วิธีทำดอทคอม (Witeetum.com)

สาระพัดวิธีที่คุณอาจไม่เคยรู้ และยังรอการพิสูจน์ (ซตพ.)


แว่นตาในทุกวันนี้ เป็นเครื่องเสริมความ ดูดี ความโฉบเฉี่ยว ทันสมัย ความสุขุม และอีกหลายๆ อารมณ์ให้แก่ผู้สวม ไม่ใช่เครื่อง บั่นทอนความมั่นใจอย่างที่หลายๆ คนเคย รู้สึกค่ะ

มีคนเข้าใจผิดว่า การสวมแว่นเป็นปมด้อย สะท้อนความไม่ปกติของการมองเห็น หรือทำให้ดูแก่ ดูคงแก่เรียน ไม่จริงเลยค่ะ ดิฉันเคยแนะนำหลายคนที่ต้องการปรับเปลี่ยนบุคลิกภาพใหม่ ให้หาแว่นมาสวม ไม่ใช่แว่นสายตา เป็นแว่นเลนส์กระจกธรรมดาๆ เพื่อเสริมบุคลิกภาพให้เขาเท่านั้นเอง

และแม้ถึงจะประสบกับปัญหาทางสายตา ก็ใช่ว่าจะต้องเลี่ยงการสวมแว่นไปใส่คอนแทคเลนส์กันหมดนะคะ เพราะรูปหน้าและรูปตาของบางคน ไม่เหมาะแก่การเปิดเปลือยท้าทายสายตาของคนอื่นอย่างเต็มที่ การเลือกแว่นที่มีกรอบ ทรง และสีเข้ากับใบหน้า สามารถช่วยลมเหลี่ยมมุมที่ไม่สมบูรณ์ และเสริมมิติการมองเห็นของคนอื่น ทำให้คุณดูดีขึ้นมาได้

ศิลปะการเลือกแว่นให้เข้ากับรูปหน้า จึงเป็นเรื่องที่น่ารู้ไว้นะคะ

lวิธีเลือกแว่นให้เหมาะกับรูปหน้าของคุณ

มีเคล็ดลับ 3 อย่างในการเลือกแว่นดังนี้ นะคะ

1.กรอบแว่นควรจะผิดแผกไปจากรูปหน้าของคุณ คือไม่ใช่หน้ากลมแล้วใสแว่นตากลม อย่างนี้ไม่เหมาะค่ะ

2.ขนาดของกรอบแว่นควรพอเหมาะกับขนาดของหน้า

3.แว่นตาควรจะเข้ากับบุคลิกภาพของ คุณค่ะ

ใบหน้ารูปสี่เหลี่ยม (Square Face)

ควรเลือกกรอบที่ทำให้ใบหน้าดูยาวขึ้น

1.กรอบที่แคบและมีความโค้งมนเล็กน้อยจะทำให้ใบหน้าดูเหลี่ยมน้อยลง และเพิ่มความยาวให้ใบหน้า

2.กรอบควรมีความยาวในแนวนอนมากกว่าแนวตั้ง

3.ลองเลือกกรอบรูปไข่ที่มีก้านแว่นอยู่ตำแหน่งตรงกลาง ไม่สูงหรือต่ำ

รูปหน้ากลม (Round Face)

1.กรอบที่แคบและเป็นมุมเฉียงเล็กน้อยจะทำให้ใบหน้าดูยาวขึ้น

2.หลีกเลี่ยงกรอบแบบกลม จะทำให้หน้าดูใหญ่เกินความจริง

3.กรอบควรมีความกว้างมากกว่าความลึก

ใบหน้ารูปสามเหลี่ยมหรือรูปหัวใจ (Triangle or Heart Shaped Face)

