วิธีทำดอทคอม (Witeetum.com)

สาระพัดวิธีที่คุณอาจไม่เคยรู้ และยังรอการพิสูจน์ (ซตพ.)

……

การสร้าง Theme ไว้ใช้เอง
มาลองทำ Theme กันครับ
1. เริ่มต้นลง winterboard จาก cydia ก่อนนะครับ


2. เราต้องจัดวาง Folder ของ Theme ที่จะใช้กับ winterboardให้ถูกต้องตามนี้ครับ
2.1  เริ่มต้น สร้าง Folder ขึ้นมาตั้งชื่ออะไรก็ได้ครับ ในที่นี้ผมจะตั้ง xxx.theme


2.2  สร้าง Folder ชื่อ Icons เอาไว้ใน Folder xxx.theme


2.3  เริ่มแรกเราเลือกภาพที่เราต้องการมาทำเป็น Wallpaper โดยต้องมีขนาด 320*480


เสร็จแล้วทำการ save เป็น Wallpaper.png โดยทำการเก็บไว้ใน Folder xxx.theme


2.4 ต่อมาหาภาพที่จะนำมาทำเป็น Dock หรือที่วาง Icon แถวล่าง
โดยมีขนาด 320*91

เสร็จแล้วทำการ save เป็น Dock.png โดยทำการเก็บ
ไว้ใน Folder xxx.theme เช่นกัน

ทีนี้เราก็จะมี Wallpaper กับ Dock แล้ว


2.5 การสร้าง Icon ขนาด Icon ส่วนใหญ่ที่ใช้กันอยู่ที่ 60*60 – 80*80 แล้วแต่ความชอบ
เลือกหรือสร้างรูปเพื่อนำมาใช้เป็น Icon (ในที่นี้ผมจะใช้ขนาด 60*60)


ในการตั้งชื่อไฟล์เราจะนำไปแทน Icon ของโปรแกรมอะไรก็ให้ตั้งชื่อตามนั้น
เช่น โปรแกรมโทรศัพท์ > Phone.png
โปรแกรม iPod > iPod.png
โปรแกรม Text  > Text.png
อธิบายง่ายๆคือดูชื่อจากใต้ Icon ของแต่ละโปรแกรมในเครื่อง iPhone ของเรา


(ในที่นี้ผมจะนำไปแทน Icon โปรแกรม Photos)

เสร็จแล้วให้ saveไฟล์ที่ได้ไว้ที่ Folder Icons ที่อยู่ใน Folder xxx.theme

ทำแบบนี้ทุก Icon ที่เราอยากจะเปลี่ยนนะครับ


2.6 นำ Folder xxx.theme ไปวางที่ /Library/Themes ใน iphone


เสร็จแล้วเข้าไปเลือกในโปรแกรม winterboard ครับ
จัดวาง Iconตามชอบ


3. ต่อไปเราจะมาปรับเปลี่ยน รูป Signal Bars , Wifi Bars , Edge Bar

3.1 ผมจะใช้ Folder คือ xxx.theme เดิมในการสร้างนะครับ เราต้องสร้าง Folder
เพิ่มคือ Folder ชื่อ Bundles เอาไว้ใน Folder  xxx.theme

เสร็จแล้วสร้าง Folderชื่อ com.apple.springboard ไว้ใน Folder Bundles อีกทีครับ


3.2 เรามาเริ่มที่ Signal ก่อน Signal มีทั้งหมด 2 ที่นะครับรูปแบบเดิมที่มากับเครื่อง
ทั้ง สองที่นี้จะแสดงกันคนละสีนะครับคือ ที่แรกอยู่ในหน้าแรกหรือที่เราเรียกกันว่า หน้า Home ที่ที่สองคือในหน้าโปรแกรมต่างๆ


