วิธีทำดอทคอม (Witeetum.com)

สาระพัดวิธีที่คุณอาจไม่เคยรู้ และยังรอการพิสูจน์ (ซตพ.)
ส่วนผสมของ เค้กกล้วยหอม มีดังนี้
ingredients
จากซ้ายไปขวา ล่างขึ้นบนนะ
1. กล้วยหอมสุก 2 ลูก เลือกลูกงอมๆมาเลย ดีใจไม่ต้องทิ้งแล้ว
2. เนยจืด 90 กรัม (ก้อนนี้มัน 227 กรัม ก็กะๆเอาเกือบครึ่งก้อน)
3. เกลือ 1/2 ช้อนชา (ถ้ามีช้อนตวงก็จะดีเลยจะได้แม่น แต่ไม่มีก็กะๆเอาได้)
4. ไข่ไก่ 2 ฟอง
5. เบกกิ้งโซดา หรือ โซเดียมไปคาร์บอเนต 1/2 ช้อนชา (ซื้อมาจาก Tops Supermarket ราคาประมาณ 20 บาท)
6. โยเกิร์ต 50 กรัม (ถ้วยนี้ 150 กรัม ก็ประมาณ 1/3 ถ้วย) ใครไม่ชอบก็ไม่ต้องใส่ก็ได้นะ
7. น้ำตาลทรายในสูตรบอกให้ใส่ 160 กรัม แต่เราไม่ชอบหวานเลยปรับเอาแค่ 100กรัมพอ (อันนี้จะกะยากแล้ว มันต้องมีที่ชั่งด้วย)
8. ผงฟู 1/2 ช้อนชา (ซื้อมาจาก Tops Supermarket ราคาประมาณ 20 นิดๆ จำไม่ได้)
9. แป้งสาลี 150 กรัม (ซื้อมาจาก Tops Supermarket ถุงนี้ 1 กิโลกรัม 53 บาท)
วิธีทำง่ายมากๆ ดังนี้

1. ตั้งเตาอบที่อุณหภูมิ 180 องศา แล้วทาพิมพ์ขนาด 9 x 3 นิ้วด้วยเนยรอไว้ก่อนเลย (ที่ทาเนยซื้อมาจาก Daiso 60 บาท พิมพ์เค้กอันนี้เป็นแบบยาง ขอยืมมา แต่เห็นที่ Central มีขายนะ ลองไปเลือกดูได้)
step4
2. บดกล้วยให้เละ รอไว้ (ไม่ได้ถ่ายมาให้ดูอ่ะ ตอนนั้นมือเลอะ แล้วมันเละๆด้วย
3. ร่อนแป้งสาลี (ที่ร่อนยืมมา แต่เห็นใน Tops มีขายอันละ 155 บาท, ชามแสตนเลสแบบเบา ยืมมาเหมือนกัน แต่ใช้ดีมากๆ เพราะเบาจับถนัดกว่าชามแก้ว เลยว่าจะไปหาซื้อเป็นสมบัติของตัวเอง น่าจะแพงนะ)
step1
4. ใส่ผงฟู เบกกิ้งโซดา น้ำตาล และ เกลือ ลงไป (จากรูป ช้อนที่ใส่ผงฟูมันผิดนะ ต้องช้อนเล็กขนาด 1/2 ช้อนชา แบบที่ใส่เบกกิ้งโซดาถึงจะถูก โชคดีไหวตัวทัน ชุดช้อนตวงซื้อมาจาก อิเซตัน ตอนลดราคา 29 บาท แต่ใน Tops ก็น่าจะมี ไม่รู้เท่าไหร่)
step2 step3