เลือกกรอบที่ช่วยเพิ่มความกว้างตั้งแต่บริเวณใต้ระดับตาลงไปจนถึงคางที่แคบ

1.เลือกแบบที่สีอ่อนมากๆ และไม่มีกรอบ

2.ลองดูกรอบที่ด้านล่างกว้างกว่าด้านบน

3.กรอบแบบที่นักบินใช้ แบบผีเสื้อ หรือแบบคล้ายๆสามเหลี่ยม (ด้านบนโค้ง แต่ด้านล้างตรง) ก็ใช้ได้เช่นกัน

ใบหน้ายาว (The Long or Rectangular Face)

กรอบควรทำให้หน้าดูสั้นลงและกว้างออก

1.กรอบควรจะมีความลึกจากด้านบนลงด้านล่าง

2.เพื่อให้หน้าดูนุ่มลง ควรเลือกกรอบแบบกลม ลึก หรือกรอบที่เป็นสามเหลี่ยม (ด้านบนเป็นเส้นตรง ด้านบนโค้ง) หรือกรอบที่เน้นเส้นในแนวนอน

3.สะพานแว่นที่อยู่ในตำแหน่งต่ำจะทำให้จมูกดูสั้นลง

ใบหน้ารูปไข่ (The Oval Shape Face)

เลือกกรอบที่ทำให้หน้ารูปไข่คงความสมดุล

1.เลือกกรอบที่กว้าง หรือกว้างกว่าส่วนที่กว้างที่สุดของใบหน้า

2.เลือกกรอบสมส่วนเพื่อให้รับกับใบหน้า

3.เลือกกรอบที่เป็นแนวเดียวกับคิ้ว อย่าเลือกแว่นที่ทำให้เกิดแนวเส้นใหม่ขึ้นบน ใบหน้า

ใบหน้ารูปเพชร (Diamond)

ใบหน้าแบบนี้เป็นแบบที่พบน้อยที่สุดค่ะ

เพื่อที่จะทำให้ดวงตาดูเด่นและเบี่ยงเบนความสนใจไปจากโหนกแก้ม ลองเลือกกรอบที่มีรายละเอียดหรือเน้นที่คิ้ว หรือเลือกแว่นแบบไม่มีกรอบ, กรอบรูปไข่ หรือกรอบรูปตาแมว

เพื่อเพิ่มความกว้างและเน้นส่วนด้านบนของหน้าที่แคบ ลองเลือกกรอบที่เน้นสีสันมากๆ หรือมีลูกเล่นที่กรอบด้านบนด้านเดียว หรือกรอบรูปตาแมว

lนอกจากนี้ยังต้องคำนึงถึงลักษณะจมูกด้วย

จมูกใหญ่ ควรใช้กรอบที่มีขนาดใหญ่เพื่อให้สมดุลกับจมูก ถ้ากรอบเล็กจะทำให้จมูกของคุณดูเด่นออกมา

จมูกยาว เลือกกรอบที่ก้านแว่นสูงเพื่อดึงความสนใจไปอยู่ที่บริเวณขมับแทน สะพานแว่น 2 ชั้น จะทำให้จมูกดูสั้นลง

จมูกเล็ก สะพานแว่นสูงและสีอ่อน จะทำให้จมูกที่สั้น หรือเล็กดูยาวขึ้น

lสวมแว่นกันแดดเพื่อสุขภาพตาที่ดีกันเถอะค่ะ

อย่าเข้าใจผิดว่าแว่นกันแดดที่มีสีเข้มจะมีประสิทธิภาพในการกันแดดได้ดีกว่าแว่นสีอ่อน ถ้าแว่นนั้นไม่สามารถปกป้องรังสียูวีได้ เพราะเมื่อคุณสวมแว่นกันแดดที่สีเข้ม รูม่านตาของคุณจะเปิดกว้างขึ้นเพื่อให้แสงเข้าได้มากขึ้น แล้วถ้าแว่นไม่สามารถป้องกันรังสียูวี ดวงตาของคุณก็จะได้รับอันตรายจากแสงแดดไปเต็มๆ แทนที่การสวมแว่นกันแดดจะเป็นการปกป้อง แต่กลับเป็นการทำร้ายดวงตา ของคุณ หากคุณเลือกแว่นตาที่ไม่ดีพอ