ต่อไปเราสร้างหรือนำไฟล์ภาพที่ต้องการมาใช้โดยจะต้องมีทั้งหมด 12ไฟล์
คือแบ่งเป็นที่ละ 6 ไฟล์ (ในที่นี้ผมขอใช้แบบเดียวกันทั้งสองที่นะครับ)
เริ่มที่  6 ไฟล์แรกที่แสดงในหน้า Home (ไฟล์ทั้ง 6 แสดงถึงสัญญาณที่แตกต่างกัน) ขนาดของไฟล์จะมีขนาด 18*20
เมื่อได้แล้วให้ทำการ save เป็นชื่อตามนี้
FSO_0_Bars.png  >>>>  สัญญาณน้อยสุด
FSO_1_Bars.png
FSO_2_Bars.png
FSO_3_Bars.png
FSO_4_Bars.png
FSO_5_Bars.png  >>>>  สัญญาณเต็ม
6 ไฟล์ต่อมาที่แสดงในหน้า โปรแกรมต่างๆ (ไฟล์ทั้ง 6 แสดงถึงสัญญาณที่แตกต่างกัน) ขนาดของไฟล์จะมีขนาด 18*20
เมื่อได้แล้วให้ทำการ save เป็นชื่อตามนี้
Default_0_Bars.png  >>>>  สัญญาณน้อยสุด
Default_1_Bars.png
Default_2_Bars.png
Default_3_Bars.png
Default_4_Bars.png
Default_5_Bars.png  >>>>  สัญญาณเต็ม

โดย save ทั้งหมดไว้ที่ xxx.theme/Bundles/com.apple.springboard


3.3 รูปต่อไป Wifi มีทั้งหมด 2 ที่เหมือนกันแต่ Wifi จะมีแค่ 8 ไฟล์
คือแบ่งเป็นที่ละ 4 ไฟล์ (ในที่นี้ผมขอใช้แบบเดียวกันทั้งสองที่นะครับ)
เริ่มที่ 4 ไฟล์แรกที่แสดงในหน้า Home (ไฟล์ทั้ง 4 แสดงถึงสัญญาณที่แตกต่างกัน)
ขนาดของไฟล์จะมีขนาด 18*20
เมื่อได้แล้วให้ทำการ save เป็นชื่อตามนี้
(หน้า Home)
FSO_0_AirPort.png  >>>>  สัญญาณน้อยสุด
FSO_1_AirPort.png
FSO_2_AirPort.png
FSO_3_AirPort.png  >>>>  สัญญาณเต็ม
4 ไฟล์ต่อมาที่แสดงในหน้า โปรแกรมต่างๆ (ไฟล์ทั้ง 4 แสดงถึงสัญญาณที่แตกต่างกัน)
ขนาดของไฟล์จะมีขนาด 18*20
เมื่อได้แล้วให้ทำการ save เป็นชื่อตามนี้
(หน้า ด้านใน)
Default_0_AirPort.png  >>>>  สัญญาณน้อยสุด
Default_1_AirPort.png
Default_2_AirPort.png
Default_3_AirPort.png  >>>>  สัญญาณเต็ม

โดย save ทั้งหมดไว้ที่ xxx.theme/Bundles/com.apple.springboard

3.4 รูปต่อไป Edge มีทั้งหมด 2 ที่เหมือนกันแต่ Edge จะมีแค่ 2 ไฟล์
คือแบ่งเป็นที่ละ 1 ไฟล์ (ในที่นี้ผมขอใช้แบบเดียวกันทั้งสองที่นะครับ)
ขนาดของที่ผมนำมาใช้ไฟล์จะมีขนาด 15*17

เมื่อได้แล้วให้ทำการ save เป็นชื่อตามนี้
FSO_EDGE_ON.png  >>>> สำหรับหน้า Home
Default_EDGE_ON.png  >>>> สำหรับหน้าด้านในโปรแกรม


โดย save ทั้งหมดไว้ที่xxx.theme/Bundles/com.apple.springboard


3.5 นำ Folder xxx.theme ไปวางที่ /Library/Themes ใน iphoneเหมือนเดิม


เสร็จแล้วเข้าไปเลือกในโปรแกรม winterboard ครับ


4. ทีนี้เรามาทำ หน้า Lock Screen กัน
4.1 เหมือนเดิมผมจะใช้ Folder คือ xxx.theme เดิมในการสร้างนะครับ