5. ตีทุกอย่างให้เข้ากัน (ไม้ตีซื้อมาจาก Tops 159บาท ใช้ดีเมพ)
step2
6. ใส่ไข่2ฟอง โยเกิร์ต และกล้วยที่บดไว้ในขั้นตอนที่2 ลงไป แล้วตีให้เข้ากัน (ใครไม่ชอบโยเกิร์ตก็ไม่ต้องใส่ เราลองทำ 2 แบบแล้ว เอาไปให้เพื่อนๆชิม ก็มีคนชอบทั้ง 2 แบบเท่าๆกันเลย)
step3
7. ใส่เนยลงไป เราเอาเนยไปอุ่นในไมโครเวฟให้ละลายก่อนแล้วค่อยใส่ จะได้ตีง่ายๆ
step5
8. ตีๆๆๆ ให้เข้ากันไม่ต้องตีนานมาก เอาแค่มันเข้ากันดีก็พอไม่เกิน 5 นาที แล้วก็เทใส่พิมพ์ที่ทาเนยไว้ในขั้นตอนแรก แล้วรีบเอาเข้าตู้อบนะ เพราะถ้าทิ้งไว้ในพิมพ์นาน ส่วนผสมมันจะนอนก้นทำให้สุกไม่ทั่วถึง
step7
9. เอาเข้าตู้อบ ใช้เวลาประมาณ 30-45 นาที (ลอง 30 นาทีก่อน แล้วเปิดดู เอาส้อมไปจิ้ม ถ้าแป้งยังติดมาที่ส้อมก็อบต่อ แต่อย่านานเกิน 50 นาที เดี๋ยวมันจะแห้งไป ไม่อร่อย)
step8
10. อบเสร็จแล้ว ก็จะออกมาหน้าตาแบบนี้ ตรงกลางจะฟูขึ้นมาเลย
my first banana cake
11. รอจนเย็น แล้วค่อยแกะออกมาจากพิมพ์ แล้วรอให้เย็นทั่วทั้งก้อนก่อนแล้วค่อยตัด ทีนี้ก็กินได้เล้ยยย อร่อยแล้ววว
My banana cake3
My banana cake My banana cake2
เสร็จแล้ว เค้กกล้วยหอม ทำง่ายมากๆ เพราะเราก็ทำเป็นครั้งแรกเหมือนกัน ตอนแรกก็ไม่คิดว่าจะกินได้ แต่ก็กินได้และอร่อยด้วย!! อุปกรณ์ และ ส่วนผสม หาได้ง่าย Tops Super ที่เดียวก็มีหมดแล้ว ถ้าที่บ้านมีเตาอบอยู่แล้วด้วยก็เยี่ยมไปเลย ยังไงวันหยุดหน้าก็ลองทำกันดูนะ ออกมาหน้าตาเป็นยังไง มาบอกกันด้วยนะคะ :D

วันนี้เรามีเคล็ดลับ วิธีทําให้ผิวขาว บอกลาผิวหม่นหมองด้วยวิธีธรรมชาติๆ มาฝากเพื่อนๆ กันด้วย ว่าแล้วไปดู 12 วิธีทําให้ผิวขาว บอกลาผิวหม่นหมองกันเลย…

1. การขัดผิว เป็น วิธีทําให้ผิวขาว ที่ขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกไปจากผิว โดยการใช้สครับที่มีขายตามท้องตลาด หรือจะเป็นสครับจากธรรมชาติง่าย ๆ แต่ได้ผล ซึ่งมีหลากหลายสูตรให้เลือก ได้แก่ มะละกอ นมสด มะขามเปียก น้ำผึ้ง โยเกิร์ต มะนาว โดยนำอย่างใดอย่างหนึ่งมาผสมกับเกลือทะเลเพื่อให้มีเม็ดสำหรับขัดผิว เพียงเท่านี้คุณก็มีสครับขัดผิวได้ง่าย ๆ แล้ว หรือจะใช้ใยบวบในการช่วยขัดผิวก็ได้ การขัดผิวนี้จะช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าให้หลุดลอกออกไป แล้วเผยผิวใหม่ที่แน่นอนว่าต้องสว่างใสกว่าเดิม และควรทำสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง เพื่อการปรนนิบัติและดูแลผิวอย่างต่อเนื่อง