เพื่อแน่ใจได้อย่างไร ว่าดวงตาของคุณได้รับการปกป้องอย่างแท้จริง โปรดคำนึงถึง รายละเอียดดังต่อไปนี้

1.เลือกแว่นกันแดดที่สามารถป้องกันรังสี ยูวีได้ อย่าตัดสินจากสีหรือราคา ความสามารถในการป้องกันรังสียูวีไม่ได้ขึ้นกับความเข้มของเลนส์หรือราคานะคะ

2.แว่นกันแดดที่ยอดเยี่ยมจะต้องปิดด้านข้างของใบหน้าคุณด้วย เพื่อให้แน่ใจว่าแสงจะลอดผ่านเข้ามาได้น้อยที่สุด

3.นอกจากการสวมแว่นกันแดดแล้ว คุณอาจจะสวมหมวกปีกกว้างเพื่อป้องกันแสงแดดด้วย แม้ในวันที่มีเมฆหมอก แสงก็ยังสามารถลอดผ่านเมฆมายังตัวคุณได้นะคะ

4.ถึงแม้คุณจะสวมคอนแทคเลนส์ที่สามารถป้องกันรังสียูวีได้ก็ตาม คุณก็ยังน่าจะสวมแว่นกันแดดอยู่ดี

5.ตลอดชีวิตคุณสามารถได้รับอันตรายโดยการสัมผัสกับแสงแดด และเพื่อเป็นการปกป้องดวงตาของคุณ คุณไม่ควรออกจากบ้านโดยไม่ติดเอาแว่น หรือหมวกออกไปด้วย ในวันที่แสงแดดจ้า แสงสะท้อนจากหิมะ หรือทรายสีขาวก็สามารถทำร้ายกระจกตาได้เช่นกัน

หากใครกำลังมองหางาน เพราะเพิ่งเรียนจบ หรือต้องการงานพิเศษ หรืออยาก เปลี่ยนงาน หรือถูกเลย์ ออฟ สิ่งสำคัญอย่างนึงของการสมัครงานเห็น จะหนีไม่พ้นการสอบสัมภาษณ์ นั่นเอง

เพราะบางกิจการอาจไม่ต้องสอบข้อเขียน แต่ต้องฝ่าด่านสอบสัมภาษณ์ก็มี ส่วนกิจการไหนต้องการให้สอบทั้งข้อเขียนและสอบสัมภาษณ์ก็ว่ากันไป ดังนั้น ถ้าอยากได้งานทำก็ควรพิชิตการสอบสัมภาษณ์ให้ได้สิจ๊ะ แม้เดี๋ยวนี้งานหายาก แต่ก็ควรจะเดินหน้าหาต่อไป อย่าได้ถอยเชียวนะ

ว่าแล้วมาเตรียมพร้อมสำหรับการสอบสัมภาษณ์ กันเถอะ ด้วยการ…….

1. ค้นหาให้ได้ แต่ถ้าไม่รู้ก็ไม่เป็นไร เดี๋ยวจะซีเรียสเกินไป ว่าใครจะเป็นผู้สอบสัมภาษณ์ คุณมั่ง เพราะบางครั้ง ผู้จัดการฝ่ายบุคคลอาจไม่ใช่ คนที่จะสอบถามคุณก็ได้ อาจเป็นหัวหน้างานที่รับ ผิดชอบแผนกที่ต้องการพนักงานไปเลย หรือดีไม่ดี คุณอาจถูกรุมถามจากกลุ่มผู้บริหาร 2-3 คน เลยด้วยซ้ำ ฉะนั้น จงเตรียมตัวให้พร้อมไว้นะตัว