หน้า Lock Screen มีส่วนประกอบ 2 ส่วน คือ ภาพ LockBackgroundกับ Slider Icon
เริ่มจากการเลือกรูปนำมาเป็นภาพ Lock Screen ขนาด 320*480


เสร็จแล้วทำการ save เป็น LockBackground.png


โดยทำการเก็บไว้ใน Folder xxx.theme


4.2 สร้าง Folder ชื่อ com.apple.TelephonyUI ใส่ไว้ใน Folder Bundles ที่เราสร้างมาตอนข้อ 3.1


4.3 Slider Icon มีทั้งหมด 3 ไฟล์ ขนาด 50*50
สร้างหรือเลือกไฟล์ที่จะนำมาใช้


เสร็จแล้ว save ชื่อตามนี้
bottombarknobgray.png   >>>  Slider ตอน unlock
bottombarknobgreen.png  >>>  Slider ตอน รับสาย
bottombarknobred.png   >>>  Slider ตอนปิดเครื่อง


โดยทำการเก็บไว้ใน Folder xxx.theme/Bundles/com.apple.TelephonyUI


(อีกไฟล์คือ ไฟล์ Background ของ Slider ไฟล์มีขนาด 71*47
ถ้าใครไม่ชอบให้มีราง Slider ให้สร้างภาพเป็น Transparent
เสร็จแล้ว save ชื่อตามนี้
bottombarbkgndlock.png   >>>  Background Slider
โดยทำการเก็บไว้ใน Folder xxx.theme/Bundles/com.apple.TelephonyUI เช่นกัน)

4.4 นำ Folder xxx.theme ไปวางที่ /Library/Themes ใน iphone


เสร็จแล้วเข้าไปเลือกในโปรแกรม winterboard ครับ

5. เพิ่มเติม มาต่อกันที่การทำ ภาพ Battery ตอน charge Battery ครับ
ผมใช้ Folder เดิมนะครับคือ xxx.theme ซึ่งจะมี Folder Bundles
อยู่ข้างใน และ Folder com.apple.springboard อยู่ใน Bundlesอีกที
ไฟล์ภาพ BatteryBG ที่ต้องใช้มีทั้งหมด 18ภาพนะครับ
5.1 เริ่มจากการเลือกหรือสร้างภาพ โดยขนาดจะอยู่ที่ 264*128


เมื่อได้ภาพและขนาดตามต้องการแล้วทำการ save โดยตั้งชื่อ
ตามนี้ครับ
BatteryBackground.png   >>>    ภาพ Battery 0% หรือ น้อยสุด
BatteryBG_1.png   BatteryBG_2.png
BatteryBG_3.png   BatteryBG_4.png
BatteryBG_5.png   BatteryBG_6.png
BatteryBG_7.png   BatteryBG_8.png
BatteryBG_9.png   BatteryBG_10.png
BatteryBG_11.png  BatteryBG_12.png
BatteryBG_13.png  BatteryBG_14.png
BatteryBG_15.png  BatteryBG_16.png
BatteryBG_17.png    >>> ภาพ Battery 100% หรือ เต็ม


โดย save ทั้งหมดไว้ที่ xxx.theme/Bundles/com.apple.springboard

5.2 นำ Folder xxx.theme ไปวางที่ /Library/Themes ใน iphone

เสร็จแล้วเข้าไปเลือกในโปรแกรม winterboard ครับ

หวังว่าคงพอเข้าใจนะครับ

ถาม: ตอนนี้ผมใช้ iPhone 3G อยู่ครับ แต่ก็ได้สั่งจอง iPhone 3GS ไปเรียบร้อยแล้ว (เครื่องเก่าจะให้น้องสาวไป) คราวนี้อยากทราบว่า ถ้าผมต้องการลบข้อมูลส่วนตัวที่อยู่ใน iPhone 3G ออกไปให้หมดจะต้องทำอย่างไรครับ?