2. เอเอชเอ หรือกรดผลไม้ มีขายทั่วไปตามคลินิกเสริมความงามหรือร้านขายยาทั่วไป ใช้สำหรับทาบนใบหน้าสัปดาห์ละ 2 ครั้งเพื่อกระตุ้นให้เซลล์ผิวเก่าหลุดลอกออกมา เป็น วิธีทําให้ผิวขาว เผยผิวใหม่ที่ขาวผ่อง แต่การใช้เอเอชเอนี้ ต้องดูแลและระวังเรื่องการออกแดด เพราะผิวคุณจะบางลงและไวต่อแดดมากกว่าเดิม

3. น้ำนมเพื่อผิวขาว ไม่จำเป็นต้องลงไปแช่ในอ่างที่มีน้ำนมอยู่เต็มอ่าง แต่คุณสามารถทำตาม วิธีทําให้ผิวขาว ได้ง่าย ๆ ด้วยการใช้น้ำนมทาบนผิวโดยตรง อาจใช้ใยบวบช่วยเพื่อขัดผิวไปด้วยเบา ๆ ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที ทำสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ผิวจะค่อย ๆ ขาวขึ้น

4. ผลไม้รสเปรี้ยว ช่วยในการขัดขี้ไคล เป็น วิธีทําให้ผิวขาว ขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ โดยใช้ผลไม้รสเปรี้ยว เช่น มะนาว สับปะรด มะขามเปียก ส้ม เพราะมีความเป็นกรด ช่วยทำความสะอาดผิวให้ขาวใส และกำจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดลอกออกมาได้ แต่หากคุณเป็นคนผิวบาง ไม่ควรใช้มะนาวหรือสับปะรดที่มีความเป็นกรดสูง ควรใช้ส้มเช้งที่มีคุณสมบัติคล้าย ๆ กันก็ได้

5. ครีมบำรุงเพื่อผิวขาว ควรใช้ครีมบำรุงที่มีไวท์เทนนิ่งเพื่อผิวขาวในตอนเย็น และทาซ้ำก่อนนอนเพื่อเสริมประสิทธิภาพของครีมบำรุงให้บำรุงอย่างต่อเนื่อง ส่วนตอนกลางวันให้ทาไวท์เทนนิ่งเพียงบาง ๆ แล้วตามด้วยครีมกันแดด หรือจะใช้ไวท์เทนนิ่งที่มีส่วนผสมของสารป้องกันแสงแดดก็ได้ แต่หากสาว ๆ คนไหน อยู่ติดบ้าน ไม่ได้ออกไปเผชิญแสงแดดเลย ใช้ไวท์เทนนิ่งตัวเดียว ทาวันละ 2-3 ครั้งก็เอาอยู่แล้วจ้า

6. ครีมกันแดด ควรเป็นสิ่งที่สาว ๆ ต้องมีติดกระเป๋าอยู่ตลอดเวลา ในกรณีที่คุณต้องเผชิญกับแสงแดดจัดโดยไม่ได้วางแผนมาก่อนจะได้หยิบขึ้นมาใช้ได้ทันการทันเวลา และอย่าลืมว่า ครีมกันแดดจำเป็นอย่างยิ่ง ถ้าหากคุณเพิ่งขัดผิวหรือใช้เอเอชเอกับผิวมาหมาด ๆ เพราะผิวคุณจะไวต่อแดดมาก จึงควรทาครีมกันแดด 20 นาทีก่อนออกแดดทุกครั้ง และทาซ้ำอีกทุก ๆ 2-3 ชั่วโมง