2. เสริมความรู้รอบตัวไว้เยอะๆ โดยเฉพาะ กับงานที่คุณไปสมัคร ควรหาข้อมูลมาเก็บไว้ในคลังสมองของคุณให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ คิดซะว่า คนเราไม่ได้เกิดมาฉลาดตั้งแต่เกิด ดังนั้น จงเรียนรู้สิ่งรอบตัวไว้ก่อน ติดตามข่าวสารบ้าง อย่าคิดว่าเขียนใบสมัครทิ้งไว้เสร็จแล้วก็แล้วกันไม่ได้นะ

3. แสดงความมั่น ใจในตัวเอง ให้ผู้สอบสัมภาษณ์เห็นว่าคุณมีความมุ่งมั่นและ กระตือรือร้นกับงานที่สมัครคราวนี้อย่างเต็มที่

4. เก็งข้อสอบไว้มั่ง ก็ดี เช่น ทำไมคุณถึงคิดว่าตัวเองเหมาะกับตำแหน่งนี้ อะไรเงียะ

5. ตั้งสติก่อนตอบคำถาม ด้วยนะ ไม่ใช่ ตอนไปสอบโอ้โห…ใจลอยไปไหนก็ไม่รู้ หรือบางคนดันเจอปัญหาส่วนตัวแบบเพิ่งเลิกกับแฟนมา ก็อาจทำให้ไม่ค่อยเอนจอยกับการสัมภาษณ์คราวนี้ ดังนั้น ช่วงนี้อย่าเพิ่งมีอะไรมากระทบใจเป็นดีที่ซู้ด แต่ก็อย่างว่า อะไรจะเกิด บางอย่างก็ห้ามไม่ได้ งั้นควรปล่อยวางอารมณ์บ่จอยไว้ข้างหลัง ก่อนไปสอบสัมภาษณ์ละกันน้อ.

 

ทราบหรือไม่ว่า น้ำส้มสายชู สามารถทำให้ผมสวยได้ วันนี้มีเรื่องนี้มาฝาก…


การใช้น้ำส้มสายชู นอกจากจะช่วยให้มีเส้นผมเป็นเงางามแล้ว ยังช่วยคืนสภาพเส้นผมที่แห้ง และแตกปลายให้กลับมีสุขภาพดีขึ้นด้วย


1. เติมน้ำส้มสายชู 4 ช้อนชา ลงในแชมพู 2 ช้อนโต๊ะ ชโลมให้ทั่วศรีษะขณะสระผม


2. ใช้น้ำส้มสายชูชนิดใสสำหรับสีผมอ่อน และน้ำส้มสายชูบัลซามิค สำหรับผมที่มีสีเข้ม


3. น้ำส้มสายชูที่ทำจากแอปเปิ้ล จะช่วยในการขจัดแชมพูส่วนเกินที่ตกค้างอยู่บนหนังศรีษะ และ ปรับสภาพเส้นผมได้เป็นอย่างดีเมื่อใช้ในการล้างผมขั้นสุดท้ายอาจผสมน้ำอุ่น ในปริมาณที่เท่ากันก่อนใช้ก็ได้


4. ใช้น้ำส้มสายชูชนิดใสครึ่งถ้วยผสมน้ำมะนาวครึ่งถ้วย หมักผม 10 นาที ก่อนสระผมจะช่วยให้สีผมที่คุณย้อมไว้เข้มขึ้น


5. ผสมน้ำส้มสายชู ชนิดที่ทำจากไวน์กับซอสถั่วเหลือง ใช้หมักผมและทิ้งไว้ 15 นาที ก่อนล้างออกจะช่วยขับสีผมที่เข้มหรือดำให้ดำขึ้นทีละน้อย ทั้งนี้นอกจากซอสถั่วเหลืองจะมีโปรตีนที่ช่วยบำรุงเส้นผมให้แข็งแรงขึ้นแล้ว ยังมีเม็ดสีซึ่งจะช่วยให้ผมดำเข้มขึ้นอีกด้วย

ใครที่อยากมีผมสวยแต่ไม่อยากลงทุนเยอะ ลองนำน้ำส้มสายชูมาดูแลรักษาผมให้สวยกันดูได้.