ตอบ: เอ…กับน้องนุ่งก็ยังกังวล หรือครับ? อ๊ะไม่ว่ากันอยู่แล้ว ขั้นตอนการล้างข้อมูลใน iPhone 3G แบบเกลี้ยงเกลา ให้เริ่มต้นด้วยการแตะที่ไอคอน Settings ที่หน้าโฮม (Home Screen) เมื่อเข้าไปในหน้าจอ Settings แตะที่ General แล้วเลื่อนลงมาจนถึงตัวเลือก Reset ที่ด้านล่างของจอ แตะบนรายการ Reset ด้วยนิ้วของคุณ เพื่อเริ่มต้นเข้าสู่ขั้นตอนล้างสมองไอโฟนให้จำคุณไม่ได้เลย

เมื่อเข้าถึงหน้าจอ Reset แล้ว คุณสามารถรีเซตค่าต่างๆ ที่ตั้งไว้ให้กับเครื่อง ตั้งแต่ระบบเครือข่ายไปจนถึงเลย์เอาต์ของหน้าโฮม คุณจะสังเกตเห็นตัวเลือกที่เขียนว่า “Erase All Content and Settings” ใช้นิ้วแตะตรงรายการนี้ เพื่อเริ่มต้นล้างข้อมูล โดย iPhone จะให้ยืนยันการลบด้วยการแตะปุ่มสีแดง Erase iPhone 2 ครั้ง หลังจากนั้นมันจะลบข้อมูลที่อยู่ในหน่วยความจำส่วนที่เก็บข้อมูลทั้งหมด ซึ่งจะใช้เวลา”นานพอสมควร” ขึ้นอยู่กับขนาดของหน่วยความจำบนไอโฟนของคุณ โดยคำว่านานพสมควรในที่นี้ ผมหมายถึงตั้งแต่หนึ่งถึงสี่ชั่วโมงเลยทีเดียวกว่าที่มันจะลบคอนเท็นต์ทั้ง หมดออกไปจากเครื่องโดยสมบูรณ์ อย่างไรก็ตาม หากไม่แน่ใจว่า แบตเตอรี่จะเหลือพอขณะลบข้อมูลหรือไม่ แนะนำให้ต่อสายอะแดปเตอร์ในระหว่างการลบจะดีกว่านะครับ

http://www.thainavy21.com/cms/components/com_mamboboard/uploaded/images/787fa08dcc0a218e2b65c296327c64c2.jpg

