เดินไปเดินมากันขวักไขว่ เพื่อเลือกซื้อปลาบ้าง ซื้อเนื้อสัตว์บ้าง ซื้อเป็ดไก่บ้าง ฯลฯ

เพื่อให้คนไทยเชื้อสายจีนทั้งหลายได้ไหว้เจ้ากันอย่างสบายใจและสบายกระเป๋า วีระพล จิรประดิษฐกุล ผู้อำนวยการ สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน  (สนพ.) กระทรวงพลังงาน มีเคล็ดลับการไหว้เจ้าแบบพอเพียง-ประหยัดพลังงาน แถมยังเป็นสิริมงคลกับชีวิตมาฝากกันแนะนำว่าการไหว้เจ้าไม่จำเป็นต้องซื้อสิ่งของมากมาย แต่ให้ไหว้แบบเหมาะสม มีมากไหว้มาก มีน้อยไหว้น้อย หรือหากบ้านไหนจะไหว้เพียงส้มหรือน้ำตาล-ขนมหวานอย่างเดียวก็ได้เพราะมันหมายถึงความโชคดีและชีวิตที่จะมีแต่ความหวาน ซึ่งนอกจากจะมีการไหว้เจ้าแล้ว สิ่งที่ต้องทำต่อไปคือวิธีการจัดบ้านแบบประหยัดพลังงานและเที่ยวอย่างไรให้สนุก-ประหยัด รับวันตรุษจีน
การทำความสะอาดบ้านก่อนเทศกาลตรุษจีนนั้น 

พร้อมกันนี้ก็ถือโอกาสดูประเภทของหลอดที่ใช้เพื่อปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้ประหยัดมากขึ้น

เช่น หลอดคอมแพ็กฟลูออเรสเซนต์ ใช้ไฟน้อยกว่าหลอดไส้ที่มีความสว่างเท่ากัน 4 เท่า และอายุการใช้งานของหลอดก็นานกว่าประมาณ 8 เท่า หลอดผอมชนิดซูเปอร์จะให้ความสว่างดีกว่าหลอดผอมชนิดทั่วไป

การล้างตู้เย็นก็เป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งต้องสำรวจว่าในตู้เย็นมีของเก่าเก็บอะไรบ้าง เช่น เครื่องกระป๋องหมดอายุ ซึ่งหากรับประทานก็จะเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ก็เก็บทิ้ง จากนั้นนำของใหม่ที่จะแช่จัดเก็บให้เป็นระเบียบ และควรแช่ของในปริมาณที่พอเหมาะซึ่งจะช่วยให้ตู้เย็นทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมาก

ในช่วงเทศกาลตรุษจีน

อาจเป็นเวลาที่จะเริ่มต้นปรับปรุงบ้านเพื่อประหยัดพลังงาน ถ้ามีกำลังทรัพย์เพียงพอ ลองเริ่มจากสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น ประตูห้องน้ำที่อยู่ติดห้องนอน บ้านไหนเป็นชนิดบานเกล็ดระบาย ทำให้เครื่องปรับอากาศทำงานหนัก เพื่อรีดความชื้นจากห้องน้ำ การแก้ไขอย่างง่ายคือ การใช้แผ่นอะคริลิก ปิดทับช่องเกล็ดระบาย ไม่ให้อากาศรั่วซึมได้ หรือเปลี่ยนเป็นประตูแบบบานทึบ

อีกอย่างที่ควรลองสำรวจ เครื่องปรับอากาศนอกจากทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศตรงบริเวณช่องลม กลับเป็นประจำแล้ว ต้องดูแลไม่ให้มีสิ่งของบังช่องลมกลับตอนเปิดใช้เครื่องปรับอากาศด้วย หากทำเช่นนี้ได้ เครื่องปรับอากาศจะทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและประหยัดพลังงาน

ส่วนการเดินทาง ในวันจ่ายของเซ่นไหว้ และวันเที่ยว ควรวางแผนก่อนเดินทาง และหากต้องเดินทางไกลควรตรวจเช็กสภาพรถยนต์ก่อนเดินทางเพื่อความปลอดภัยและช่วยประหยัดพลังงาน อาทิ ตรวจเช็กลมยางเพราะหากลมยางต่ำกว่ามาตรฐานจะทำให้การขับขี่สิ้นเปลืองน้ำมันประมาณ 2%

นอกจากนี้ขณะขับรถควรใช้ความเร็วที่สม่ำเสมอ หรือตามที่กฎหมายกำหนด จะช่วยประหยัดน้ำมันได้เป็นอย่างดี รวมทั้งยังช่วยเพิ่มความปลอดภัยและป้องกันอุบัติเหตุ ที่อาจจะเกิดขึ้นในระหว่างการเดินทาง

สิ่งสำคัญที่ไม่ควรลืมก่อนออกเดินทางนั่นคือ การถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าออกทุกครั้งเพื่อความปลอดภัย และป้องกันอันตรายที่อาจเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรได้

ยุคนี้ ยามนี้ ข้าวของเครื่องใช้มีราคาแพง ถึงเวลาแล้วที่ทุกคนต้องช่วยกันประหยัด ขณะที่การฉลองตรุษจีนนั้นก็ยังคงจัดได้อย่างสนุกหากทุกคนปฏิบัติตามคำแนะนำ ได้ทั้งความเป็นสิริมงคลให้กับบ้านและตัวคุณ แถมยังช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าได้อีกมากเลยทีเดียว.