ในการปั่นน้ำผลไม้ให้มีรสชาติเข้มข้นและอร่อยนั้น เราจะต้องผสมสิ่งที่เราจะใช้ลงไปให้ได้ในอัตราส่วนที่เหมาะสม ไม่จืด หรือรสจัดจ้านกินแล้วบาดคอจนเกินไป ซึ่งทุกอย่างมีเทคนิคง่ายๆ เราต้องทำให้ไม่ยุ่งยาก ทำให้สะดวก รวดเร็ว และประหยัดต้นทุนมากที่สุด
อุปกรณ์

อุปกรณ์ที่จำเป็นต้องมีในร้าน ได้แก่ กระบอกเชค โถปั่นไฟฟ้าที่มีวัตต์สูง เครื่องแยกกาก โหลบรรจุน้ำหวาน ถาดใส่ผลไม้สด ตู้แช่ผลไม้ ถ้วยใส่น้ำปั่นซึ่งนิยมบรรจุในถ้วยพลาสติคมีฝาโดมปิดที่สามารถเสียบหลอดได้ในขนาด 16 ออนซ์ หรือ 12 ออนซ์ หรือแก้วใช้บรรจุหากรับประทานในร้าน ไม้คน และถังน้ำแข็งพลาสติคที่เก็บความเย็นได้ น้ำแข็งที่ใช้ต้องเป็นน้ำแข็งยูนิตก้อนเล็กหรือน้ำแข็งบด แต่น้ำแข็งบดจะมีไส้ซึ่งไม่ค่อยสะอาดนัก อาจจะให้ร้านน้ำแข็งนำน้ำแข็งยูนิตไปบดให้ก็ได้

หลักการปั่นน้ำผลไม้

สิ่งที่เราต้องใช้ประกอบในการปั่นที่สำคัญคือ น้ำแข็ง น้ำเชื่อม น้ำสะอาด ผลไม้ เกลือป่น และกลิ่นน้ำผลไม้รสชาติต่างๆ การเสริมให้น้ำปั่นเราอร่อยขึ้น อาจจะใส่น้ำโยเกิร์ตที่มีรสชาติเปรี้ยวแบบเข้มข้น หรือน้ำผลไม้บางชนิดก็อาจจะใส่นมสดลงไปนิดหน่อยยังได้ น้ำผลไม้ปั่นที่มีโยเกิร์ตผสมเราจะเรียกกันว่า สมูธตี้ (Smoothies)

การปั่นน้ำผลไม้ยังต้องดูขนาดของแก้วที่จะใช้บรรจุด้วย โดยทั่วไปแก้วที่ใช้จะมีขนาด 12 ออนซ์ ซึ่งอาจจะขายในราคา 10-20 บาท และแก้วขนาด 16 ออนซ์ ขายในราคา 15-30 บาท ซึ่งขอยกตัวอย่างการปั่นน้ำผลไม้ไว้เป็นหลักเพื่อให้สามารถกลับไปผลิตได้อย่างไม่ยุ่งยาก

หมายเหตุ โยเกิร์ตที่มีความอร่อย ส่วนมากจะใช้เป็นโยเกิร์ตที่มีขายตามซุปเปอร์มาร์เก็ตทั่วไปนั่นแหละครับ ส่วนโยเกิร์ตที่เป็นชนิดกลิ่นหัวเชื้อน้ำหวานนั้นเหมาะสำหรับที่จะนำไปผสมกับชานมไข่มุกเท่านั้น

การทำน้ำเชื่อม
น้ำเชื่อมชนิดเข้มข้น

ส่วนผสม
น้ำตาลทราย 4 กิโลกรัม
น้ำสะอาด 2 ลิตร

น้ำเชื่อมชนิดใส
ส่วนผสม
น้ำตาลทราย 1 กิโลกรัม
น้ำสะอาด 1 กิโลกรัม
หากต้องการให้ผลิตภัณฑ์เป็น frozen (เย็นจัด) แนะนำให้ใช้เป็นน้ำเชื่อมชนิดเข้มข้น

