วิธีทำดอทคอม (Witeetum.com)

สาระพัดวิธีที่คุณอาจไม่เคยรู้ และยังรอการพิสูจน์ (ซตพ.)

 

การเลือกลิปสติกสำหรับสาว 4 สีผิว

สาวผิวขาว : หมดกังวลสำหรับการเลือกสีลิปสติสำหรับสาวผิวขาว เพราะไม่ว่าคุณจะหยิบจับลิปสติกสีไหน ทั้งโทนชมพู โทนแดง โทนน้ำตาล มาระบายที่ริมฝีกปากของคุณก็ดูเข้ากันดี จนน่าอิจฉา ไร้ปัญหาเรื่องความงาม เสน่ห์ของสาวผิวขาวแบบเป็นธรรมชาติ ไม่ว่าจะหน้าร้อน ฝน หนาว สวยได้ทุกฤดูเลยค่ะ

สาวผิวคล้ำ : สาวผิวคล้ำที่ยังเกิดอาการลังเลอยู่ ไม่รู้ว่าจะหยิบจับลิปสติกสีไหนให้ดูเข้ากับสีผิวของตัวเอง เพราะกลัวว่าจะไม่สวย และไม่มั่นใจ ได้เวลาไขข้อข้องใจแล้วค่ะ สำหรับสาวผิวคล้ำเพิ่มความสว่างให้กับริมฝีปากและใบหน้าของคุณ โดยการเลือกเนื้อลิปสติกที่มีสีแดงเป็นส่วนผสม โดยลิปสติกสีแดงจะมี 2 โทนสี ได้แก่ สีโทนร้อน อย่างสีแดงส้มและแดงเลือดนก ส่วนสีโทนเย็น ได้แก่ โทนที่ผสมน้ำเงิน อย่างเช่น แดงม่วง และแดงบานเย็นค่ะ


สาวผิวสองสี :
สีส้ม สีส้ม ท่องไว้ให้ขึ้นใจได้เลยค่ะ สำหรับสาวผิวสองสี สำหรับการเลือกหยิบลิปสติกโทนสีส้มมาไว้ข้างกาย เพราะไม่ว่าคุณจะออกงานไหน ลิปสติกสีส้มจะช่วยทำให้สาวสาวมีใบหน้าที่ดูโดดเด่น สว่าง หรืออยากจะเพิ่มความสวยเท่ห์ เลือกโทนสีน้ำตาลก็ดูดีทีเดียวเชียวค่ะ

สาวต่างวัย : สำหรับสาวอายุน้อย การเลือกทาลิปที่มีความมันวาว เนื้อมุก ชิมเมอร์ หรือ เนื้อแม็ท จะช่วยให้ดูมีเสน่ห์น่าค้นหา เพิ่มความสดใสเข้ากับวัยของตัวเองได้อย่างไม่อยาก แต่สำหรับสาวที่ค่อนข้างมีอายุแล้ว ควรเลือกบำรุงริมฝีปากให้มีสุขภาพดี ให้ดูอวบอิ่มแบบเป็นธรรมชาติมากกกว่าการเลือกใช้ลิปกรอสนะคะ เพราะจะทำให้คุณดูสวยสมวัย แบบพอเหมาะพองามค่ะ

ขอบคุณข้อมูลจาก : magazine.trendyday.com

ทรงผมผูกโบว์

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก beautylish.com

เมื่อนึกถึงการเติมลูกเล่นให้กับทรงผม ส่วนใหญ่ก็คิดถึงการติดกิ๊บ ผูกโบว์ หรือว่าใช้เครื่องประดับผมต่าง ๆ นานา แต่ว่าคราวนี้เรามาพลิกลุคเดิม ๆ กันหน่อยดีกว่า ด้วยการทำผมแบบไม่ต้องพึ่งเครื่องประดับเลยสักชิ้น แต่จะทำให้มันมีลูกเล่นในตัวเอง ทรงที่ว่านี้ก็คือ “ผมทรงผูกโบว์” นั่นเองค่ะ เห็นตัวอย่างทรงผมพร้อมวิธีทำจากเว็บไซต์ beautylish แล้วปิ๊งเลย ทำไม่ยากอย่างที่คิดเลยนะคะ อย่ารอช้า ไปดูวิธีทำกันเลยดีกว่าจ้า