คนส่วนมากรู้จัก “ตรุษจีน” ว่าเป็นวันรับ “อั่งเปา” จริงๆ แล้วตรุษจีน หรือวันขึ้นปีใหม่จีน คนจีนก็มีกิจกรรมคล้ายๆ กับคนไทยกระทำในวันปีใหม่ คือเป็นวันพบปะญาติมิตร ไหว้พระ อวยพรผู้ใหญ่ ส่วนอั่งเปานั้นเป็นเพียงน้ำจิ้มเล็กๆ ที่สร้างความสุขความตื่นเต้นให้กับเด็กน้อย

ผู้เฒ่าแซ่เอี้ย วัย 71 ปี เล่าให้ฟังอย่างอารมณ์ดีว่า ตรุษจีนคือ “วันชิวอิก” วันแรกของปี จะเริ่มต้นเมื่อหลังเที่ยงคืนของ “วันซาจั๊บ” ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของปี เรียกอีกอย่างว่า “วันถือ” เพราะถือเป็นวันเริ่มต้นปีใหม่ ทุกคนจะพูดแต่สิ่งดีๆ สิ่งที่เป็นมงคล

ทั้งนี้ กิจที่คนจีนจะต้องกระทำในเทศกาลตรุษจีนจะเริ่มตั้งแต่ “วันจ่าย” ซึ่งเป็นวันจ่ายตลาดเตรียมข้าวของสำหรับไหว้ในวันรุ่งขึ้น รวมทั้งเป็นวันจ่ายโบนัสให้ลูกจ้าง

1.*ไหว้เจ้า ไหว้บรรพบุรุษ และไหว้ผีไม่มีญาติ*

วันซาจั๊บ ช่วงเช้าหลังจากไหว้เจ้าในบ้าน คือ “ตีจูเอี๊ย” ไหว้บรรพบุรุษแล้ว ในตอนเที่ยงจึงไหว้ผีไม่มีญาติ ซึ่งของไหว้จะมีทั้งของคาว-หวาน รวมทั้งเป็ด-ไก่ มากหรือน้อยแล้วแต่ฐานะของผู้ไหว้ และมีเครื่องกระป๋อง ข้าวสาร เกลือ เพื่อให้ผีไม่มีญาติพกไปด้วย

นอกจากนี้ยังต้องจุดขี้ไต้ 2 ชิ้นไว้ด้วย เมื่อไหว้เสร็จจะจุดประทัด จากนั้นจะโปรยข้าวสารผสมเกลือ ขับไล่สิ่งที่ไม่ดีให้หมดไป

2.*รวมญาติกินเกี๊ยว*

ความสำคัญอีกประการของตรุษจีน คือเป็นวัน *รวมญาติ* โดยทุกคนจะเดินทางมาร่วมโต๊ะกินเกี๊ยวในวันซาจั๊บมื้อสุดท้ายก่อนขึ้นปีใหม่

และที่ต้องเป็น “เกี๊ยว” ก็เพราะลักษณะของเกี๊ยวที่เหมือนกับ “เงิน” ของจีน ให้ความหมายว่า ให้มั่งมีเงินทอง

3.*กินเจมื้อเช้า* คือมื้อแรกของปี

ส่วนในวันชิวอิก คนจีนจะกินเจมื้อแรกของปี เชื่อกันว่าจะได้บุญเหมือนกับกินเจตลอดทั้งปี

4.*ทำพิธีรับ “ไช่ซิงเอี้ย”*

“ไช่ซิงเอี้ย” เป็นเทพพิทักษ์ทรัพย์ หรือเทพเจ้าแห่งโชคลาภ ส่วนใหญ่จะทำพิธีระหว่างหลังเที่ยงคืนของวันซาจั๊บจนถึงก่อนตี 1

5.*ห้ามกวาดบ้าน*

ก่อนตรุษจีน จะมีการทำความสะอาดบ้าน ปัดกวาดหยากไย่ครั้งใหญ่ เมื่อถึงวันปีใหม่จะไม่กวาดบ้านจนถึงวันชิวสี่ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นวันแรกของการเริ่มต้นทำงาน เพราะถือว่าจะกวาดเอาสิ่งที่เป็นมงคลทิ้งไป