7. ทานอาหารให้เหมาะสม โดยให้มีผักและผลไม้ในอัตราส่วนครึ่งต่อครึ่งทุกมื้อ เพราะผักผลไม้เป็นอาหารที่ย่อยง่าย ช่วยเรื่องของการขับถ่าย และยังมีแอนตี้อ็อกซิแดนซ์ที่ทำให้ผิวสวยกระชับอีกด้วย ซึ่งเมื่อร่างกายขับถ่ายตามปกติแล้ว หน้าตาผิวพรรณก็จะสดใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

8. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เพราะการออกกำลังกายจะช่วยขับเหงื่อไคล และสิ่งสกปรกใต้ผิวรวมถึงสารพิษออกมา ซึ่งจะทำให้ผิวดูสว่างสดใสขึ้น ยิ่งออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง ก็ยิ่งทำให้ผิวสดใสอยู่ตลอดเวลา แถมการออกกำลังกายยังช่วยลดการอุดตันของสิ่งสกปรกใต้ผิว ทำให้ไม่มีสิวอีกด้วย

9. วิตามินซีเพื่อผิวสวย วิตามินซีมีสรรพคุณช่วยให้ผิวสวยสดใส ดังนั้นจึงเป็นสารอาหารที่ร่างกายควรได้รับอยู่เสมอ ไม่ว่าจะจากการทานผักผลไม้ เช่น ส้ม ฝรั่ง มะนาว หรือหากได้รับในแต่ละวันไม่เพียงพอ ก็อาจจะทานวิตามินแบบเม็ดที่ขายในร้านขายยาก็ได้ วิธีทําให้ผิวขาว นี้จะช่วยในเรื่องผิวและมีส่วนช่วยในเรื่องการขับถ่ายไปพร้อม ๆ กัน

10. การอบไอน้ำผิวหน้า เป็นการทำความสะอาดสิ่งสกปรกที่อุดตันอยู่ในรูขุมขนอย่างลึกซึ้ง ช่วยทั้งเรื่องของผิวสะอาดสว่างใส เป็นทั้ง วิธีทําให้ผิวขาว และช่วยขจัดสิวไปพร้อม ๆ กัน โดยวิธีอบไอน้ำผิวหน้านั้นก็ทำได้ง่าย ๆ เพียงตั้งกะทะต้มน้ำจนเดือด จากนั้นน้ำกะทะมาวางบนโต๊ะแล้วยื่นหน้าให้อยู่เหนือไอน้ำ ความร้อนจะช่วยเปิดรูขุมขน และไอน้ำจะเข้าไปทำความสะอาดสิ่งสกปรกที่อุดตันรูขุมขนค่ะ

11. เมคอัพช่วยได้ ใช้ครีมรองพื้นและแป้งที่สว่างกว่าผิวจริง 1 ระดับสี และหลังจากแต่งหน้าแล้วให้นำพู่กันแตะแป้งกลิตเตอร์ประกายมุกปัดบริเวณหน้าผากและโหนกแก้ม ก็จะช่วยให้หน้าดูสว่างใสขึ้นได้เยอะเลยทีเดียว

12. สารพัดสูตรพอกหน้า นอกจากการขัดผิวแล้ว สาว ๆ ที่อยากมีผิวขาวสุขภาพดีควรพอกหน้า รวมถึงผิวกายให้ได้สัปดาห์ละ 2 ครั้ง โดยสูตรผิวขาวที่สามารถทำเองได้จากวัตถุดิบในบ้านนั้นก็มีมากมาย ที่สำคัญยังเห็นผลชัดอีกด้วยหากทำอย่างต่อเนื่อง และสูตร วิธีทําให้ผิวขาว ที่หยิบยกมาฝากกัน มีดังนี้

วิธีทําให้ผิวขาว : สูตรมะละกอนมสด นำมะละกอมาบดผสมกับนมสด คนให้เข้ากัน จากนั้นนำไปพอกบนใบหน้าหรือผิวกายทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที แล้วล้างออก