ทรงผมผูกโบว์

เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม ได้แก่ ยางรัดผม กิ๊บดำ หวี และ สเปรย์ฉีดผมชนิด firm holding

1. รวบผมเป็นหางม้าสูง รัดด้วยยางก่อน 1 ทบ

2. สองทบสุดท้าย ให้รัดโดยไม่ดึงผมมาสุดปลาย เหลือชายไว้เล็กน้อย แล้วบิดชายผมที่เหลือไปไว้ด้านหน้า

3. ค่อย ๆ ใช้มือแยกผมที่รวบไว้ออกจากกันเป็นสองช่อ จะได้ลักษณะเป็นห่วง 2 วง คราวนี้ก็จับแต่ละวงคลี่ผมออกโดยไม่ให้แตกออกจากกัน

4. ทำซ้ำกับห่วงอีกข้างหนึ่ง จนได้โบว์ที่ดูเท่ากันทั้งสองข้าง จากนั้นดึงปลายผมที่เหลือไว้จากการมัดด้านหน้าลงมาปิดทับตรงกลาง

5. ใช้กิ๊บดำติดให้แน่นหนา (ประมาณ 2-3 ตัว แล้วแต่ความหนาของผม)

6. ใช้หวีหวีผมด้านหน้าและด้านหลังให้เรียบ ตามด้วยฉีดสเปรย์ชนิด firm holding ทั่วทั้งศีรษะ เพื่อให้ผมไม่ตกและอยู่ทรงดี เท่านี้ก็ได้ผมผูกโบว์สวย ๆ แล้วล่ะค่ะ

ขอบคุณข้อมูลจาก : Kapook.com

คาดว่าสาว ๆ น่าจะมีลิปสติกกันคนละแท่งสองแท่ง (เป็นอย่างน้อย) ที่ถูกซุกอยู่มุมในสุดของกระเป๋าเครื่องสำอาง หรือวางทิ้งไว้บนโต๊ะเครื่องแป้ง หลังจากได้เห่อใช้ตอนเพิ่งซื้อมาใหม่ ๆ ได้ไม่เกินหนึ่งอาทิตย์ แล้วก็พบว่าที่จริงแล้วสีที่เห็นว่าสวยดีตอนซื้อนั้น ช่างไม่เข้ากับตัวคุณเอาเสียเลย .. เจ้าลิปสติกแท่งนั้นก็เลยมีอันจบเห่ถูกปล่อยทิ้งไม่ใส่ใจ ส่วนเจ้าของก็ต้องเจ็บใจเพราะเหมือนเสียเงินไปฟรี ๆ

  เพื่อให้บทเรียนราคาแพงพอประมาณเช่นนี้ไม่เกิดขึ้นซ้ำสองอีก ต้องมาดูวิธีการเลือกลิปสติกให้สีเข้ากับคุณ ทาแล้วเกิด ทาแล้วเจิด ที่กระปุกดอทคอมนำมาฝากกันค่ะ

เลือกสีลิปสติกอย่างไร ให้ทาบนเรียวปากแล้วสวย

หลักง่าย ๆ ในการเลือกสีของลิปสติกให้ทาบนเรียวปากของคุณแล้วดูสวยดี มีอยู่ง่าย ๆ ว่า ให้เลือกลิปสติกสีที่เป็นโทนเดียวกับสีของริมฝีปากของคุณ แต่ให้เป็นเฉดที่เข้มกว่า
หากเรียวปากธรรมชาติของคุณนั้นค่อนข้างซีดจนเกือบจะเป็นสีเดียวกับผิวหน้า สีลิปสติกที่เหมาะกับคุณควรเป็นสีเบจ สีแซนดี้หรือสีน้ำตาลอ่อน ๆ แบบผืนทราย หรือสีชมพูอ่อน