แต่ถ้าบ้านใครสกปรกจนทนไม่ไหว ก็จะกวาดเข้าคือ กวาดจากหน้าบ้านเข้าไปในบ้าน

6. *ติด “ตุ๊ยเลี้ยง” หรือคำอวยพรปีใหม่*

เมื่อก่อนคนจีนที่พอมีความรู้จะเขียน “ตุ๊ยเลี้ยง” เอง โดยใช้หมึกดำหรือสีทองเขียนคำอวยพรลงบนกระดาษสีแดง ถ้าไม่มีความรู้ก็จะไปจ้างมืออาชีพเขียนให้ ซึ่งแหล่งใหญ่ก็คือที่เยาวราช

คำอวยพรที่เขียนจะประกอบด้วยตัวอักษร 7 ตัว เขียนเป็นคำกลอน โดยมากจะอวยพรให้ทำมาค้าขึ้น ให้มั่งมีเงินทอง ติดตามสองข้างประตูบ้าน และมีอีกแผ่นสำหรับติดทางขวางตรงกลางทางเข้า-ออก เขียนคำว่า “ชุก ยิบ เผ่ง อัง” แปลว่า เข้า-ออกโดยปลอดภัย

รวมทั้งติดภาพเด็กผู้หญิง-เด็กผู้ชาย ที่เรียกว่า “หนี่อ่วย” ซึ่งเป็นภาพมงคลของจีน ถือเป็นงานศิลปะที่สำคัญอีกอย่างนอกเหนือจากการตัดกระดาษ มักติดที่ประตูหน้าบ้าน

7.*ใส่เสื้อผ้าใหม่สีสันสดใส*

8.*ส้ม 4 ผล อวยพรผู้ใหญ่*

วันชิวอิกทุกคนจะนำส้ม 4 ผล ไปกราบผู้ใหญ่ขอพร เจ้าบ้านเองนอกจากจะเตรียมเมล็ดแตงโมย้อมสีแดงไว้ 1 พาน และลูกสมอจีนไว้รับแขกแล้ว เมื่อมีผู้มาอวยพร จะรับส้มขึ้นมา 2 ผล และนำส้มในบ้านที่เตรียมไว้วางคืนลง 2 ผล

9.*รับอั่งเปา*

10.*ไหว้เจ้าเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต*

สิ่งที่ต้องเตรียม.>> เนื้อหมูบด 100 กรัม , เนื้อย่างหั่นเป็นชิ้นเล็ก
,กุ้งแชบ๊วย 8 ตัว , พริกไทยป่น ช้อนชา,น้ำมันงา 1 ช้อนชา,
เกลือป่น 1/2 ช้อนชา,เห็ดหอมแช่น้ำหั่นละเอียด 2 ดอก
เห็ดแชมปิญอง 3 ดอก , เมล็ดถั่วลันเตา 1 กระป๋องและผงปรุงรสไก่
วิธีทำ.> เคล้าผสมเนื้อหมูบด เนื้อย่าง พริกไทยป่น เกลือป่น ผงปรุงรสไก่ น้ำมันงา
กับเห็ดหอมในชามใบใหญ่หมักไว้ นำกุ้งแชบ๊วยล้างให้สะอาด ผ่ากลางลำตัว+ดึงเส้นดำออก บรรจุส่วนผสมที่หมักแล้วนี้ใส่เต็มหลังกุ้ง แต่งให้สวยด้วยเห็ดหอมหั่นเป็นเส้น เมล็ดถั่วลันเตาและ
เห็ดแชมปิญอง นึ่งไฟแรง ๆ จนสุก จัดเสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มตามที่ชอบ
——-***********———-
บะหมี่NEO รีแล็กซ์.

เครื่องปรุง.>เส้นบะหมี่โฮลวีท 2 ก้อน,เนื้อไก่ 40 กรัม,ถั่วงอก 1 หยิบมือ,
เห็ดหอม 3 ดอก,แครอทหั่นเป็นเส้น 2 ช้อนโต๊ะ,กวางตุ้งยอดอ่อน 3ต้น
ข้าวโพดอ่อน 1-2 ฝัก, ซอสคิคูแมน ,เกลือ, ซีอิ๊วขาว, น้ำมัน, น้ำตาล

วิธีทำ.> ลวกเส้นบะหมี่โฮลวีทพักไว้ ตั้งกระทะใส่น้ำมัน ผัดเนื้อไก่ แครอท,ถั่วงอก,เห็ดหอมกวางตุ้ง,ข้าวโพดอ่อน เติมเกลือเล็กน้อย ตามด้วยใส่เส้นลงไป เติมซีอิ๊วขาว น้ำตาลนิดเดียว ราดซอสคิคูแมนแต่งกลิ่น จัดเสริฟ์ขณะร้อนๆชวนน่าหม่ำ
เครื่องดื่มวันนี้ ชาเขียวใบหม่อนจากเชียงรายคั้นกรองสดๆเลยขอรับ.! ^_^+^o^