ข้าวแช่ เป็นส่วนประกอบในเทศกาลสงกรานต์ของมอญ เป็นประเพณีสืบกันมาว่า ในวันสงกรานต์จะต้องทำข้าวแช่ถวายพระ เพราะถือว่าเป็นสิริมงคล
ประวัติข้าวแช่
มีเรื่องราวเกี่ยวกับตำนานข้าวแช่ที่นำมาจากหนังสือเมืองโบราณ
เรื่อง มีอยู่ว่า มีเศรษฐีคนหนึ่งมั่งคั่งบริบูรณ์ด้วยทรัพย์สมบัติ แก้วแหวนเงินทอง ขาดอยู่แต่ทายาทที่จะรับสืบทอดมรดก จึงไปทำพิธีบวงสรวงพระอาทิตย์พระจันทร์อยู่นาน จนเวลาล่วงไป 3 ปี ยังไม่มีลูก เห็นทีจะไม่ได้ผล จึงเปลี่ยนไปบวงสรวงพระไทร ซึ่งสิงสถิตต้นไม้ใหญ่ริมน้ำ ในการจัดเครื่องบวงสรวงครั้งนี้ เศรษฐีสั่งให้บริวารเอาข้าวสารเมล็ดงามล้างน้ำถึง 7 ครั้งจนบริสุทธิ์หมดมลทิน แล้วจึงหุงข้าวนั้นเพื่อบูชาพระไทร ประกอบด้วยอาหารโอชารสอีกมากมาย ล้วนจัดทำประณีตทั้งสิ้น จากนั้นเศรษฐีจึงอธิษฐานขอบุตรจากพระไทร ฝ่ายพระไทรเห็นความพยายามของเศรษฐี ก็เมตตา จึงไปเฝ้าพระอินทร์ทูลขอบุตรให้เศรษฐีได้ผล พระอินทร์จึงโปรดให้เทวบุตรนามว่าธรรมปาล จุติลงมาเกิดในครรภ์ภรรยาเศรษฐี ฝ่ายเศรษฐียินดีปรีดามากตั้งชื่อลูกชายว่า ธรรมบาลกุมาร พร้อมสร้างปราสาทเจ็ดชั้นให้ลูกชาย เป็นที่มาของนิทานมหาสงกรานต์ที่ได้ยินกัน
ขอ ตัดต่อมาที่เรื่องข้าวแช่ ว่าชาวมอญหุงข้าวแช่ในงานสงกรานต์ คงไม่ใช่เพื่อขอลูก แต่เพื่อถวายพระ และข้าวที่หุงนี้ไม่เหมือนกับที่กินหรือขายกันทั่วไป แต่กรรมวิธีพิเศษพิสดารกว่า เช่น ต้องใช้ข้าวสารดีเยี่ยม 7 กำ ซ้อมข้าวนั้นให้ได้ 7 ครั้ง แล้วซาวน้ำบริสุทธิ์ 7 หน จึงนำมาหุง ตามประเพณีต้องหุงกลางแจ้ง ถ้าจะให้เต็มพิธีต้องปักราชวัตรฉัตรธงด้วย นอกจากถวายข้าวแช่พระแล้ว ข้าวแช่นี้ยังจะต้องจัดสังเวยเทวดาด้วย โดยปลูกศาลเพียงตาบริเวณบ้าน และสังเวยข้าวแช่เป็นเวลา 3 วัน ข้าวแช่ที่เหลืออยู่อาจนำไปให้ผู้เฒ่าผู้แก่ที่เคารพนับถือเพื่อเป็นสิริ มงคล
ข้าวแช่ที่ เราคุ้นเคยกันอยุ่ทุกวันนี้ เรียกเต็มๆแบบเพราะพริ้งว่า “ข้าวแช่เสวย” หรือ “ข้าวแช่ชาววัง” ซึ่งหมายถึงข้าวแช่ลอยในน้ำดอกไม้หอมเย็นชื่นใจ ที่รับประทานกับเครื่องเคียง เช่น ลูกกะปิทอดสีส้มจัด เครื่องผัดหวานสีน้ำตาลเข้ม และผักสีสวยทั้งหลายชื่อข้าวแช่ชาววังหรือข้าวแช่เสวยนี้หมายถึงข้าวแช่ที่ ชาววังจัดถวายรัชกาลที่ ๕ แล้วโปรดเป็นอย่างมาก หลังจากสิ้นรัชกาลที่ 5 ในปี 2453 แล้ว ข้าวแช่ก็ออกสู่สังคม แล้วกลายเป็นดารายอดฮิตประจำเมนูหน้าร้อน โดยเฉพาะช่วงสงกรานต์มาตั้งแต่นั้น ข้าวแช่ตำรับที่มีชื่อมากที่สุด เป็นของ ม.ล.เนื่อง นิลรัตน์ ผู้เคยทำงานอยู่ในห้องเครื่องต้นสมัยรัชกาลที่ 5 ท่านถือเป็นคนแรกๆที่ทำข้าวแช่ออกสู่ตลาด และมีชื่อเสียงโด่งดังจนถึงปัจจุบัน เสน่ห์ข้าวแช่อยู่ที่กรรมวิธีในการปรุง เพราะองค์ประกอบของข้าวแช่นั้นมีมากมาย เคล็ดลับในการทำและทานข้าวแช่ให้ได้อรรถรสจึงอยู่ที่การสังเกตไปพร้อมกับการ ลิ้มรส ข้าวแช่ต้องมากับ “น้ำดอกไม้” ในฤดูร้อนดอกไม้ไทยต่างพากันชิงออกดอกส่งกลิ่นหอม น้ำที่นำมาใส่ข้าวแช่จึงได้อิทธิพลของดอกไม้เหล่านี้ด้วย นิยมใช้ดอกไม้ไทยที่มีกลิ่นหอมเย็น ส่วนน้ำที่ใช้แต่เดิมมักใช้น้ำฝนใสสะอาด แต่ปัจจุบันมีน้ำแร่ของไทยชนิดไม่อัดแก๊สบรรจุขวดก็นำมาใช้แทนกันได้ดี เวลาเตรียมมักใส่น้ำลงในหม้อดินมีฝาปิด เพื่อให้น้ำนั้นเย็นกว่าอุณหภูมิภายนอก เวลาจะกินสมัยก่อนใช้เกล็ดพิมเสนโรยลงในน้ำเพียงสองสามเกล็ดเพื่อให้เย็น ชื่นใจยิ่งขึ้น แต่ปัจจุบันหันไปใช้น้ำแข็งทุบละเอียดแทน “ลูกกะปิทอด” ถือว่าเป็นหัวใจสำคัญของกับข้าวแช่ จะดูกันว่าข้าวแช่ของใครที่มีฝีมือก็ต้องพิจารณากันที่ลูกกะปิทอดนี้เอง ถัดมาก็มีพริกหยวกสอด, ปลายี่สนผัดหวาน,เนื้อเค็มฝอยผัดหวาน,หัวหอมสอดไส้,ผักกาดเค็มผัดหวาน,ปลา แห้งผัดหวาน , หมูสับกับปลากุเลา คือเครื่องเคียงที่นิยมรับประทานแกล้มกับข้าวแช่ ที่ลืมไม่ได้เลยคือผักสดแกะสลัก เมื่อกับข้าวแช่ส่วนใหญ่เป็นของทอด ก็ย่อมต้องมีผักที่ให้กลิ่นหอมและรสออกเปรี้ยวและขื่นนิดๆไว้ตัดรส แตงกวา มะม่วงดิบ ต้นหอม กระชาย และพริกชี้ฟ้าสด จึงถูกนำมาจัดเป็นผักสดไว้กินแนมกับข้าวแช่ การกินข้าวแช่ก็ยังต้องมีวิธีการกินเช่นกัน เริ่มจากนำข้าวใส่ในน้ำลอยดอกไม้ให้สัดส่วนน้ำมากกว่าข้าวใส่น้ำแข็งเล็ก น้อยพอให้เย็นชื่นใจ เวลาจะกินให้ตักกับข้าวใส่ปากแล้วตักข้าวตาม ก็จะได้รสชาติทั้งเย็นฉ่ำและความอร่อยกลมกล่อมของกับข้าว
นี่ คือสิ่งที่แสดงถึงวัฒนธรรมการกินของไทยที่งดงาม ละเอียดอ่อน ไม่แพ้ชาติใดในโลก เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่บรรพบุรุษได้สร้างสรรค์จากจินตนาการทิ้งไว้ให้กับชน รุ่นต่อๆมา เมื่อครั้งที่วัฒนธรรมจากตะวันตกยังมาไม่ถึง นับว่าเป็นความภาคภูมิใจที่ชนรุ่นหลังควรรักษาไว้ให้ยั่งยืนสืบต่อไป