วิธีทำ
1. ตั้งน้ำสะอาดให้เดือด
2. เทน้ำตาลทรายลงไป พอเดือดสักครู่น้ำเชื่อมจะใส
3. การผสมหรือการปั่นต้องรอให้น้ำเชื่อมเย็นสนิท

การทำน้ำมะนาวหวาน
ส่วนผสม
มะนาวยังไม่คั้น 1 กิโลกรัม
น้ำตาลทราย 1 กิโลกรัม
น้ำเปล่า 500 ซีซี

วิธีทำ
1. คั้นน้ำมะนาวทั้งหมดเก็บไว้ในเหยือก
2. นำหม้อตั้งไฟ เทน้ำเปล่าก่อน แล้วค่อยเทน้ำตาลลงไป
3. ต้มจนเดือดจนกลายเป็นน้ำเชื่อม พักให้เย็น

วิธีผสมน้ำมะนาวหวาน
1. นำขวดสะอาด 1 ใบ
2. เทน้ำมะนาวลงไปในขวด 40%
3. เทน้ำเชื่อมลงไปในขวด 55%
4. เขย่าให้เข้ากัน
5. จะได้น้ำมะนาวหวาน 1 ขวด
6. ทำขวดต่อไปจนกว่าส่วนผสมจะหมด

ในสูตรนี้สามารถนำมาผสมเป็นเครื่องดื่ม น้ำมะนาวโซดา โดยนำมาผสมกับน้ำแข็งและโซดาเท่านั้น สูตรนี้เป็นของโรงแรมขนาดใหญ่ที่ทำจำหน่ายในค็อฟฟี่ช็อป (coffee shop) ซึ่งน้ำมะนาวหวานจะมีราคาค่อนข้างสูง

น้ำมะนาวหวานสามารถผสมน้ำหวานค็อกเทลได้ทุกรส ยกเว้นรสบลูฮาวาย มะพร้าว กล้วย และเปปเปอร์มินต์ ทั้งสี่รสนี้ควรผสมกับนมกล่องสีขาวหรือผสมชานมไข่มุก

หมายเหตุ น้ำเชื่อมที่ใช้เป็นสูตรเดียวกับน้ำเชื่อมเข้มข้น

ตัวอย่างการผสมน้ำมะนาวหวาน หากเราต้องการน้ำมะนาวหวาน 1 ลิตร ก็ให้หาขวดสะอาดที่บรรจุได้ 1 ลิตร เทน้ำมะนาวลงไป 400 ซีซี ตามด้วยน้ำเชื่อม 550 ซีซี แล้วเขย่าให้เข้ากัน หากเราต้องการน้ำมะนาวหวานเพียง 1/2 ลิตร ก็ให้หาขวดสะอาดที่บรรจุได้ 1/2 ลิตร เทน้ำมะนาวลงไป 200 ซีซี ตามด้วยน้ำเชื่อม 275 ซีซี แล้วเขย่าให้เข้ากัน เพียงแค่นี้เราก็จะได้น้ำมะนาวหวานขนาด 1/2 ลิตรทันทีครับ

อนึ่ง ถ้าต้องการให้น้ำมะนาวในขวดดูใสขึ้น ให้เหยาะไข่ขาวลงไป 2-3 หยด การเก็บรักษา น้ำมะนาวหวานให้เก็บรักษาในตู้เย็นจะสามารถอยู่ได้หลายสัปดาห์ แต่ถ้าไม่เก็บในตู้เย็นจะใช้ได้ 3-5 วันเท่านั้น (และที่สำคัญขึ้นอยู่กับความสะอาดของผู้ผลิตด้วยนะครับ) และมะนาวที่จะนำมาใช้ควรเป็นมะนาวสดจะดีกว่ามะนาวเทียม เพราะจะมีความหอมอร่อยกว่า