เรียวปากสีเข้มขึ้นระดับกลาง สีลิปสติกควรมีส่วนผสมของสีน้ำตาลหรือสีดอกกุหลาบ

เรียวปากสีคล้ำ เลือกใช้ลิปสติกสีเข้มแบบสีลูกเกดได้

เรียวปากคล้ำมากเป็นสีน้ำตาลเข้มหรือสีม่วง ต้องลิปสติกสีช็อกโกแลต หรือสีแบล็คเบอร์รี่

- หากต้องการทาปากเพื่อไปงานกลางคืน ให้เลือกสีที่จัดและเข้มขึ้นกว่าสีที่ทาแล้วสวยในตอนกลางวันอีกหนึ่งสเต็ป เท่านี้ก็ได้เรียวปากงาม ๆ  เย้ายวนใจไปงานราตรีแล้ว

เลือกสีลิปสติกให้เข้ากับโทนผิว

นอกจากจะดูสีธรรมชาติของริมฝีปากแล้ว สีผิวเองก็เป็นองค์ประกอบสำคัญที่จะตัดสินได้ว่า ลิปสติกสีที่คุณเลือกมา จะทาลงไปแล้วทำให้คุณ “เกิด” หรือ “ดับ” 

สี ผิวของแต่ละคนจะแบ่งออกเป็นสองโทน คือ โทนเย็น กับ โทนร้อน ผิวโทนร้อนไปกันได้ดีกับลิปสติกสีแนวส้มแดง ในขณะที่ผิวโทนเย็นจะยิ่งสวยเด่นในลิปสติกสีชมพู

วิธีการสังเกตว่าผิวของคุณเป็นโทนร้อนหรือโทนเย็น

สังเกตตัวเองว่าตัวเองดูดีในเครื่องประดับแบบไหน ระหว่างเครื่องประดับจากทองและเครื่องประดับจากเงิน ทองจะยิ่งขับให้คนผิวโทนร้อนดูผุดผาด ส่วนเงินก็จะทำให้คนผิวโทนเย็นดูผ่องมากขึ้น

สัดูที่ข้อพับแขนของตัวเอง หากผิวส่วนนั้นซีดและเห็นเส้นเลือดเป็นสีออกน้ำเงินสว่าง แสดงว่ามีผิวโทนเย็น ส่วนผิวโทนร้อนนั้นมักมองไม่ค่อยเห็นเส้นเลือดเท่าไรนัก

เมื่อรู้ว่าสีผิวของตัวเองเป็นโทนไหนแล้วก็จะทำให้คุณเลือกลิปสติกได้ง่ายยิ่งขึ้น

สีผิวโทนร้อน – สีเหลือง สีส้ม สีแดงอมส้ม สีคาปูชิโน่ สีคาราเมล สีน้ำตาลที่มีประกายบรอนซ์หรือประกายทอง

สีผิวโทนร้อน - สีฟ้า สีม่วง สีน้ำเงิน สีชมพู สีเบจเจือชมพู สีแดงอันเดอร์โทนน้ำเงิน

ที่สำคัญที่สุดในการเลือกซื้อลิปสติกก็คือ ก่อนตัดสินใจซื้อคุณควรได้ลองเทสต์ลงบนริมฝีปากตัวเองเสียก่อน (หากเป็นไปได้) หรือเทสต์ดูสีที่ปลายนิ้ว ซึ่งมีสีผิวใกล้เคียงกับริมฝีปากมากกว่าผิวที่ท้องแขนหรือที่ข้อมือ จะทำให้คุณเห็นได้ชัดเจนว่าลิปสติกสีนั้นเป็นอย่างไร เข้ากับผิวของคุณได้หรือไม่ มีเนื้อลิปสติกแบบไหน ทั้งนี้ลิปสติกเนื้อแมตต์ทำให้ริมฝีปากดูบางและดูมีอายุขึ้น ในขณะที่ลิปสติกเนื้อมันวาวทำให้เรียวปากอิ่มเอิบและได้ลุคที่ดูอ่อนเยาว์ลง ค่ะ .. อย่าลืมนำไปใช้กันดูนะจ๊ะ ^^

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

ขอบคุณข้อมูลจาก กระปุกดอทคอม