ข้าวแช่

เครื่องปรุง
ส่วนประกอบ : ข้าวสาร 1 ส่วน น้ำสะอาด 6 ส่วน
ซาว ข้าวให้สะอาด ใส่น้ำตามส่วน ตั้งไฟคอยคนอย่าให้ไหม้ พอเดือดขนาดเช็ดน้ำได้ ยกลง รินน้ำทิ้งให้หมด ล้างข้าวด้วยน้ำเย็นหลายครั้งจนกว่าข้าวจะเย็น
ใส่ น้ำในลังถึง ตั้งไฟจนเดือด ปูผ้าขาวบางบนลังถึง เทข้าวที่ล้างแล้วลงไป เกลี่ยให้กระจายทั่ว นึ่งประมาณ 10 นาทีหรือดูจนข้าวสุก ยกลง ทิ้งไว้ให้เย็น
เวลากินตักข้าวใส่ชาม ตักน้ำลอยดอกไม้สดใส่ กินกับเครื่องเคียง
เครื่องเคียงข้าวแช่
1. หัวผักกาดเค็มผัด
ส่วนประกอบ : หัวผักกาดเค็มหั่นฝอย ไข่ น้ำตาลทราย
วิธีทำ :
ล้างหัวผักกาดเค็มให้สะอาด หั่นฝอย ผัดกับไข่ ใส่น้ำตาลให้ออกรสหวาน