การปั่นน้ำผลไม้กรณีใช้น้ำเชื่อมชนิดเข้มข้น
ขนาดแก้ว 12 ออนซ์
น้ำโยเกิร์ต-สตรอเบอร์รี่ปั่น

สูตร
น้ำเชื่อมเข้มข้น 1/2 ออนซ์
น้ำโยเกิร์ต 1/2 ออนซ์
(ถ้าใช้โยเกิร์ตชนิดน้ำจะมีรสชาติคล้ายยาคูลท์ น้ำโยเกิร์ตเป็นคนละชนิดกับโยเกิร์ตที่ขายอยู่ตามห้างสรรพสินค้านะครับ)
น้ำเชื่อมสตรอเบอร์รี่ 1/2 ออนซ์
น้ำมะนาวหวาน 1/2 ออนซ์
(ใส่หรือไม่ก็ได้ เนื่องจากบางท่านอาจจะไม่ชอบให้มีกลิ่นมะนาวผสม หากไม่ใส่ให้เพิ่มน้ำเชื่อมสตรอเบอร์รี่ลงไป 1/2 ออนซ์)
น้ำสะอาด 1-3 ออนซ์
ผลสตรอเบอร์รี่ 2 ลูก (ใส่หรือไม่ก็ได้)
น้ำแข็งยูนิตก้อนเล็ก (ขนาดแก้ว 12 ออนซ์) 1 แก้ว
เกลือป่น
นมสด

วิธีการปั่น
1. ตวงน้ำแข็งให้เต็มแก้ว 12 ออนซ์ เพิ่มอีกนิดหน่อย เพราะเมื่อปั่นแล้วน้ำแข็งจะ soft ตัวลง ใส่ลงในโถปั่น
2. ใส่น้ำเชื่อมเข้มข้น น้ำโยเกิร์ต น้ำเชื่อมสตรอเบอร์รี่ น้ำมะนาวหวาน น้ำสะอาด และผลสตรอเบอร์รี่ล้างแล้วผ่า ใส่ลงในโถปั่น
3. เหยาะเกลือป่นนิดหน่อยเพื่อตัดความเลี่ยน ตามด้วยโรยนมสดเล็กน้อยเพื่อเพิ่มความหอมมัน
4. ทำการปั่นได้
5. จะได้น้ำโยเกิร์ต-สตรอเบอร์รี่ ปั่น ที่มีรสชาติหอม หวาน เปรี้ยว มัน อร่อยมาก
6. อาจจะใส่ฟรุ้ตสลัด วุ้นสีต่างๆ เยลลี่ หรือไข่มุกก็ได้ ตามแต่ลูกค้าจะเรียกร้อง

8 วินัยใหม่ เพิ่มเงินเก็บทั้งปี

คนที่มีฐานะมั่นคงไม่ได้หมายความว่าเป็นคนหาเงินได้เยอะ แต่กลับเป็นคนที่มีวินัยในการเก็บเงิน และไม่เสียเงินไปกับเรื่องจุกจิกจนทำให้เงินเก็บสูญไป ปีใหม่นี้ตั้งต้นเก็บเงินกันใหม่ดีกว่า

1. เคลียร์ให้จบสิ้นก่อน

 

เป็นกฎทองของการเก็บเงินที่คุณควรจะเคลียร์หนี้สินที่ติดไว้กับบัตรเครดิตให้จบ ลงเสียก่อน เพราะแม้ว่าเครดิตการ์ดจะเป็นช่องทางจ่ายเงินที่สะดวกสบาย แต่ถ้าบิลที่เรียกเก็บทำให้การเงินของคุณไม่สมดุลกันระหว่างเดือน รับรองว่าคุณจะไม่มีเงินเหลือเก็บแน่นอน ทางแก้ก็คือ ค่อยๆ ผ่อนชำระหรือหาเงินกู้ที่มีดอกเบี้ยถูกกว่า โปะทับไปก่อนที่ดอกเบี้ยบัตรเครดิตจะบานเป็นดอกเห็ด