วิธีทําให้ผิวขาว : โยเกิร์ตผสมมะนาว มะนาวเป็นผลไม้อีกชนิดหนึ่งที่มีความเป็นกรดสูงมาก จนอาจทำให้แสบผิวได้ ดังนั้นการนำมะนาวมาผสมโยเกิร์ตแล้วนำไปทาผิวทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที จะช่วยลดการระคายเคืองผิว และมะนาวจะช่วยขจัดเซลล์ผิวเก่า เผยผิวใหม่ที่ใสกว่าเดิม

วิธีทําให้ผิวขาว : น้ำมันมะพร้าวเพื่อผิวเนียนนุ่ม เป็นสูตรโบราณที่ใช้ได้ผลมาก น้ำมันมะพร้าวจะช่วยในเรื่องการทำให้ผิวเนียนนุ่มชุ่มชื้น แม้เพียงครั้งแรกที่ได้นำน้ำมันมะพร้าวมาทาผิว รับรองได้เลยว่า สาว ๆ จะรู้สึกถึงความเนียนนุ่มได้ทันทีเลยล่ะ

วิธีทําให้ผิวขาว : น้ำผึ้งและโยเกิร์ต นำส่วนผสมดังกล่าวพอกลงบนใบหน้าหรือผิวกายประมาณ 30 นาทีก่อนล้างออก ช่วยให้ผิวขาวและนุ่มขึ้นได้ สามารถทำได้วันเว้นวันค่ะ

: กล้วยหอมและนมสด นำมาบดผสมกัน จากนั้นนำไปพอกผิวในบริเวณที่ต้องการ จะทำให้ผิวขาวเนียนสวยได้ สามารถทำได้วันเว้นวันเช่นกัน

เครดิต : กระปุกดอทคอม

มาร์คหน้าแบบธรรมชาติ
เป็นสูตรที่เหมาะกับคุณผู้หญิงที่ผิวผสมไปจนถึงคุณผู้หญิงที่มีผิวแห้งค่ะ ขั้นตอนและกระบวนการทำ มาร์คหน้าแบบธรรมชาติ นี้ไม่ยุ่งยากแต่อย่างใด แต่มีคุณสมบัติช่วยให้คุณผู้หญิงมีนุ่ม เนียน กระจ่างใส แบบธรรมชาติ เพราะ มาร์คหน้าแบบธรรมชาติ นี้ผิวสวยของคุณจะได้รับคุณประโยชน์จากธรรมชาติหลายตัวเลยทีเดียวค่ะ
ส่วนผสม
- โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1/2 ถ้วย
- กล้วย 1/2 ลูก
- น้ำผึ้ง 2 ช้อนชา
- แอปเปิ้ลเขียว 1/4 ลูก (ปอกเปลือกหั่นลูกเต๋า)

วิธีทำ
นำส่วนผสมทั้งหมดไปปั่นให้ละเอียดเป็นเนื้อเดียวกันแล้วนำไปทาให้ทั่วใบหน้า ทิ้งไว้ 15-20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น

ขอขอบคุณข้อมูผิวสวยผิวขาวลจาก health ขอขอบคุณรูปภาพจากอินเตอร์เน็ต

ใกล้เข้ามาทุกทีแล้วนะครับ กับการมาของ iPhone 4 สีขาว ที่คาดว่าคงจะจำหน่ายในเร็วๆ นี้อย่างแน่นอน ซึ่งผมไม่แน่ใจว่า ยังจะมีใครรอ iPhone 4 สีขาวกันอยู่หรือเปล่า เนื่องจาก iPhone 4 ได้เปิดตัวในไทยมานานแล้ว และคาดว่าส่วนใหญ่คงจะหาซื้อกันไปเรียบร้อยแล้วแน่นอน อย่างไรก็ตาม ยิ่งข่าวของ iPhone 4 สีขาว โหมกระหน่ำอยู่แบบนี้ คาดว่า iPhone 4 สีขาว เครื่องปลอม จะต้องหลุดมาในตลาดอย่างแน่นอน ซึ่งใครที่ไม่รู้ หรือไม่ได้ติดตามข่าว ก็คงหาซื้อกันไป เพราะคิดว่า iPhone 4 สีขาวมีจำหน่ายแล้ว วันนี้ ผมมีเทคนิคการดู iPhone 4 สีขาวว่า เป็นของจริงหรือของปลอม มาให้ได้สังเกตกัน ขออ้างอิงจากโพสในกระทู้ IT168 ของประเทศจีนนะครับ พอได้อ่านแล้ว เรียกได้ว่า มีประโยชน์มากๆ เลย