2. ปลาช่อนแห้งผัด
ส่วนประกอบ : ปลาช่อนเค็ม น้ำตาลทราย
วิธีทำ :
นึ่งปลาพอสุก ฉีกให้เป็นฝอย ทอดให้กรอบแล้วผัดกับน้ำตาลให้พอมีรสหวาน

3. พริกหยวกสอดไส้
ส่วนประกอบ : หมูสับ ½ ก.ก. กุ้งสับ 10 ตัว กระเทียมพริกไทยโขลกรวมกัน 1 ช.ต. น้ำปลา 1 ½ ช.ช. น้ำตาล 1 ช.ช. ไข่ 5 ฟอง พริกหยวก
วิธีทำ :
เคล้าหมู กุ้ง กระเทียมพริกไทยให้เข้ากัน ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาล ต่อยไข่ใส่ 1 ฟอง ปั้นเป็นแท่งยาว ทอดจนสุก
ใส่หมูที่ทอดลงในพริกหยวกที่คว้านไส้ออก นึ่งในลังถึงน้ำเดือดพล่าน 5 นาที พอเย็นบีบน้ำออกให้หมด
ต่อยไข่ที่เหลือ ตีพอแตก ใช้มือชุบไข่แล้วโรยขวางไปมาในกระทะที่ใส่น้ำมันพอลื่นและใช้ไฟอ่อน สุกแล้วลอกออกเป็นชิ้นๆ ห่อพริกให้รอบ

4. หอมสอดไส้
ส่วนประกอบ : หอมแดง 20 หัว รากผักชีกระเทียมพริกไทยโขลกรวมกัน 1 ช.ต. เนื้อปลาช่อนนึ่ง 1 ตัว น้ำ 1 ช.ต. น้ำปลา 1-2 ช.ช. เกลือป่น 1 ช.ช. แป้งข้าวเจ้า 1 ถ้วย หัวกะทิคั้นด้วยน้ำปูนใส 1 ถ้วยไข่ 1 ฟอง
วิธีทำ :
ปอกเปลือกหอมคว้านไส้ออก สับส่วนที่คว้านออกมาให้ละเอียด
ผักรากผักชีฯให้หอม ใส่หอมสับ เนื้อปลา น้ำ หัวกะทินิดหน่อย ปรุงรสด้วยน้ำปลา เกลือชิมรสตามชอบ พักไว้ให้เย็น แล้วจึงยัดใส่หัวหอมที่คว้านไว้
นวดแป้งข้าวเจ้ากับหัวกะทิโดยค่อยๆใส่กะทิทีละน้อยจนเป็นเนื้อเดียวกันและข้นขนาดนมข้น หยิบหอมลงชุบแล้วทอดให้เหลือง

5. กะปิทอด
ส่วนประกอบ : กระชาย 7 ราก ตะไคร้ 2 ต้น ข่า 5 แว่น ผิวมะกรูด 1 ช.ช. รากผักชี 1 ช.ช. หอมแดง 9 หัว กระเทียม 10 กลีบ กะปิ 1 ช.ต. เนื้อปลาดุกย่าง 1 ตัว ปลาฉลาดย่าง 2 ตัว น้ำปลาและน้ำตาลอย่างละ 1 ช.ต. ไข่ 3 ฟอง แป้งข้าวเจ้า 1 ช.ต.
วิธีทำ :
โขลก กระชาย ตะไคร้ ข่า ผิวมะกรูด รากผักชี หอมแดง กระเทียมให้ละเอียด ใส่กะปิ เนื้อปลาโขลกให้เข้ากัน ผัดให้หอม ปรุงรสด้วยน้ำปลาน้ำตาล ผัดจนแห้ง ยกลง ทิ้งไว้ให้เย็น
ปั้นเป็นก้อนกลมๆเล็กๆ ให้เท่ากัน ต่อยไข่แล้วตีให้แตก ใส่แป้ง คนให้เข้ากัน นำกะปิที่ปั้นไว้ลงชุบแล้วทอดให้เหลือง

http://www.newswit.com/photos/2009-03-04/25e4baf9f17deb77c839e360356d1baf.jpeg