2. ทำช้อปปิ้งลิสต์

 

คงไม่มีสาวคนไหนจะมานั่งทำช้อปปิ้งลิสต์เวลาไปซื้อของ แต่คุณรู้ไหมว่าลิสต์นี้จะทำให้คุณประหยัดได้มากขึ้นไม่ว่าจะเป็นเวลาในการ ช้อปปิ้ง การซื้อของตรงวัตถุประสงค์ และกำหนดเงินในกระเป๋าได้ว่าจะต้องใช้จ่ายเท่าไรบ้างในการซื้อของครั้งนี้ จะได้งดซื้อของที่ไม่จำเป็นออกไป รวมทั้งกำหนดเลยว่าในหนึ่งเดือนจะต้องออกไปซื้อของกี่ครั้ง จะได้ประหยัดค่ารถไปในตัว

3.อย่าติดชื่อแบรนด์

แม้คนดังจะใส่เสื้อผ้าแพงระยับอย่างไร แต่คุณไม่จำเป็นจะต้องซื้อแบรนด์ดังๆ อย่างพวกเขาก็ได้ เพียงคุณดูแฟชั่น และแต่งตัวให้เป็นก็เพียงพอแล้ว อย่าไปเสียเงินให้แบรนด์ต่างๆ จะต้องมานั่งกลุ้มใจเอง

4.ใช้พรสรรค์สร้างเงิน

ไม่ว่าคุณมีพรสวรรค์ทางด้านไหน ก็สามารถขุดขึ้นมาทำเงินได้แน่นอน บางคนนิยมถักตุ๊กตา ทำอาหาร ทำบล็อกเว็บไซต์ รับสอนหนังสือ และอื่นๆ อีกมากมาย คุณควรนำความสามารถเหล่านี้มาเป็นจุดขายในการสร้างเงิน เพิ่มรายได้พิเศษได้เดือนละหลายพันบาททีเดียว

5.ทำของใช้เองบ้าง

ไม่ต้องเสียเงินทองไปซื้อของ ลองใช้วิธี Do lf Your self ลองประดิษฐ์ของใช้ในบ้านเอา เช่น แท่นวางของ อุปกรณ์ตกแต่งบ้าน นอกจากจะได้โชว์ฝีมือแล้ว ยังไม่เปลืองเงินอีกด้วย

6.วางแผนการท่องเที่ยว

คุณทราบไหมว่า ถ้าจองตั๋วเครื่องบินหรือที่พักก่อนเทศกาลท่องเที่ยว ราคาจะถูกมากกว่าถึง 30% ให้คุณแพลนกิจกรรมท่องเที่ยวเอาไว้ทั้งปี และฉลาดในการจัดทริป เพราะเงินจะเหลือจนคุณช้อปปิ้งซื้อของฝากได้สบายๆ หรือพยายามหาตั๋วที่มีส่วนลด ราคาจะได้ไม่บานปลายเหมือนปีที่ผ่านมา

7. หัดปฏิเสธเสียบ้าง

สาวสังคมทั้งหลายยิ่งช่วงปีใหม่  เรื่องกินเรื่องเที่ยวกระหน่ำเข้ามาแทบทุกวัน หัดปฏิเสธและเลือกไปเฉพาะบางงาน เพราะคุณต้องเสียค่าดริ๊งก์ ค่าอาหาร ค่าเดินทาง ฯลฯ รวมแล้วนำมาเป็นเงินเก็บหรือใช้หนี้ได้อย่างสบายๆ

8. ฉลาดเป็นสมาชิก

คุณเคยนับยอดไหมว่าเดือนหนึ่งคุณจะต้องเสียค่าสมาชิกยิม เคเบิลทีวี อินเทอร์เน็ตไร้สาย ฯลฯ เป็นจำนวนเท่าไร ลองปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลดภาระรายจ่ายจุดนี้ลงบ้าง เพราะคุณสามารถออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมแนวเดียวกันโดยเสียเงินน้อยกว่าได้