ผู้เขียนได้ระบุว่า เมื่อเชื่อมต่อ iPhone 4 สีขาว กับคอมพิวเตอร์ ถ้าหากเป็นเครื่องจริง จะมีไอคอนปรากฎเป็นสีขาว ในขณะที่เครื่องปลอมจะเป็นสีดำครับ แต่ถ้าหากใครไม่สามารถเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ได้ในตอนนั้น (น่าจะหมายถึง เวลาซื้อ) ให้สังเกตที่ ช่องเสียบหูฟัง กับ Data Port เค้าได้บอกว่า ถ้าหากภายในพอร์ตต่างๆ เหล่านี้ เป็นสีดำ แสดงว่า เป็น iPhone 4 สีขาวที่ถูกดัดแปลงและเปลี่ยนเคสครับ เพราะ iPhone 4 สีขาวของจริง ด้านในจะเป็นสีขาว ลองดูตามรูปนะครับ ช่อง Data Port (รูปล่าง) นั้น เห็นความแตกต่างได้อย่างชัดเจนเลยทีเดียว เครื่องด้านบน คือ เครื่องจริง ส่วนเครื่องด้านล่าง เป็น iPhone 4 สีขาว ของปลอมครับ ส่วนช่องเสียบหูฟัง ผมอ่านมาจากภาษาอังกฤษ เค้าเขียนไว้ว่า ถ้าของจริงภายในจะเป็นสีขาวเช่นเดียวกัน แต่พอดูในรูป กลับเป็นสีดำทั้งคู่ เผอิญมีคนแย้งมาว่า ในรูปภาษาจีนนั้น เขียนว่า สำหรับช่องเสียบหูฟังไม่ว่ารุ่นไหนๆ ก็จะเป็นสีดำ ซึ่งผมก็อ่านภาษาจีนไม่ออก เลยไม่ทราบว่า ในรูปนั้นเขียนว่าอะไรครับ 

ส่วนอีกจุดที่เอาไว้สังเกต ไม่รู้ว่าจะยังมีใครจำได้หรือเปล่า เกี่ยวกับเรื่องที่ต้องเลื่อนการจำหน่าย iPhone 4 สีขาวออกไปเมื่อปีที่แล้ว นั่นคือ ปัญหาของแสงที่รั่วเข้ากล้อง ที่เกิดจาก สีที่ทำตัวเครื่องครับ (Apple เค้าให้เหตุผลแบบนั้น) ทำให้เวลาที่เราถ่ายรูป หรือถ่ายวิดีโอ มีแสงรั่วเข้ากล้อง ซึ่งไม่เป็นไปตามที่ Apple ต้องการ จึงต้องเลื่อนการจำหน่าย iPhone 4 สีขาวออกไป นั่นเองครับ นั่นหมายความว่า ถ้าหาก iPhone 4 สีขาว ถูกจำหน่ายแล้วจริง ปัญหาเรื่องแสงรั่วจะต้องหมดไปด้วย ฉะนั้น วิธีตรวจสอบว่า iPhone 4 สีขาว ที่เห็นนั้น เป็นของจริงหรือของปลอม ก็คือ เรื่องแสงรั่วอีกเรื่องหนึ่งครับ

ขอบคุณที่มาของบทความ : www.techmoblog.com